ปูนิ่ม
ปูนิ่ม ที่เรารู้จักและรับประทานกันเป็นอาหาร หลายคนเข้าใจกันว่าแหล่งผลิตส่วนใหญ่จะอยู่ติดกับทะเลหรือในท้องทะเลที่กว้างใหญ่ ต้องบอกว่า ทำความเข้าใจกันใหม่ ปัจจุบัน ได้มีการพัฒนาคิดค้นวิธีการเลี้ยงปูนิ่มจากที่เลี้ยงบริเวณริมทะเลหรือในท้องทะเล มาเป็นบ่อเพาะเลี้ยงแบบพัฒนาในหลายพื้นที่ ซึ่งมีการเลี้ยงทั้งแบบตัดก้ามและแบบธรรมชาติ ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งมีอาชีพที่ไม่คาดคิดว่าจะมีอยู่ในพื้นที่ ซึ่งอยู่ห่างจากรุงเทพมหานครเพียง 100 กว่ากิโลเมตร คือ อาชีพเพาะเลี้ยงปูนิ่ม พี่พิธาน ลิปิสุนทร เจ้าของฟาร์ม ให้การต้อนรับและอธิบายเล่าถึงที่มาที่ไปของอาชีพเพาะเลี้ยงปูนิ่มให้กับทีมงานได้ฟังทุกขั้นตอนการเลี้ยง พี่พิธาน เล่าให้ฟังว่า ที่ดินผืนนี้ เป็นของป้าและย่า ซึ่งเดิมจะปล่อยให้เช่าทำฟาร์มเลี้ยงกุ้ง แต่หลังจากสัญญาเช่าหมดลง ตนก็มาขอเช่าต่อ เพื่อจะใช้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ซึ่งหวังจะสร้างเป็นอาชีพให้กับตนเอง “ตอนนั้นเองผมยังไม่ได้คิดว่าจะเลี้ยงอะไร ไปปรึกษากับเพื่อนที่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องสัตว์น้ำ เขาก็บอกว่า อย่างเราเนี้ย ประสบการณ์เกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำก็ยังมีน้อย อย่างการเลี้ยงกุ้งมันก
เมนูปูนิ่มเป็นอาหารทะเลยอดนิยมมาหลายสิบปี สนนราคาค่อนข้างแพง จานหนึ่งตามร้านอาหารอย่างน้อยต้องราคาจานละ 100 บาทขึ้นไป และเป็นอาหารที่หากินได้ไม่ยากนัก เมนูฮิตติดลมบนคือ ปูนิ่มทอดกระเทียมพริกไทย หลายคนคงเคยกินแต่ก็มีอีกหลายคนที่ไม่รู้จักว่าปูนิ่มคืออะไร บ้างครั้งเข้าใจผิดว่าปูนิ่มเป็นปูพันธุ์ใหม่ที่มีเปลือกนิ่มโดยธรรมชาติ แท้จริงแล้วปูนิ่มคือปูธรรมดานี่แหละครับ แต่ในช่วงการเจริญเติบโตจะมีการลอกคราบเหมือนกุ้ง งู เมื่อลอกครบแล้วตัวจะโตขึ้นกว่าเดิม ในช่วงชีวิตการเจริญเติบโตของปูจะลอกคราบหลายสิบครั้ง หลังลอกคราบตัวจะนิ่มทั้งหมดรวมถึงกระดองด้วย และค่อยๆ แข็งขึ้นเหมือนปูธรรมดาที่เห็นๆ กันอยู่ภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังลอกคราบ ในการลอกคราบตามธรรมชาติ เมื่อถึงเวลาลอกคราบปูก็จะต้องหาที่หลบซ่อนเพื่อให้พ้นจากศัตรูหรือแม้แต่พวกเดียวกันเอง เพราะในช่วงจังหวะนั้นปูจะไม่สามารถต่อสู้หรือหลบหนีศัตรูได้ มีแต่ตกเป็นอาหารของสัตว์อื่นอย่างเดียว ในสมัยก่อนหากินได้ในธรรมชาติเพียงอย่างเดียว ปัจจุบันมีองค์ความรู้เกี่ยวกับการเจริญเติบโตของปูนิ่ม จึงสามารถนำมาเลี้ยงจนเป็นธุรกิจแพร่หลายไปทั่วประเทศ ในพื้นที่ที่ติดกับทะเ
