ปัญหาค้าขาย
ทำไมสินค้าจีนถึงกลายเป็นเจ้าตลาดในไทย สร้างผลกระทบต่อ SMEs อย่างไรบ้าง? ใครที่เป็นขาช้อป ช้อปปิ้งออนไลน์อยู่เป็นประจำ น่าจะเคยเห็นสินค้าราคา 1 บาท เช่น ทิชชู ขนม ของแห้ง ล่อตาล่อใจให้เรากดซื้ออยู่บ่อยครั้ง สินค้าเหล่านี้ล้วนแล้วทะลักมาจากประเทศจีนข้ามประเทศมาขายกันแบบถูกๆ ใช้ราคาเป็นจุดดึงดูดให้เกิดการสั่งซื้อได้อย่างรวดเร็ว ถ้ามองกันแบบผ่านๆ อาจไม่ได้รู้สึกว่าเป็นปัญหา แต่ถ้ามองโดยภาพรวมแล้ว การทะลักเข้ามาของสินค้าจีน กำลังสร้างผลกระทบให้กับผู้ประกอบการไทยอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ และอาจหนักหน่วงถึงขั้นปิดกิจการก็เกิดขึ้นกันมาแล้ว โดยก่อนอื่นเราลองมาดูตัวเลขที่น่าสนใจจากกระทรวงพาณิชย์ที่ได้ออกมาเปิดเผยว่า ปี 2566 ที่ผ่านมา ประเทศไทยขาดดุลการค้ากับจีนสูงถึง 3.6 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือตีเป็นเงินไทยก็ประมาณ 1.3 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ สูงกว่าปี 2564 ที่มีมูลค่าการขาดดุลอยู่ที่ 2.9 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือสูงขึ้น 24% เป็นการแสดงให้เห็นว่าแนวโน้มในการขาดดุลจะสูงขึ้นเรื่อยๆ ผู้ประกอบการชาวไทยจึงสมควรที่จะตระหนักรู้ และรีบหาทางแก้ไขให้กับธุรกิจของตนเองก่อนที่จะสายเกิ
“ต่อราคา” ปัญหาคลาสสิก แม่ค้า เข้าใจหัวอกคนซื้อ ลดได้ก็ให้ แต่ “อย่าต่อเยอะ”นะจ๊ะ ในการค้าขาย สิ่งที่ผู้ประกอบการล้วนต้องประสบพบเจอ นอกจากเรื่องของสภาพดินฟ้าอากาศ คู่แข่งทางธุรกิจ หรือ สภาพคล่องทางเศรษฐกิจ “การต่อราคา” ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่ง ที่เหล่าพ่อค้าแม่ค้าต่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน เจ้าของกระทู้รายหนึ่งในเว็บไซต์พันทิป ได้ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการต่อราคาสินค้าว่า ทำไมคนเราชอบต่อราคากับแม่ค้าตามตลาดที่หาเช้ากินค่ำ แต่กลับไม่เคยต่อราคากับพ่อค้าที่ร่ำรวยตามห้างหรือภัตตาคาร พร้อมยกตัวอย่างเหตุการณ์ให้เห็นภาพ จนชาวพันทิปต่างก็เข้ามาแสดงความคิดเห็นกันมากมาย “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จึงสอบถามไปยังพ่อค้าแม่ขายอาชีพต่างๆ ว่ามีความเห็นอย่างไร เกี่ยวกับการต่อราคาสินค้าของผู้บริโภค ลูกจ้างร้าน เล้งบิวตี้มาร์ท ในย่านเตาปูน ให้สัมภาษณ์ว่า ร้านแห่งนี้ขายเกี่ยวกับเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ย้อมผมมากว่า 20 ปี ตนทำงานที่ร้านแห่งนี้มานานพอสมควร เคยเจอลูกค้าเขามาต่อราคาสินค้าเช่นกัน แต่ตนก็ได้รับคำสั่งจากเจ้าของร้านที่เข้าใจลูกค้า ถ้าสินค้าใดที่พอจะลดราคาได้ก็ลดให้ แต่ถ้าอันไหนลดไม่ได
