ผู้ประสบอุทกภัย
เซ็นทรัล รีเทล ฟู้ด นำโดย โก โฮลเซลล์ และท็อปส์ ภายใต้ เซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าส่งต่อวัตถุดิบอาหารคุณภาพ ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ร่วมกับ กรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ขนทัพอาหารสด ทั้งเนื้อสัตว์ ไข่ไก่ ข้าวสาร ผักผลไม้ เครื่องปรุง ส่งด่วนถึง “โรงครัวศูนย์สร้างสุข พม.” จุดตั้งครัวกลางผลิตอาหารปรุงสุก เพื่อส่งต่อไปยังประชาชนในพื้นที่ที่ยังได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ในกรุงเทพมหานคร ณ สถานสงเคราะห์เด็กหญิงบ้านราชวิถี ในการนี้ นางสาวอรวรรณ ศิริโชติรัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานสื่อสารองค์กรและรัฐสัมพันธ์ และ นางสาวธีรดา ศิริพันธุ์ ผู้อำนวยการด้านความยั่งยืน ภายใต้เซ็นทรัล รีเทล ฟู้ด ร่วมด้วย พนักงาน โก โฮลเซลล์ ร่วมกันส่งมอบวัตถุดิบอาหาร โดยมี นายโชคชัย วิเชียรชัยยะ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.), นางสาวสุนีย์ ศรีสง่าตระกูลเลิศ รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, นางสาวชวนชม จันทะวงษ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงขอ
บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ร่วมสนับสนุนโครงการ Green Wave Share for Care : Can to Care มอบผลิตภัณฑ์ดอยคำ เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบอุทกภัยและผู้ได้รับความเดือดร้อนจากภัยพิบัติทางธรรมชาติทั่วประเทศ ผ่านมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย สะท้อนแนวทางการดำเนินธุรกิจที่เชื่อมโยงการสนับสนุนเกษตรกรเข้ากับการสร้างประโยชน์กลับคืนสู่สังคม ในการนี้ คุณชูโชค ศิวะคุณากร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด พร้อมคณะผู้บริหาร เป็นผู้แทนบริษัท มอบผลิตภัณฑ์ โดยมี “ดีเจพี่อ้อย” – คุณนภาพร ไตรวิทย์วารีกุล ผู้แทนจาก Green Wave และ ดร.นฤมล ล้อมทอง กรรมการและรองเลขาธิการ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ร่วมรับมอบ ณ บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด สำนักงานใหญ่ เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการสนับสนุนในครั้งนี้จะนำไปใช้ในภารกิจของมูลนิธิฯ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยและภัยพิบัติทางธรรมชาติในพื้นที่ต่างๆ โดยความร่วมมือระหว่างดอยคำ Green Wave และมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากฯ เป็นอีกหนึ่งการประสานการทำงานระห
เครดิตบูโร ห่วงใยผู้ประสบอุทกภัย ย้ำ แบงก์ ระวังการรายงานสถานะชำระหนี้ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) ส่งหนังสือถึงสมาชิกสถาบันการเงินที่มีมาตรการ/โครงการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยดังกล่าว โดยผ่อนปรนหรือขยายเวลาการชำระหนี้ออกไป โดยไม่ถือเป็นการผิดนัดชำระหนี้ หากลูกค้าสามารถปฏิบัติได้ครบถ้วนตามข้อตกลงหรือข้อผ่อนปรนของสมาชิกสถาบันการเงิน นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ เครดิตบูโร เปิดเผยว่า ตามที่ได้เกิดเหตุอุทกภัยหรือภัยธรรมชาติในหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศ ทำให้ประชาชนและลูกค้าของสมาชิกสถาบันการเงินจำนวนหนึ่งได้รับความเดือดร้อนจากเหตุดังกล่าวนั้น เครดิตบูโร ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบสถาบันการเงินไทยจึงได้ออกหนังสือถึงธนาคารและสถาบันการเงินที่เป็นสมาชิกกว่า 158 แห่ง หากสมาชิกสถาบันการเงินมีมาตรการ/โครงการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยดังกล่าว โดยผ่อนปรนหรือขยายเวลาการชำระหนี้ออกไป โดยไม่ถือเป็นการผิดนัดชำระหนี้หากลูกค้าสามารถปฏิบัติได้ครบถ้วนตามข้อตกลงหรือข้อผ่อนปรนของสมาชิกสถาบันการเงินนั้น เครดิตบูโร จึงมีหนังสือแจ้งขอความร่วมมือสมาชิกสถาบันการเงิ
ออมสิน ออกมาตรการช่วยน้ำท่วมภาคใต้ พักชำระหนี้ 3 เดือนทันที พร้อมให้กู้ฉุกเฉิน “สินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ” รายละ 50,000 บาท ปีแรกไม่คิดดอกเบี้ย และ 3 เดือนแรกไม่ต้องจ่ายคืนเงินกู้ คุณวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า เหตุฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดน้ำท่วมหลายจังหวัด ในพื้นที่ภาคใต้ของไทย ได้ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ และสร้างความเสียหายต่อลูกค้า และประชาชนเป็นวงกว้าง ธนาคารได้เร่งให้ความช่วยเหลือ โดยนำถุงยังชีพและน้ำดื่มออกไปแจกจ่ายเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าเป็นการด่วนแล้วกว่า 3,500 ชุด และหน่วยบริการอาหารฟรีทุกวัน ซึ่งเบื้องต้นจังหวัดที่ประสบภัยพิบัติ คือ จ.นครศรีธรรมราช กับ จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งมีลูกค้าเงินฝากและสินเชื่อธนาคารออมสินกว่า 957,000 ราย และพื้นที่ใกล้เคียง โดยได้ออกมาตรการเพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน ทั้งนี้ ธนาคารได้ออกมาตรการพักชำระหนี้ให้กับลูกค้าสินเชื่อทุกประเภท แบ่งเป็น 3 ระดับตามความหนักเบาของผลกระทบที่ได้รับ โดยเฉพาะระดับความรุนแรงสูง และทางการประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบภัย ลูกค้าที
ธอส. ทุ่ม 1 พันล้านบาท จัดทำ “โครงการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยปี 2562” พิษ พายุปาบึก เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนด้านที่อยู่อาศัย เมื่อวันที่ 5 ม.ค. นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ตามที่หลายจังหวัดของพื้นที่ภาคใต้ได้รับผลกระทบจากอิทธิพลของพายุโซนร้อน “ปาบึก” ซึ่งจะมีผลให้เกิดอุทกภัย ฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และอาจส่งผลให้ที่อยู่อาศัยของประชาชนได้รับความเสียหายและประสบปัญหาด้านการประกอบอาชีพ “ธนาคารอาคารสงเคราะห์ จึงได้เตรียมมาตรการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยให้กับลูกค้าประชาชนที่ประสบอุทกภัย รวมถึงมาตรการฟื้นฟูภายหลังน้ำลดระดับลง โดยเตรียมวงเงิน 1,000 ล้านบาท จัดทำ “โครงการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ปี 2562” โดยธนาคารจะพิจารณาตามระดับความเสียหาย”นายฉัตรชัย กล่าว นายฉัตรชัย กล่าวต่อว่า ซึ่งมีรายละเอียดประกอบด้วย มาตรการที่ 1 สำหรับลูกค้าเดิมของ ธอส. กรณีหลักประกัน (ที่อยู่อาศัยที่จดจำนองกับธนาคาร) ของตนเอง หรือคู่สมรส ได้รับความเสียหายจากการประสบอุทกภัยสามารถขอลดอัตราดอกเบี้ยและเงินงวดผ่อนชำระ เดือนที่ 1-4 อัตราดอกเบี้ย 0
เมื่อเวลา 10.10 น. วันที่ 1 สิงหาคม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยราษฎรที่ประสบอุทกภัยจากพายุโซนร้อน “ตาลัส” และ “เซินกา” ที่พัดผ่านประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา ทำให้เกิดฝนตกหนักในหลายจังหวัดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมฉับพลัน ตั้งแต่ความเสียหายแก่บ้านเรือน พืชผลทางการเกษตร ตลอดจนสิ่งสาธารณประโยชน์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งศูนย์อำนวยการ “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ หน่วยพระราชทานและจิตอาสา” ณ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนเป็นการเร่งด่วน โอกาสนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.อ.โยธิน ประยูรโภคราช ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระราชูปถัมภ์ เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค มอบแก่ราษฎรที่ประสบอุทกภัยในอำเภอเมือง อำเภอดอนจาน อำเภอยางตลาด อำเภอฆ้องชัย และอำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ จำนวนรวม 1,457 ครอบครัว ณ หอประชุมอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ วันเดียวกัน เวลา 13.20 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ พล.อ.อ.โยธิน ประยูรโภคราช ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเครา
