ปาล์ม
พาณิชย์ดีเดย์ 1 ต.ค. จ่ายเงินชดเชยประกันราคาปาล์มฯ ให้ชาวสวน โดย ธ.ก.ส. จะโอนเงินส่วนต่างเข้าบัญชีเกษตรกรเป็นงวด งวดละ 45 วัน ดีเดย์ 1 ต.ค. จ่ายชดเชยปาล์ม – นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ กล่าวเปิดโครงการสร้างการรับรู้การประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน ณ ศูนย์ราชการจังหวัดพังงา อำเภอเมือง จังหวัดพังงา ว่า การประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มนั้น จะมีการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันที่ขึ้นทะเบียน และจะต้องได้รับเงินส่วนต่างระหว่างราคาประกันรายได้กับราคาตลาดตามพื้นที่ปลูกจริงไม่เกินครัวเรือนละ 25 ไร่ ต้องเป็นพื้นที่ปลูกปาล์มที่ให้ผลผลิตแล้วมีอายุไม่น้อยกว่า 3 ปี และเป้าหมายคือ ผลปาล์มทะลายคุณภาพน้ำมัน 18% โดยประกันรายได้กิโลกรัมละ 4 บาท โดยในวันที่ 1 ต.ค. 2562 จะเป็นวันแรกที่เงินส่วนต่างในโครงการจะถึงมือเกษตรกร โดยจะมีการนำราคาที่ประกันรายได้ไว้เป็นตัวตั้งลบด้วยราคาตลาดในช่วงเวลานั้น โดยราคาตลาดอ้างอิงจะมีการกำหนดโดยคณะอนุกรรมการบริหารโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มเท่ากันสำหรับทุกจังหวัดที่เป็นแหล่งผลิต ส่วนการจ่ายเงินนั้น ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ
กนป. เห็นชอบมาตรการประกันรายได้เกษตรกร 4 บาทต่อกิโลกรัม เตรียมเสนอครม.เห็นชอบพรุ่งนี้ เพื่อช่วยผู้ปลูกปาล์ม 3 แสนครัวเรือน โดยจ่ายส่วนต่างทุก 3 เดือน เคาะประกันปาล์ม 4 บาท/กก. – นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวภายหลังการประชุม คณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) ครั้งที่ 4/2562 ที่มีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมเห็นชอบมาตรการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกตามที่ได้สรุปจาก 3 ฝ่าย ทั้งภาครัฐ เอกชน และเกษตรกรโดยรัฐรับประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันที่ 4 บาทต่อกิโลกรัม น้ำมัน 18% รายละไม่เกิน 25 ไร่ต่อครัวเรือน โดยจ่าย 3 เดือนครั้ง ขั้นตอนหลังจากนี้จะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบเพื่อขออนุมัติงบประมาณ สำหรับหลักเกณฑ์ที่เกษตรกรจะได้รับส่วนต่างจากการประกันรายได้ จะต้องเป็นเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มครอบคลุม 3 แสนครัวเรือน ทั้งนี้ จะต้องขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตร โดยรัฐจะจ่ายส่วนต่างผ่านบัญชีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบให้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รับซื้อน้ำมันปาล์มดิบหรือน้
‘เฉลิมชัย’ มอบนโยบายหน่วยงานในกระทรวงเกษตรฯ เผยนโยบายประกันรายได้เกษตรกรปีนี้จะใช้ 16,000-17,000 ล้าน ‘ประภัตร’ ชี้ปีนี้ไม่ต้องประกันรายได้ให้เกษตรกรปลูกข้าว เพราะมีราคาสูงมาก ทุ่ม 1.7 หมื่นล.ประกันรายได้ – นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยการมอบนโยบายกับผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ ว่า เนื่องจากการกำกับดูแลงานของกระทรวงเกษตรฯ มาจากรัฐมนตรีทั้ง 4 พรรค แต่มีนโยบายที่ใกล้เคียงกัน ดังนั้นการทำงานหลังจากนี้ต้องบูรณาการร่วมกันโดยยึดเกษตรกรเป็นหลัก และใช้ตลาดนำการเกษตร การผลิตสินค้าแต่ละชนิดต้องมีปริมาณ คุณภาพ ตามความต้องการของตลาด ซึ่งจะส่งผลให้ไม่เกิดปัญหาล้นตลาดอีกต่อไป การใช้ตลาดนำการเกษตรดังกล่าว กระทรวงเกษตรฯ ต้องบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานภายนอกกระทรวงด้วย โดยอีก 1-2 วันนี้ คาดว่ากระทรวงพาณิชย์จะแถลงข่าวเรื่องการประกันรายได้ ในเบื้องต้นจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อใช้งบดำเนินการรวม 1.6-1.7 หมื่นล้านบาท “งบประมาณดังกล่าว ได้รายงานให้นายกรัฐมนตรีรับทราบแล้ว โดยระบุว่าให้ใช้งบประมาณที่แต่ละกรมมีอยู่ไปก่อน หากไม่เพียงพอ หรือไม่มีจริงๆ ให้เสนอขอจากงบกลาง ซึ่ง 2 กระทรวงจะหารือในราย
‘จุรินทร์’ พบชาวสวนปาล์มกระบี่ จ่อสกัดนำเข้า ดันประกันราคา ไม่ต่ำโลละ 4 บาท เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำ คณะ ส.ส.กระบี่ และคณะส.ส.ภาคใต้ พรรคประชาธิปัตย์ เดินทางลงพื้นที่ อ.เมือง และอ.อ่าวลึก จ.กระบี่ เพื่อพบปะเกษตรกรชาวสวนปาล์ม และกลุ่มแกนนำผู้ประกอบการปาล์มน้ำมัน ซึ่งประสบปัญหาราคาตกต่ำในรอบหลายปีที่ผ่านมา โดยมีการแลกเปลี่ยนความเห็นและรับฟังข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาปาล์มน้ำมัน ที่ชุมนุมสหกรณ์ปาล์มน้ำมันกระบี่ อ.อ่าวลึก ร่วมกับนายสมคิด พรหมเจริญ ประธานชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์ม ผู้บริหารบริษัทยูริวานิชน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบการลานเทปาล์ม และผู้ประกอบการโรงสกัดน้ำมันปาล์ม นายจุรินทร์ กล่าวภายหลังการแลกเปลี่ยนข้อมูลว่า วันนี้มาเยี่ยมชาวสวนปาล์มในฐานะหัวหน้าพรรค ซึ่งแนวทางประกันรายได้เกษตรกรจะเป็นหนึ่งในนโยบายรัฐบาล เพื่อเป็นหลักประกันให้เกษตรกรชาวสวนปาล์ม ว่า จะสามารถขายปาล์มได้อย่างน้อยกิโลกรัมละ 4 บาท โดยต้องมีมาตรการอื่นๆ ควบคู่ไปด้วย เช่น การนำน้ำมันปาล์มไปทำเป็นไบโอดีเซล และต้องพัฒนาไปเป็น บี 10 บี 20 และบี 100 ซึ่งมีการใช้งานเพิ่มขึ้
สต๊อกปาล์มล้นทะลักพุ่ง 5.9 แสนตัน ปี’62 เตรียมรับมือราคาดิ่ง คาดราคาในตลาดโลกมีแนวโน้มลดลงจาก กก.ละ 19 บาท เหลือ กก.ละ 17 บาท สต๊อกปาล์มพุ่ง 5.9 แสนตัน – นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เห็นชอบโครงการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน โดยจะจ่ายเงินช่วยเหลือให้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน ในอัตราไร่ละ 1,500 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 15 ไร่ หรือครัวเรือนละไม่เกิน 22,500 บาท วงเงินรวม 3,458 บาท ซึ่งมีระยะเวลาดำเนินโครงการ 10 เดือน ตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2561 – ก.ย. 2562 นั้น ขณะนี้กรมส่งเสริมการเกษตรได้ประกาศ ให้เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันทุกท่านที่มีคุณสมบัติครบถ้วน มาแจ้งขึ้นทะเบียน ปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรแล้ว ก่อนวันที่ 31 ม.ค. 2562 นั้น ทั้งนี้ ข้อมูล ณ วันที่ 20 ม.ค. ที่ผ่านมา พบว่า มีเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันมาแจ้งปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรแล้วจำนวน 296,946 ครัวเรือน เกษตรกรยืนยันเข้าร่วมโครงการ และผ่านการตรวจสอบรายชื่อแล้วจำนวน 165,287 ครัวเรือน และกรมส่งเสริมการเกษตรส่งรายชื่อเกษตรกรไปยัง ธ.ก.ส. แล้วจำนวน 133,502 ครัวเรือน รายงานข่าวจา
ผู้ประกอบการโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม ยอมรับ โรงงานได้ปาล์มที่มีคุณภาพ แต่ สะดุด น้ำปาล์มสกัดแล้ว ขายไม่ได้ราคา พรุ้งนี้ ราคาผลปาล์มดิ่งลงอีก ชาวสวน ผู้ประกอบการลานเท งง รัฐบาลเล่นอะไรกันอยู่ เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 9 พฤศิกายน พ.ศ. 2561 ที่โรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม บางสวรรค์ปาล์มออย นายสมรักษ์ บุญชู ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อโรงงานบางสวรรค์ปาล์มออย จังหวัดกระบี่ ได้กล่าวว่า ขณะนี้ทางทหารก็ยังคอยควบคุม ดูแล คัดยากผลปาล์มอยู่ที่ลานปาล์มของโรงงานทุกวัน ทราบว่ามีกำหนดระยะเวลา 2 เดือน ซึ่งสถานการณ์ ขณะนี้ เราต้องยอมรับว่า เมื่อเกษตรกรได้รับข่าวสารจากการเข้มงวดของทางภาครัฐ ถึงวันนี้ผลปาล์มที่เกษตรกรนำไปขายให้กับลานเท แต่ละแห่ง (จุดรับซื้อผลปาล์ม) เป็นผลปาล์ม ที่มีคุณภาพ และ ณ.วันนี้ โรงงานต่างๆ ทั้งในพื้นที่จังหวัดกระบี่ และจังหวัดสุราฎร์ธานี ก็ได้รับซื้อผลปาล์มที่มีคุณภาพเช่นเดียวกัน และจากการวัดเปอร์เซ็นต์น้ำมันจากผลปาล์ม ปรากฎว่าได้เปอร์เซ็นต์ สูงขึ้น ถึง 18.5 เปอร์เซ็นแล้ว ซึ่งถ้าหากว่าเปอร์เซ็นต์น้ำมันปาล์มสูงขึ้นเท่านี้ ลานเทก็จะสามารถซื้อผลปาล์มจากเกษตรกร ได้ในราคา 2.80 บาท ถึง 3.00 บาท แต่ว่าตอนน
อดีตข้าราชการตำรวจวัยเกษียณ เกิดที่นครศรีธรรมราช ผันตัวมาสวมบทบาทเกษตรกร และใช้ชีวิตอยู่ที่อำเภอเมืองจังหวัดระนอง ด้วยการปลูกปาล์ม ปลูกยางพารา ปลูกผักสวนครัว และบรรดาผลไม้สารพัด บนที่ดิน 170 ไร่ แถมลดต้นทุนด้วยการทำปุ๋ยใช้เอง จนเได้รับรางวัลเกษตรกรดีเด่น สาขาอาชีพทำสวน ปี 2555 ปัจจุบันเก็บผลผลิตขาย มีรายได้หล่อเลี้ยงครอบครัวไม่ต่ำกว่าเดือนละ 2 แสน ด.ต.สมนึก โมราศิลป์ บ้านเลขที่ 1/9 บ้านห้วยปลิง หมู่ที่ 7 ต.ราชกรูด อ.เมือง จ.ระนอง เผยว่า ในอดีตเคยรับราชการตำรวจ และเข้าโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด เมื่อปี 2543 โดยส่วนตัวเป็นคนชอบปลูกต้นไม้ ชอบเรื่องเกษตร จึงไปศึกษาดูงานจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ช่วงแรกปลูกพืชระยะสั้นบนพื้นที่ 2 ไร่ อาทิ พริก แตงกวา มะเขือ ใบโหระพา กล้วย ขิง ข่า ต่อมาขยายพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันราว 100 ไร่ รวมเบ็ดเสร็จ ปลูกปาล์มน้ำมันกว่า 2,200 ต้น ปาล์มน้ำมันของ ด.ต. สมนึก ถูกบำรุงดูแลรักษาเป็นอย่างดี ให้ผลผลิตเดือนละ 2 ครั้ง แถมยังได้มาตรฐาน GAP ก่อเกิดรายได้ ให้ผลตอบแทนค่อนข้างคุ้มค่า และด้วยความต้องการอยากทำเกษตรผสมผสาน เกษตรกรคนเก่ง เลยปลูกยางพารา ผลไม้ ผักสวนครัว อย่างอื่นร
