ผู้ค้ารายย่อย
ผู้เลี้ยงหมูโอดราคาหมูตกต่ำ ขายไม่ถึง 60 บาท ซ้ำเติมเกษตรกรขาดทุนต่อเนื่องนานกว่า 6 เดือน วอนรัฐหาทางแก้ปัญหารอบด้าน หมูเถื่อน-อาหารสัตว์พุ่ง หวังช่วยต่อลมหายใจเกษตรกรก่อนถอดใจเลิกเลี้ยง เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2566 ที่ผ่านมา นายสิทธิพันธ์ ธนาเกียรติภิญโญ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้เลี้ยงสุกรได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักจากราคาหมูหน้าฟาร์มตกต่ำกว่าต้นทุนการผลิต ซึ่งราคาเฉลี่ยของสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติของเดือนมิถุนายน 2566 ประกาศไว้ที่ 90.57 บาทต่อกิโลกรัม แต่เกษตรกรขายได้จริงไม่ถึง 60 บาทต่อกิโลกรัม โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยและรายเล็กได้รับผลกระทบสูง ซึ่งหลายรายทั้งพื้นที่ภาคอีสานและภาคอื่นๆ ต้องเลิกเลี้ยงเพื่อลดความเสี่ยงจากขาดทุนสะสม ปัจจัยที่กระทบหนักที่สุดตอนนี้ คือ วัตถุดิบอาหารสัตว์ ซึ่งเป็นผลกระทบต่อเนื่องมาจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ตั้งแต่ต้นปี 2565 ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบันทำให้ราคาสูงขึ้นกว่า 30% และล่าสุดรัสเซียประกาศไม่รับรองความปลอดภัยเรือขนส่งสินค้าที่ไปยังท่าเรือยูเครน เริ่มมีผลให้ราคาธัญพืชและวัตถุดิบอาหารสัตว์หลักโดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
“ดีแทค เน็ตทำกิน” ติดเขี้ยวเล็บทักษะดิจิทัล หนุนผู้ค้ารายย่อยรอดโควิด เมื่อโทรศัพท์มือถือและโลกออนไลน์คือ “โอกาสทอง” ที่หากใช้ประโยชน์อย่างเต็มศักยภาพ ก็สามารถสร้างและต่อยอดธุรกิจได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะยุคนี้ ที่ผู้ประกอบการรายย่อยต่างถูก “โควิด-19” พ่นพิษใส่กันถ้วนหน้า หลายธุรกิจถึงกับล้มหายตายจาก หลายธุรกิจแม้ยังยืนตัวอยู่ได้แต่ก็สาหัส บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ “ดีแทค” ผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคม ที่ให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยีลดความเหลื่อมล้ำในสังคมมาโดยตลอด จึงเปิดโครงการ “ดีแทค เน็ตทำกิน” ต้อนรับผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศแบบไม่จำกัดวัย มาเรียนรู้ทักษะและกลยุทธ์ที่จำเป็นในโลกดิจิทัลแบบจัดเต็ม จุดความหวัง สนับสนุนทุกคนให้ลุยและรอดไปด้วยกันผ่านการปั้นธุรกิจออนไลน์ สร้างรายได้ในยุคเศรษฐกิจชะลอตัว สร้างธุรกิจออนไลน์ให้ปังด้วยทักษะดิจิทัล ชารัด เมห์โรทรา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของดีแทค เล่าถึงที่มาของ “ดีแทค เน็ตทำกิน” ว่า วิกฤตโควิด-19 เป็นตัวเร่งให้สังคมเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลเร็วขึ้น รวมทั้งส่งผลต่อเศรษฐกิจ สังคม ในระยะสั้นและระยะยาว ทำให้ผู้ที่เ
