ปูม้า
โก โฮลเซลล์ เดินหน้าลุย สนับสนุนเกษตรกรท้องถิ่นภาคใต้ บุกค้นหาวัตถุดิบคุณภาพถึงแหล่ง เพิ่มโอกาสสร้างรายได้ กระจายผลผลิตชุมชน โก โฮลเซลล์ (GO Wholesale) เดินหน้าพันธกิจส่งเสริมผลผลิตเกษตรกรไทย ชูความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านตะลุยค้นหาวัตถุดิบคุณภาพมาตรฐานปลอดภัยถึงแหล่งผลิตในจังหวัดภูเก็ตและใกล้เคียง ดันไฮไลต์จากประมงพื้นบ้าน-วิสาหกิจชุมชนผักผลไม้ อาทิ กุ้งมังกรเจ็ดสี, ปูม้า, กุ้งขาว, สับปะรดภูเก็ต เพิ่มช่องทางจำหน่ายสร้างรายได้ที่มั่นคง นางสุชาดา อิทธิจารุกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจในประเทศไทยและต่างประเทศ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า โก โฮลเซลล์ ให้ความสำคัญกับนโยบายสนับสนุนเกษตรกรไทยในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็น การรับซื้อผลผลิต การพัฒนามาตรฐานให้ตรงกับความต้องการของตลาดที่มีกลุ่มลูกค้าเป็นผู้ประกอบการร้านอาหาร ซึ่งเรามีทีมผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่คัดเลือกสินค้าจากท้องถิ่นถึงแหล่งผลิตทั่วประเทศ เพื่อสร้างโอกาสและเพิ่มช่องทางจำหน่ายให้เกษตรกรไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่เราเปิดสาขา “ยกตัวอย่าง สินค้าเกษตรในจังหวัดภูเก็ตและใกล้เคียง อาทิ กุ้งมังกรเจ็
ธนาคารปูม้า พุมเรียง โมเดลต้นแบบ ปั้นเศรษฐกิจชุมชน คืนรอยยิ้มชาวเล-ทะเลไทย ในอดีต ทุกครั้งที่ชาวประมงในอ่าวพุมเรียง จ.สุราษฎร์ธานี ออกเรือไปหาปูม้าและสัตว์น้ำต่างๆ เพื่อมายังชีพและค้าขาย ก็มักจะจับปูม้ากลับมาได้มากมาย วันละหลายร้อยกิโลกรัม แต่เมื่อเวลาผ่านไป อุปกรณ์จับสัตว์น้ำถูกพัฒนาให้มีศักยภาพสูง ประกอบกับความต้องการบริโภคเพิ่มมากขึ้น ทั้งในประเทศเองและอุตสาหกรรมการส่งออกต่างประเทศ ปริมาณสัตว์น้ำโดยเฉพาะปูม้าและปูทะเลในอ่าวพุมเรียงลดลงอย่างน่าใจหาย คุณจรินทร์ เฉยเชยชม หนุ่มชาวเลในพื้นที่ เห็นการเปลี่ยนแปลงของทรัพยากรธรรมชาติในบ้านเริ่มหดหาย จึงตระหนักดีว่า หากปล่อยไว้เช่นนี้ ไม่นานต้องส่งผลกระทบรุนแรงต่อวิถีชีวิตและทรัพยากรธรรมชาติอย่างแน่นอน จึงหารือเพื่อนร่วมอาชีพในท้องถิ่น และจัดตั้ง ธนาคารปูม้า ขึ้นในปี 2550 เพื่อเพิ่มปริมาณปูในอ่าวพุมเรียง โดย คุณจรินทร์ เปิดเผยว่า คำว่า ธนาคารปูม้า หมายถึงการรับบริจาค แม่ปูไข่นอกกระดอง จากชาวประมง มาฝากอนุบาลเลี้ยงในกระชังให้เติบโตเป็น ลูกปู หลังจากนั้น นำไปปล่อยให้เติบโตในอ่าวพุมเรียง ช่วยให้ปูม้าเพิ่มจำนวนมากขึ้น อันหมายถึง ดอกเบี้ย ที่ได้รั
ปูม้า เนื้อปูมีสีขาวนุ่มแนบแน่น จิ้มกับน้ำจิ้มซีฟู้ด อร่อยอย่าบอกใคร คนที่ชอบกินอาหารทะเลทุกคน รับรองว่าจะต้องชอบกินปูม้า ก็เพราะเป็นเช่นนี้ ปูม้าจึงมีราคาแพง เหตุที่แพงก็เพราะมีคนกินมากขึ้น ขณะที่มีปูม้าน้อยลงนั่นเอง เมื่อปูม้าเหลือน้อยจึงทำให้มีราคาแพง สมัยเมื่อหลายสิบปีมาแล้ว ปูม้าราคากิโลกรัมละไม่กี่สิบบาท สมัยที่ว่านี้ เวลามีปูม้าติดอวน ชาวประมงจะส่ายหน้าอย่างเหนื่อยอ่อนเพราะรู้ว่าตอนแกะปูม้าแต่ละตัวออกจากอวนนั้นค่อนข้างยาก เสร็จแล้วยังขายได้ราคาถูกอีกต่างหาก ทว่ามาถึงวันนี้ ชาวประมงทุกคนอยากให้ปูม้าติดอวน มากเท่าไรยิ่งดี ติดอวนมาแค่ 10 กิโลกรัม ก็จะขายได้ร่วม 3,000 บาททีเดียว ดูตามแนวโน้มแล้ว ปูม้าจากทะเลจะต้องเหลือน้อยลงอีก นับว่ายังโชคดีที่หมู่บ้านชาวประมงหลายแห่งของไทย จัดให้มีการนำปูม้าที่มีไข่มาเลี้ยง เพื่อให้มันสลัดไข่ แล้วนำไข่ไปปล่อยลงทะเล ถือเป็นการขยายพันธุ์อย่างได้ผล สถานที่ที่นำปูม้าที่มีไข่มาขยายพันธุ์ที่ว่า ส่วนใหญ่จะตั้งชื่อหน่วยงานนี้ว่า ธนาคารปูม้า มีที่เรียกตัวเองว่า โรงรับจำนำปูม้า น่าจะมีอยู่แห่งเดียว ซึ่งตั้งอยู่ที่ บ้านเลขที่ 18 หมู่ 1 ตำบลสะพลี อำเภอปะทิว จ
วันที่16พ.ย. รายงานข่าวว่าสถานการณ์คลื่นลมบริเวณชายฝั่งอ่าวไทยในพื้นที่ จ.สงขลาขณะนี้เริ่มลดระดับลง ชาวประมงพื้นบ้านในชุมชนบ้านบ่ออิฐ ต.เกาะแต้ว อ.เมือง จ.สงขลา ออกทำการประมงอวนปู ห่างฝั่งประมาณ7 กมม. ในช่วง03.00 น. และกลับเข้าฝั่งในช่วงเช้า เนื่องจากปูบริเวณชายฝั่งมีอยู่อย่างชุกชุมโดยเฉพาะปูม้า ซึ่งแต่ละลำสามารถจับได้ประมาณ 10 กก. และมีราคา กก.ละ 200-300 บาท ทำให้ชาวประมงอวนปูมีรายได้วันละเกือบ 3,000 บาทต่อคน “ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศบริเวณชายฝั่ง เนื่องจากคลื่นลมยังแปรปรวนโดยเฉพาะในช่วงฝนตก ชาวประมงพื้นบ้านติดตามสภาพอากาศจากศูนย์อุตุนิยมวิทยภาคใต้ฝั่งตะวันออก ก่อนที่จะออกทำการประมงทุกวัน เพื่อความปลอดภัยเนื่องจากเข้าสู่ช่วงฤดูมรสุมของภาคใต้” นายรอหีม หมันเจริญ อายุ 35 ปี หนึ่งในชาวประมงพื้นบ้านบ้านบ่ออิฐกล่าวว่า ในช่วงสัปดาห์นี้สามารถออกทำการประมงได้อีก เนื่องจากคลื่นลมชายฝั่งอ่าวไทยลดความรุนแรงลง และต้องเร่งออกทำการประมงเพื่อหารายได้ไว้ให้มากที่สุด เนื่องจากในช่วง1-2 เดือน อาจต้องหยุดเรือจากภาวะคลื่นลมแรง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ชาวประมงพื้นบ้านชุมชนเก้าเส้ง อ.เมือง จ.สงขลา ออกไปจับสัตว์น้ำ โดยเฉพาะเรืออวนปูม้าวางอวนห่างจากชายฝั่งประมาณ 7-8 กิโลเมตร สามารถจับปูม้าได้ลำละ 5-10 กิโลกรัม เนื่องจากในช่วงนี้บริเวณทะเลชายฝั่ง จ.สงขลา มีปูม้าชุกชุมกว่าสัตว์น้ำชนิดอื่นๆ แถมยังขายได้ราคาดี โดยขนาดใหญ่จำหน่าย กิโลกรัมละ 280 บาท ขนาดกลางและขนาดเล็ก กิโลกรัมละ 180-250 บาท ส่วนปูม้ามีไข่จำหน่ายกิโลกรัมละ 300-350 บาท ทำให้ชาวประมงพื้นบ้านอวนปูม้าบ้านเก้าเส้งมีรายได้อย่างงามเป็นกอบเป็นกำ นายเส็น หมานหมัด ชาวประมงอวนปูในชุมชนบ้านเก้าเส้ง บอกว่า ได้นำอวนปูไปวางไว้ในทะเล 3 วัน และออกไปเก็บ สามารถจับปูได้จำนวนมาก ทั้งตัวขนาดใหญ่และตัวเล็ก เมื่อนำอวนกลับเข้าฝั่ง แกะปูม้าออกจากอวนบริเวณชายหาด ซึ่งต้องใช้ความชำนาญในการแกะปูออก ที่สำคัญเมื่อแกะออกมาแล้วก็จะต้องนำไปใส่ถุงตาข่ายแช่น้ำในทะเล เพื่อไม่ให้ปูตาย เพราะปูม้าจะต้องขายเป็นๆ จึงจะได้ราคาดีโดยส่งขายทั้งตลาดและร้านอาหาร “จำนวนปูม้าบริเวณชายฝั่งจะมีอย่างชุกชุม เพราะสภาพคลื่นลมสงบ ทำให้ชาวประมงอวนปูต้องเร่งออกวางอวนจับปูทุกวัน เนื่องจ
