ผิดกฎหมาย
ศรีสุวรรณ จ่อร้อง กกต. ฟัน ‘บิ๊กตู่’ เดินสายทั่วประเทศ เกณฑ์คนต้อนรับ ผิดกฎหมายเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 17 มี.ค. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย โพสต์เฟซบุ๊กถึงการเตรียมร้อง กกต. กรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช. และแคนดิเดตนายกฯ พรรคพลังประชารัฐ ออกเดินสายทั่วประเทศ อาจผิดกฎหมายเลือกตั้ง โดยข้อความระบุว่า ตามที่ปรากฏเป็นการทั่วไปในขณะนี้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ได้เดินสายไปยังจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ อาทิ ขอนแก่น และนครราชสีมา (13 มี.ค.) เชียงราย และแพร่ (16 มี.ค.) และนครศรีธรรมราช ในวันที่ 18 มี.ค.นี้ โดยอ้างว่าไปปฏิบัติราชการตามปกติ ซึ่งอาจเป็นกลยุทธ์แบบเนียนๆ ในการหาเสียงนั้น เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้ที่พรรคพลังประชารัฐเสนอชื่อเป็นแคนดิเตตนายกรัฐมนตรีตาม ม.88 และม.89 ของรัฐธรรมนูญ 2560 หลังจากที่มีพ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป 2562 เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 62 ดังนั้น โดยมารยาททางการเมือง ในอดีตที่ผ่านมา ไม่มีนายกรัฐมนตรีคนใดที่เป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันชิงชัยในการเลือกตั้ง ที่จะใช้ตำแหน่งห
นายณันทพงศ์ เชิดชู รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก(ขบ.) เปิดเผยว่าขณะนี้มีผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์จำนวนมากในไทย นิยมซื้อโครงหลังคากันฝนมาติดตั้งในรถจักรยานยนต์ ซึ่งถือเป็นดำเนินการที่ผิดพ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 เพราะถือเป็นการ ต่อเติม ดัดแปลงตัวรถ หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของรถให้ผิดไปจากรายการที่จดทะเบียน รวมทั้งยังไม่ได้ขออนุญาตดัดแปลง จะต้องระวางโทษปรับไม่เกิน1 พันบาท ณันทพงศ์ เชิดชู “การติดตั้งโครงหลังคาดังกล่าวอาจทำให้เกิดการต้านลมขณะการขับขี่ จนเป็นเหตุก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ขับขี่และผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ได้ จึงไม่แนะนำให้ติดตั้งอุปกรณ์ดังกล่าว”นายณันทพงศ์ กล่าว ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายมีแนวคิดเตรียมที่จะยื่นขออนุญาตติดตั้งโครงหลังคาดังกล่าวให้ถูกต้องตามกฎหมายนั้น นายณันทพงศ์กล่าวว่า จากการพิจารณาโครงสร้างหลังคาดังกล่าวแล้วคาดว่า ขบ.จะไม่พิจารณาคำขอเนื่องจากการจะติดตั้งหรือต่อเติมอุปกรณ์ใดๆ เพิ่มเติมในตัวรถ อุปกรณ์นั้นจะต้องมีวิศวกรผู้เชี่ยวชาญให้คำรับรองมาตรฐานความปลอดภัยอุปกรณ์ดังกล่าวด้วย ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาให้การรับรองมาตรฐานความปลอดภัยโครงหลังคาดังกล่าว รวมทั้งจากการพิจารณาโครง
เมื่อเวลา 14.00น.วันที่ 24 กรกฎาคม นางเมทิกา สัตตานุสรณ์ จัดหางานจังหวัดพังงา เข้าตรวจสอบขณะเจ้าหน้าที่กำลังอำนวยความสะดวก การเปิดให้นายจ้างแจ้งการใช้แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย เพื่อรองรับการจัดระบบแรงงานต่างด้าวให้ถูกกฎหมาย โดยจะต้องเป็นลูกจ้างที่จ้างงานอยู่ก่อนแล้ว ห้ามนำคนมาแอบอ้าง จะมีการตรวจสอบความสัมพันธ์ของนายจ้างและลูกจ้างเข้ม ระหว่าง 24 ก.ค. ถึง 7 ส.ค. 60 นี้ โดยเปิดให้ยื่นเอกสาร 15 วัน ซึ่งขั้นตอนไม่ยุ่งยาก เมื่อมาถึงจะมีเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ตรวจสอบเอกสาร กรอกแบบฟอร์มคำขอจ้างแรงงานต่างด้าวพร้อมติดรูปถ่ายของลูกจ้าง รับบัตรคิว รอเรียกเข้าไปบันทึกข้อมูลและออกไปรับคำขอเพื่อนัดมาสัมภาษณ์ในภายหลัง ใช้เวลาแจ้งประมาณ 15 นาทีต่อคนเท่านั้น โดยแต่ละศูนย์จะมีเจ้าหน้าที่คอยให้บริการ 30 จุด และจะเปิดทุกวันตั้งแต่ 08.30 น. ไม่มีวันหยุด สำหรับจังหวัดพังงาบรรยากาศในวันแรกเป็นไปอย่างเงียบเหงา มีนายจ้าง และแรงงานต่างด้าวที่ผิดกฎหมายจำนวนประมาณ 200 ราย ที่เข้าดำเนินการ ซึ่งทางกรมการจัดหางาน ประมาณการแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายในจังหวัดพังงาไว้ที่ปริมาณ 10,000 ราย นางเมทิกา สัตตานุสรณ์ จัดหางานจังหวั
