ผลกำไร
กรุงศรี เผยผลกำไรสุทธิครึ่งแรกของปี 2567 จำนวน 15.75 พันล้านบาท สนับสนุนการเติบโตของภาคธุรกิจและเศรษฐกิจต่อเนื่อง ชูนโยบายบริหารความเสี่ยงรอบคอบระมัดระวัง กรุงเทพฯ (18 กรกฏาคม 2567) – กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) รายงานผลประกอบการครึ่งแรกของปี 2567 มีกำไรสุทธิจำนวน 15.75 พันล้านบาท ลดลง 7.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการตั้งสำรองที่รอบคอบระมัดระวัง ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานเติบโตจากการรับรู้รายได้เต็มจำนวนจากบริษัทลูกในภูมิภาคอาเซียนที่ได้ควบรวมมาในปี 2566 และกำไรจากการดำเนินงานในประเทศที่เพิ่มขึ้น กรุงศรียังคงสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจและภาคธุรกิจอย่างต่อเนื่อง รวมถึงปฏิบัติตามมาตรการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรมของธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างเคร่งครัด ในครึ่งแรกของปี 2567 การเติบโตโดยรวมของเงินให้สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ และสินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอยู่ที่ 0.8% สะท้อนแรงสนับสนุนต่อความต้องการเงินทุนหมุนเวียนของภาคธุรกิจ ขณะที่สินเชื่อเพื่อรายย่อยปรับตัวลดลง 3.5% ตอกย้ำนโยบายการให้สินเชื่อที่เข้มงวดรัดกุม
ธุรกิจ กับ ผลกำไร เป็นของคู่กัน แล้วจะตั้ง ราคาขาย ยังไง ให้ธุรกิจมีกำไร? เมื่อเริ่มทำธุรกิจ ไม่ว่าจะสเกลไหนๆ ย่อมคาดหวังถึง กำไร ที่จะได้กันทุกคน ไม่ว่าจะเล็กๆ น้อยๆ ไปจนถึง กำไรมหาศาล ยิ่งในยุคนี้ที่คนหันมาซื้อขายออนไลน์กันมากขึ้น แม้ความต้องการซื้อสินค้าจะมีมหาศาล แต่ก็มีความยากที่จะทำให้ลูกค้าซื้อสินค้า เมื่อมีเรื่องของ การเปรียบเทียบราคา เข้ามาเป็นตัวเกี่ยวข้อง เว็บไซต์ K SME ได้แชร์เทคนิคการตั้งราคาสินค้าและบริการ ที่จะช่วยให้ร้านค้าได้กำไรแน่นอน มี 3 วิธีด้วยกัน คือ ต้นทุน-ตลาด-ลูกค้า ดังนี้ 1. ตั้งราคาสินค้าจากต้นทุน เป็นวิธีคลาสสิคในการกำหนดราคาสินค้า คือ การคำนวณต้นทุนสินค้าก่อน หลังจากนั้นค่อยคิดดูว่าต้องการกำไรเท่าไหร่ แล้วบวกเข้ากับราคาสินค้า เช่น คำนวณต้นทุนรวมของหมูปิ้งไม้ละ 10 บาท อยากได้กำไรชิ้นละ 10 บาท ก็บวกราคาขายชิ้นละ 20 บาท เป็นต้น 2. ตั้งราคาสินค้าจากตลาด สำรวจราคาสินค้าหรือบริการที่ใกล้เคียงกับของเราในตลาด หลังจากนั้น สำรวจความแตกต่างของสินค้าในแต่ละช่วงราคา เช่น เราขายหมูปิ้งหน้าปากซอย ซึ่งมีร้านหมูปิ้งขายข้างๆ อีก 3 ร้าน ขายไม้ละ 20 บาท ร้านเราไม้เล็กกว่า อาจ
