ป้องกันมิจฉาชีพ
เงินเก็บทั้งชีวิต อย่าให้มิจฉาชีพมาเอาไปง่ายๆ! รู้ทันกลโกง ป้องกันตัวเองจากมิจฉาชีพ ไม่ให้ถูกดูดเงินไปจนหมดกระเป๋า ช่วงนี้นอกจากข้าวของแพง เงินทองหายากแล้ว ชีวิตยังต้องลำบากกับการรับมือกลโกงมิจฉาชีพที่ระบาดหนักขึ้นทุกวัน แถมรูปแบบการหลอกลวงก็มีความหลากหลายและแนบเนียนขึ้นเรื่อยๆ ทั้งช่องทางพื้นฐาน ไปจนถึงแพลตฟอร์มออนไลน์ โซเชียลมีเดีย และแอปพลิเคชันต่างๆ ทำให้ใครหลายๆ คน ถูกดูดเงินออกจากกระเป๋าไปง่ายๆ เพียงเพราะความประมาท ขาดสติ และไม่เท่าทันกลโกง วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จึงอยากชวนรู้ทันกลโกงของเหล่านักโจรกรรมทางการเงิน เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ โดยมีวิธีการตรวจสอบง่ายๆ ดังนี้ – กลโกงมิจฉาชีพ ปลอม! ระวังมิจฉาชีพปลอมเป็นเพจ หรือเว็บไซต์ แอบอ้างเป็นธนาคาร หลอกให้ทำธุรกรรมเท็จ หรือให้คลิกลิงก์เพื่อหลอกเอาข้อมูลส่วนตัว เพราะธนาคารไม่มีนโยบายส่งลิงก์ให้กับลูกค้าในการทำธุรกรรม – กลโกงมิจฉาชีพ ปลอม! ระวังมิจฉาชีพปลอมเป็นพนักงานธนาคารหลอกให้โอนเงิน ก่อนได้รับการอนุมัติสินเชื่อ เพราะธนาคารไม่มีนโยบายให้ลูกค้าโอนเงินก่อนการพิจารณาสินเชื่อ เช็กให้ชัวร์! ก่อนตกเป็นเหยื่อ 1. ตรวจสอบให
4 ข้อปฏิบัติ ป้องกันมิจฉาชีพ ใครไม่อยากโดนแฮ็กเฟซบุ๊ก ต้องอ่าน! ปัจจุบัน “สื่อสังคมออนไลน์” เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของคนเราเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของการติดต่อสื่อสาร การค้าขาย รวมถึงการทำธุรกรรมออนไลน์ การใช้งานสื่อออนไลน์ อาจจะเป็นเรื่องใหม่สำหรับหลายๆ ท่าน ซึ่งอาจทำให้มิจฉาชีพใช้โอกาสนี้ ทำการแฮ็กเข้าระบบสื่อออนไลน์ของท่านมากระทำความผิด สร้างความเสียหายแก่ท่านได้ กองปราบปราม ได้ยกตัวอย่างกรณีอาญชากรรมบนโลกออนไลน์ให้ฟังเคสหนึ่งว่า คนร้ายจะทำการค้นหาข้อมูลส่วนตัวของผู้เสียหายจากสื่อออนไลน์ที่เคยโพสต์ไว้ แล้วทำการสุ่มรหัสผ่านจากข้อมูลส่วนตัวของผู้เสียหาย เช่น หมายเลขโทรศัพท์ วันเกิด หรือข้อมูลส่วนตัวที่จะมาสุ่มแปลงเป็นรหัสผ่านได้ เมื่อแฮ็กเข้าระบบของผู้เสียหายได้แล้ว ก็จะส่งข้อความทักแชทไปยังเพื่อนของผู้เสียหาย เพื่อขอยืมเงินโดยให้โอนผ่านบัญชีที่คนร้ายได้เตรียมไว้ ซึ่งที่ผ่านมามีผู้เสียหายถูกแฮ็กเฟซบุ๊กมากกว่าร้อยราย และทำให้เกิดความเสียหายคิดเป็นมูลค่าหลายล้านบาท จากการสอบถามผู้เสียหายส่วนมาก มักจะเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวไว้บนสื่อออนไลน์ เช่น วันเดือนปีเกิด หมายเลขโ
