ปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ
LH Bank ปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ 2% ต่อปี ช่วยลูกค้าทุกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโควิด-19 วันที่ 27 มี.ค. นางสาวชมภูนุช ปฐมพร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) (LH Bank) เปิดเผยว่า ธนาคารมีความห่วงใยลูกค้าทุกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่ยังยืดเยื้อ จึงได้ออกมาตรการเพื่อช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ดังนี้ ผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระ เช่น ปลอดเงินต้นสูงสุด 12 เดือน และขยายระยะเวลาเงินกู้เพื่อให้ภาระการผ่อนชำระลดลง หลังหมดช่วงปลอดเงินต้น สนับสนุนสินเชื่อเงินทุนหมุนเวียนเพิ่ม ลดดอกเบี้ยให้ลูกค้าในช่วงที่มีปัญหา สูงสุดไม่เกิน 12 เดือน โดยพิจารณาเป็นรายๆ ไป ช่วยเหลืออื่นๆ ตามที่เห็นสมควรโดยพิจารณาเป็นรายๆ ไป ทั้งนี้ ธนาคารได้ร่วมให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อช่วยลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ ทั้งทางตรงและทางอ้อม รายละไม่เกิน 20 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 2% ต่อปี เป็นระยะเวลา 2 ปี โดยผู้ประกอบการสามารถยื่นขอสินเชื่อได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2563 นี้ และนอกจากนี้ ธนาคารได้เพิ่มมาตรการช่วยเหลือขั้นต่ำสำหรับลูกค้าที่ยังไม่เป็น NPL
นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า โอกาสที่ ธอส.จะครบรอบ 64 ปี ในวันที่ 24 กันยายน 2560 ธนาคารจัดงาน บ้าน ธอส. เอ็กซ์โป @ กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 24-27 สิงหาคม 2560 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยธอส.ร่วมมือกับพันธมิตรจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน นำที่อยู่อาศัยทุกระดับราคามาเปิดจำหน่ายในราคาพิเศษ นายฉัตรชัย กล่าวว่า ภายในงานจัดโปรโมชั่นสินเชื่อ Home For All อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1 – 3 เท่ากับ MRR-3.85% ต่อปี (หรือเท่ากับ 2.90% ต่อปีคิดจาก MRR ธอส.ปัจจุบันเท่ากับ 6.75% ต่อปี) ปีที่ 4 จนถึงตลอดอายุสัญญากู้ กรณีลูกค้าสวัสดิการดอกเบี้ยเท่ากับ MRR-1.00% ต่อปี กรณีลูกค้ารายย่อยทั่วไป ดอกเบี้ยเท่ากับ MRR-0.50% ต่อปี พร้อม ยกเว้นค่าธรรมเนียม 4 ฟรี ได้แก่ 1.ฟรีค่าธรรมเนียมการยื่นกู้ (0.1% ของวงเงิน ทำนิติกรรม)2.ฟรีค่าประเมินราคาหลักประกันทุกวงเงินกู้ (1,900 / 2,800 /3,100 บาท ตามวงเงินกู้)3.ฟรีค่าจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม (1,000 บาท) และ 4.ฟรีค่าจดทะเบียนจำนอง 1% ของวงเงินกู้ตามสัญญากู้เงิน ผ่อนได้นานสูงสุดถึง 4
มงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.หรือ เอสเอ็มอีแบงก์) เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.)มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2560 ให้ธนาคารขยายระยะเวลาโครงการสินเชื่อฟื้นฟู เอสเอ็มอี จากอุทกภัยและภัยพิบัติ ปี 2560 ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่องจากโครงการสินเชื่อฟื้นฟู เอสเอ็มอี จากอุทกภัยภาคใต้ ปี 2560 วงเงิน 5,000 ล้านบาทซึ่งมีวงเงินเหลือ 3,500 ล้านบาทที่จะสิ้นสุดโครงการในวันที่ 7 สิงหาคมออกไปอีก 6 เดือนนับจากวันที่มติครม. เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยและภัยพิบัติทั่วประเทศให้สามารถปรับปรุง ฟื้นฟู และมีเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ โดยครอบคลุมพื้นที่ประสบเหตุในปัจจุบัน รวมทั้งอาจจะเกิดขึ้นในพื้นที่อื่นๆ นายมงคล กล่าวว่า โครงการสินเชื่อฟื้นฟู เอสเอ็มอี จากอุทกภัยและภัยพิบัติ ปี 2560 วงเงินโครงการ 5,000 ล้านบาท เพื่อผู้ประกอบการที่เป็นนิติบุคคล บุคคลธรรมดา ที่จดทะเบียนกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ และไม่เป็นบุคคลล้มละลาย วงเงินกู้สูงสุดต่อรายที่ 15 ล้านบาท ระยะเวลากู้ยืมตลอดโครงการไม่เกิน 7 ปี โดยปีที่ 1-3 ค
