ผักไฮโดรโปนิกส์
ปลูกผักในกล่องโฟม มือใหม่เริ่มต้นไม่ยาก พื้นที่น้อยก็ปลูกได้ ไอเดียสร้างรายได้เสริม ปฏิเสธไม่ได้ว่า ไอเดียปลูกผักในกล่องโฟมของ คุณเติ้ล-วิภู กรอบบาง วิศวกรโยธาหนุ่มวัย 26 ปี ได้รับความสนใจจากผู้คนจำนวนมาก เพราะเขาเริ่มต้นง่ายๆ จากกล่องโฟม ปุ๋ย และเมล็ด อีกทั้งยังใช้พื้นที่ที่จำกัดได้อย่างคุ้มค่า จนสามารถสร้างรายได้เดือนละเฉียดแสนจากการขายผักสด สลัดผัก และชุดทดลองปลูก จากเรื่องราวดังกล่าว หากใครอยากทำตามไอเดียนี้ แต่ยังไม่รู้วิธี เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ รวบรวม How To มาให้แล้ว 1. หาพื้นที่ ในการหาพื้นที่ปลูก อาจเริ่มต้นจากการมองหาพื้นที่รอบบ้าน เช่น บริเวณหลังบ้าน ข้างบ้าน หรือหน้าบ้าน หรือถ้าหากอาศัยอยู่ในคอนโดฯ หรือหอพัก ก็อาจจะหาพื้นที่บริเวณระเบียงในการปลูก อย่าง คุณเติ้ลได้เริ่มปลูกผักในกล่องโฟมจากบริเวณหลังบ้าน ซึ่งพอมีชายคาให้ผักได้หลบฝนอยู่บ้าง แต่เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว แดดเปลี่ยนทิศ ด้วยผักต้องใช้แดดในการสังเคราะห์แสงถึงจะเจริญเติบโต คุณเติ้ลจึงย้ายผักมาอยู่หน้าบ้านที่ก่อนหน้านี้เคยเป็นสนามหญ้าว่างเปล่า โดยเมื่อย้ายผักมาด้านหน้าจึงต้องจัดให้สวย วางให้เป็นระเบียบ เพื่อให้พื้นที่ 24
โก โฮลเซลล์ เดินหน้าลุย สนับสนุนเกษตรกรท้องถิ่นภาคใต้ บุกค้นหาวัตถุดิบคุณภาพถึงแหล่ง เพิ่มโอกาสสร้างรายได้ กระจายผลผลิตชุมชน โก โฮลเซลล์ (GO Wholesale) เดินหน้าพันธกิจส่งเสริมผลผลิตเกษตรกรไทย ชูความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านตะลุยค้นหาวัตถุดิบคุณภาพมาตรฐานปลอดภัยถึงแหล่งผลิตในจังหวัดภูเก็ตและใกล้เคียง ดันไฮไลต์จากประมงพื้นบ้าน-วิสาหกิจชุมชนผักผลไม้ อาทิ กุ้งมังกรเจ็ดสี, ปูม้า, กุ้งขาว, สับปะรดภูเก็ต เพิ่มช่องทางจำหน่ายสร้างรายได้ที่มั่นคง นางสุชาดา อิทธิจารุกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจในประเทศไทยและต่างประเทศ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า โก โฮลเซลล์ ให้ความสำคัญกับนโยบายสนับสนุนเกษตรกรไทยในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็น การรับซื้อผลผลิต การพัฒนามาตรฐานให้ตรงกับความต้องการของตลาดที่มีกลุ่มลูกค้าเป็นผู้ประกอบการร้านอาหาร ซึ่งเรามีทีมผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่คัดเลือกสินค้าจากท้องถิ่นถึงแหล่งผลิตทั่วประเทศ เพื่อสร้างโอกาสและเพิ่มช่องทางจำหน่ายให้เกษตรกรไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่เราเปิดสาขา “ยกตัวอย่าง สินค้าเกษตรในจังหวัดภูเก็ตและใกล้เคียง อาทิ กุ้งมังกรเจ็
แม่ค้า เปลี่ยนอาชีพ ปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ เริ่มต้นจาก 10 โต๊ะปลูก สู่ 20 ไร่ จากแม่ค้าขายส่งผลไม้ สู่เจ้าของฟาร์มผักไฮโดรโปนิกส์เงินล้าน “บ้านสวนไฮโดรฟาร์ม“ เรื่องราวของ คุณอุไร ภิรมย์พุ่ม อายุ 47 ปี หรือที่ใครๆ เรียกเจ๊นิด เคยยึดอาชีพแม่ค้ารับฝรั่งจากสวนไปขายส่งให้ตลาดสดต่างๆ นาน 14 ปี กระทั่งปี 2554 เจอวิกฤตน้ำท่วมหนักทำให้เกือบล้มละลาย เจ๊นิดต้องย้ายตัวเองกลับบ้าน จังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมเงินทุนติดตัว 100,000 บาท “คิดหนักมากว่าจะทำอะไร สุดท้ายตัดสินใจปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ เพราะมีจุดเด่นคือปลูกด้วยน้ำไม่ต้องใช้ดิน ช่วยประหยัดพื้นที่ในการปลูก และที่สำคัญ ไม่ปนเปื้อนสารเคมีต่างๆ ในดิน ทำให้ได้ผักที่มีความสะอาด” เจ๊นิด เล่าให้ฟัง การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ของเจ๊นิด เริ่มจากไม่มีความรู้ ต้องศึกษาเอาจากอินเทอร์เน็ต ลองผิดลองถูกจนพอจับทางได้ “ตอนแรกปลูกแค่ 10 โต๊ะ ผลผลิตพอส่งขายตามตลาดสดต่างๆ พอมีรายได้มากขึ้นก็เริ่มมองเห็นลู่ทางในการต่อยอดธุรกิจ จึงตัดสินใจเข้ามาเปิดแผงค้าที่ตลาดสี่มุมเมือง ธุรกิจเริ่มเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนประสบความสำเร็จมาถึงปัจจุบัน” โดยผักที่นำมาจำหน่ายนั้น คือผักจากฟา
ผักไฮโดรโปนิกส์ จ๊อบเสริมรายได้ดี ของหนุ่มออฟฟิศ ต่อยอดเป็นตัวแทน ขายอุปกรณ์การเกษตรครบวงจร การมีอาชีพที่ 2 3 4 5 กลายเป็นเรื่องปกติสำหรับผู้คนในปัจจุบัน อาจเพราะมีเวลาอยู่บ้านมากขึ้น หรือจะเรื่องสภาพเศรษฐกิจที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ ซึ่ง คุณบอล-ชรัช ทองหยาด มนุษย์ออฟฟิศวัย 34 ปี ก็เป็นหนึ่งในนั้น โดยเขาให้สัมภาษณ์กับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ว่า ตนทำงานในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งมาได้ 11 ปีแล้ว ซึ่งในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้สภาพเศรษฐกิจไม่ค่อยดี คนจึงรัดเข็มขัดกันมากขึ้น ไม่ว่าจะปลูกผักกินเอง ทำอาหารทานเอง รวมถึงหางานเสริมที่ 2 ที่ 3 ทำกัน “ด้วยความที่ผมเป็นลูกชาวไร่ชาวสวน ก็มีความรู้เรื่องการทำการเกษตรอยู่พอสมควร มันก็มีอยู่ช่วงหนึ่งคนนิยมปลูกผักกัน แล้วผมเห็นว่า ผักไฮโดรโปนิกส์ มันน่าสนใจนะ ไม่ต้องปลูกด้วยดินก็ได้ ก็เลยเกิดความสนใจ ไปหาศึกษาแล้วก็มาลองปลูก กะเอาไว้ทานเอง แต่มันกลายเป็นว่า ทำไปทำมา เราเห็นช่องทางการตลาด แล้วเทรนด์สุขภาพมันกำลังมา ผักเราที่ปลูกไว้มันก็น่าจะเอามาขายได้ สีสวย ไม่มีสารเคมี ก็เลยลองขาย ตอนนี้ก็ทำมาได้ 1 ปีแล้วครับ” คุณบอล เล่า โดยผักที่คุณบ
สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ชี้ ผักไฮโดรโปนิกส์ ปลอดภัย กินได้ ไม่เสี่ยงมะเร็ง เว็บไซต์ สำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เผยข่าว ประเด็น “กินผักไฮโดรโปนิกส์แล้วเป็นมะเร็ง” นั้น กรมการแพทย์ โดย สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ได้ตรวจสอบข้อมูลวิชาการพบข้อเท็จจริง คือ ไฮโดรโปนิกส์ (Hydroponics) เป็นการปลูกพืชโดยให้รากพืชสัมผัสกับสารละลายธาตุอาหารโดยตรง ปัจจุบันยังไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์หรืองานวิจัยที่ยืนยันแน่ชัดว่าการบริโภคผักไฮโดรโปนิกส์ทำให้เป็นมะเร็ง นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ตามที่มีความกังวลว่าผักไฮโดรโปนิกส์จะสะสมสารไนเตรตส่งผลให้เพิ่มความเสี่ยงโรคมะเร็งต่อผู้บริโภคนั้น ในความเป็นจริงทั้งผักไฮโดรโปนิกส์และผักที่ปลูกในดินล้วนมีสารไนเตรตตกค้างอยู่ อีกทั้งความเข้มข้นของสารไนเตรตในผักยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ชนิดของพืช ความเข้มข้นของสารละลายธาตุอาหาร สภาพแวดล้อมและฤดูกาลในการปลูกซึ่งพื้นที่เขตร้อนแสงแดดมากจะทำให้สารไนเตรตจะสลายตัวได้เร็วจึงยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัดเกี่ยวกับปริมาณไนเตรตที่ตรวจพบในผักไฮโดรโปนิกส์ อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนสารไนเตรตเป็นสารก่อมะเร็งใ
นายเฉลิพล ชนะพาล ผู้อำนวยการโรงเรียนภูซางใหญ่วิทยาคม อ.สุวรรณคุหา จ.หนองบัวลำภู สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 19 (เลย-หนองบัวลำภู) เปิดเผยว่า ตนและคณะครูของโรงเรียน ได้ร่วมกันประเมินโครงการปลูกผักไฮโดรโปรนิกส์ ของนักเรียนชั้น ม.4 ในรายวิชางานเกษตร สอนโดยนายอนัน ต้นสวรรค์ ในการนำเสนอครั้งนี้ นักเรียนได้นำเอาผลผลิตมาประกอบเป็นอาหารเพื่อรับประทานในเมนู “สลัดโรล” ซึ่งผลการประเมินเป็นที่น่าพอใจ ผักมีรสหวาน กรอบ ประกอบกับการมีน้ำจิ้มที่อร่อย จึงขอชื่นชมนักเรียนทุกคนที่ช่วยกันดูแลและขอให้นำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมชาย ก่งเซ่ง อายุ 41 ปี เกษตรกรในพื้นที่หมู่ที่ 8 ต.ท่าหิน อ.สทิงพระ จ.สงขลา เปิดเผยว่า ปลูกผักสลัดระบบไฮโดรโปนิกส์ไร้ดิน ทั้งกรีนโอ๊คและเรดโอ๊ค 20 แปลง ซึ่งผักทั้ง 2 ชนิดมีเอเยนต์รับซื้อและตลาดรองรับไม่อั้น ส่งขายทั้งตามท้องตลาดและในห้างสรรพสินค้าทั้งใน อ.เมืองสงขลา และ อ.หาดใหญ่ เพื่อนำไปประกอบอาหารและทำสลัดเกลียว ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมอยู่ในขณะนี้ “การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ใช้เวลาปลูกตั้งแต่ลงแปลงจนเก็บขายได้ 30 วัน แต่ละแปลงมีขนาด 2.00 x 4.00 เมตร สามารถปลูกผักสลัดได้ 200 ต้น และใช้วีปลูกแบบหมุนเวียนกัน โดยจะลงมือปลูกอาทิตย์ละ 4 แปลง เพื่อให้สามารถเก็บขายได้ต่อเนื่องทุกอาทิตย์และไม่ขาดช่วง สามารถเก็บผักขายได้ต่อเนื่องตลอดทั้งปี สร้างรายได้เฉลี่ยต่อเดือนประมาณเดือนละ 35,000 – 40,000 บาท” นายสมชาย เปิดเผยว่า เตรียมขยายพื้นที่แปลงปลูกเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับออร์เดอร์ที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ที่มีอยู่ขณะนี้ยังไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด สำหรับราคาของผักสลัดทั้งกรีนโอ๊คและเรดโอ๊ค ถือว่าอยู่ในระดับที่ดีราคาไม่ตก ราคาขายส่งอยู่ที่ กก.ละ 80 บาท ขายปลีก กก.ละ 100 บาท
ผักไฮโดรโปนิกส์ (Hydroponics) กับประโยชน์ทางโภชนาการ Hydroponics เป็นการผสมคำภาษากรีก 2 คำ คือ Hydro แปลว่า “น้ำ” Ponos แปลว่า “งาน” เมื่อนำความหมายรวมกันมาใช้กับการปลูกพืช จึงหมายถึง การปลูกพืชลงบนธาตุอาหารพืช โดยให้รากพืชสัมผัสกับสารละลายโดยตรง นั้นหมายความว่า เป็นการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน นอกจากนี้ การผลิตพืชผักบนดินก็ยังได้รับผลกระทบจากความแปรปรวนของดินฟ้าอากาศ เช่น น้ำท่วม ฝนแล้ง พายุ และความเสื่อมของดินที่เกิดจากการใช้ปุ๋ยเคมีมากจนเกินไป ทำให้การปลูกพืชผัก แบบ Hydroponics เป็นเทคโนโลยีทางการเกษตรที่ช่วยหลีกเลี่ยงปัญหาดังกล่าว จุดเด่นของการปลูกผักในระบบ Hydroponics มีดังนี้ คือผักมีความอุดมสมบูรณ์สูง โตเร็ว เพราะได้รับสารอาหารอย่างสมดุล ผักสะอาดปราศจากยาฆ่าแมลงและเชื้อโรค สามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบจากความแปรปรวนของดินฟ้าอากาศ กำหนดหรือวางแผนการผลิตได้ต่อเนื่อง ปัจจุบัน ผักที่ปลูกในระบบไฮโดรโปนิกส์ได้รับความนิยมอย่างมากในฐานะผักปลอดสารพิษ ซึ่งทำให้ผลผลิตไม่เพียงพอตลอดทั้งปี ผักเหล่านี้มีคุณค่าทางอาหารสูงและมีความปลอดภัยสูง เนื่องด้วยผักอุดมไปด้วยวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกายมากมาย ซึ่งให้ไข
“ไกรภูมิ โตทับเที่ยง” เซเลบตระกูลดังเมืองตรัง หนึ่งในทายาทธุรกิจอาหารกระป๋อง “ปุ้มปุ้ย-ปลายิ้ม” หันมาเอาดีด้านการทำเกษตร ด้วยการสร้างโรงเรือนปลูกผักไร้ดินปลอดสารพิษ รวมถึงปลูกเมลอนญี่ปุ่น ผุดไอเดียบรรเจิดจับผลมาแกะสลักลวดลายเพิ่มมูลค่า ขายในเฟซบุ๊ก เพิ่มมูลค่าได้ 40 เท่าตัวเลยทีเดียว คุณไกรภูมิ บอกว่า หันหลังให้ธุรกิจครอบครัว เบนเข็มตัวเองมาเป็นเกษตรกร เมื่อปี 2553 ด้วยเหตุผลที่ว่า อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ประกอบกับสนใจการทำเกษตร เลยลงทุน 50,000 บาท เพื่อลองผิดลองถูกปลูกผักสวนครัวทานเอง อาทิ ผักคะน้า กวางตุ้ง ผักกาดขาว ใช้ชื่อสวนผักแห่งนี้ว่า “สวนผักสวัสดี” เมื่อเริ่มมีผลผลิตนำไปแจกจ่ายเพื่อนบ้าน และเริ่มจำหน่าย หลังปลูกผักสวนครัว และผักไฮโดรโปนิกส์จนเริ่มอยู่ตัว คุณไกรภูมิ บอกว่า ราวเดือน พฤษภาคม 2558 หันมาทดลองปลูกเมลอน หรือราชินีแห่งพืชตระกูลแตง โดยเลือกใช้เมล็ดนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากขึ้นชื่อ มีกลิ่นหอม รสชาติอร่อย หวาน กรอบ ใช้พื้นที่ปลูกหน้ากว้าง 6 เมตร ยาว 25 เมตร ปลูกครั้งหนึ่ง 400 – 500 ต้น ระยะเวลา 80 – 90 วัน เมล่อนจะให้ผลผลิต การสูญเสียต่อครั้งราว 20 เปอร์เซ็นต์ เม
