ปวดหลังเรื้อรัง
โพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ (Spinal Canal Stenosis) คือภาวะที่ช่องโพรงภายในกระดูกสันหลัง ซึ่งทำหน้าที่ปกป้องไขสันหลังและเส้นประสาท เกิดการตีบแคบลงจากความเสื่อมของโครงสร้างภายใน เช่น หมอนรองกระดูก เส้นเอ็น และข้อต่อ ทำให้เส้นประสาทถูกกดทับจนเกิดอาการปวด ชา หรืออ่อนแรงในส่วนต่างๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณเอวและขา โรคนี้พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ และเป็นสาเหตุสำคัญของ “อาการปวดหลังเรื้อรัง” ที่ไม่ควรมองข้าม หากไม่ได้รับการดูแลจากแพทย์ชำนาญการด้านโรคกระดูกสันหลังตั้งแต่เนิ่นๆ อาจนำไปสู่ภาวะอ่อนแรงถาวรหรือสูญเสียการเคลื่อนไหวได้ สาเหตุของโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ สาเหตุหลักมักเกิดจาก ความเสื่อมของกระดูกสันหลัง ที่เกิดขึ้นตามวัย โดยมีปัจจัยร่วมดังนี้ อาการของโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ ผู้ป่วยแต่ละรายอาจมีอาการแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและความรุนแรงของการกดทับเส้นประสาท โดยอาการที่พบบ่อย ได้แก่ การวินิจฉัยโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ แพทย์จะทำการซักประวัติและตรวจร่างกายร่วมกับการใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ เช่น การรักษาโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ แนวทางการรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคและอาการของผู้ป่วย โดยแบ่งเป็
ปวดหลังเรื้อรังอย่าชะล่าใจ! เสี่ยงเป็นโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ปล่อยเรื้อรังอาจพิการถาวรได้ โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท เกิดจากหลายสาเหตุ แต่สาเหตุหลักมาจากความเสื่อมของหมอนรองกระดูก ที่ผ่านการใช้งานแบบผิดๆ มาเป็นระยะเวลานาน ซ้ำๆ กัน เช่น การยกของหนัก การทำกิจกรรมที่ต้องก้มเงยหลังเป็นประจำ หรือแม้แต่ความเสื่อมตามอายุของเรา จนทำให้เกิดจากการฉีกขาดของเส้นใยของหมอนรองกระดูกสันหลัง และจะค่อยๆ ดันตัวและปลิ้นออกมาจนไปกดเบียดเส้นประสาทที่อยู่ด้านหลัง ในอดีตโรคนี้จะพบในผู้สูงอายุ แต่ในปัจจุบันกลับพบมากขึ้นในวัยทำงาน โดยเฉพาะพนักงานออฟฟิศที่นั่งทำงานติดต่อกันเป็นเวลานาน โรคนี้ถือเป็นภัยคุกคามและสร้างผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก เพราะเมื่อกระดูกสันหลังเกิดการทรุดตัว หรือหมอนรองกระดูกปลิ้นออกมาจนไปเบียดทับเส้นประสาท ก็จะเกิดอาการปวดหลังเรื้อรัง มีความรู้สึกชา บริเวณขา น่อง และเท้า คล้ายเหน็บชา หรือตะคริวถี่ๆ บางครั้งเป็นจนไม่สามารถเดินต่อได้ บางรายอันตรายถึงขั้นกล้ามเนื้อขาอ่อนแรง บางคนก็ควบคุมการขับถ่าย อุจจาระ ปัสสาวะได้ลำบากขึ้น ก่อนหน้านี้กรมควบคุมโรค เคยออกมาเตือนว่าโรคหมอนรอ
