ผู้ป่วย
ชวนผู้ป่วย 4 กลุ่มโรค ร่วมโครงการ “รับยาใกล้บ้าน” ลดเวลารอ-เสี่ยงโควิด-19 รับยาใกล้บ้าน – ประชาชนที่เป็นผู้ป่วยใน 4 กลุ่มโรค คือ เบาหวาน ความดันโลหิต หอบหืด และผู้ป่วยจิตเวชที่ได้รับการพิจารณาจากแพทย์แล้วว่า “มีอาการคงที่” ท่านสามารถเข้าร่วม “โครงการรับยาใกล้บ้าน” โดยแจ้งความประสงค์กับแพทย์ที่ท่านรักษาตัวอยู่ ปัจจุบันมีโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 108 แห่ง ร้านขายยาแผนปัจจุบันที่ขึ้นทะเบียนตามมาตรฐานของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (ร้านขายยา ขย.1) จำนวน 889 ร้าน ใน 64 จังหวัด ซึ่งโครงการดังกล่าวจะช่วยให้ผู้ป่วยใช้เวลาในโรงพยาบาลที่สั้นลง ไม่ต้องต่อคิวหน้าห้องรับยา ที่สำคัญ จะช่วยลดโอกาสของการอยู่ในสถานที่แออัด และป้องกันโรคโควิด-19 ได้อีกทางหนึ่ง ตรวจสอบรายชื่อร้านยาที่เข้าร่วมโครงการ คลิก https://www.nhso.go.th/FrontEnd/page-contentdetail.aspx… ที่มา ไทยคู่ฟ้า
ลดความแออัด นำร่อง 6 รพ. ในปราจีนบุรี ใช้เทคโนโลยี “จัดระบบคิวพบแพทย์ ระบบการจ่ายยา” จากนโยบายการส่งเสริมการใช้งานบริการจากกลุ่มสตาร์ตอัพในภาครัฐ นายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ได้เป็นประธานเปิดตัวโครงการ ปราจีนบุรีเมืองสุขภาพดี หรือ PMID Prachinburi Medical Innovation District Opening Day ขึ้นที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร โมเดลต้นแบบ เพื่อหวังยกระดับการให้บริการ และใช้เทคโนโลยีของกลุ่มสตาร์ตอัพให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชน โดยมี 2 บริษัทสตาร์ตอัพไทย ได้แก่ บริษัท คิวคิว (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท อรินแคร์ จำกัด ร่วมเปิดโครงการ สำหรับเทคโนโลยีที่นำมาใช้ในโรงพยาบาล คือ ระบบบริหารจัดการคิว จาก บริษัท คิวคิว (ประเทศไทย) จำกัด นำมาพัฒนาร่วมกับระบบจองคิวของโรงพยาบาล เพื่อสร้างความสะดวกสบายให้กับผู้ป่วย โดยผู้ป่วยสามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นในการจองคิวล่วงหน้าจากที่บ้าน สามารถเข้ารับบริการตามนัดหมายโดยไม่ต้องนั่งรอคิวให้เสียเวลา และเสร็จสิ้นการรับบริการได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังช่วยลดขั้นตอนการทำงานของพยาบาลและคุณหมอได้ด้วย อีกเทคโนโลยีที่นำมาใช้ คือ ระบบบริหารจัดการเภส
เฮ! อย.เผย 4 โรค ใช้ประโยชน์จากกัญชาได้ เตรียมออกอนุบัญญัติกัญชาทางการแพทย์ เมื่อวันที่ 13 ก.พ. นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวถึงการเตรียมออกอนุบัญญัติเกี่ยวกับกัญชาทางการแพทย์ เพื่อรองรับร่างพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. …. ซึ่งมีประกาศในส่วนของการนิรโทษผู้ครอบครองกัญชาด้วยนั้น ว่า หากมาแจ้งการครอบครองกัญชาภายใน 90 วันตามที่กำหนดหลังจากกฎหมายใหญ่บังคับใช้ ก็จะไม่ต้องรับโทษ และออกแบบให้บางกลุ่มสามารถครอบครองต่อไปได้ เช่น ถ้าเป็นคนไข้จริง เป็นแพทย์แผนไทยจริง เป็นหมอพื้นบ้าน หรือจะทำงานวิจัยต่อ แต่ก็ต้องมาขออนุญาตตามกฎกระทรวงใหม่ ซึ่งผู้ป่วยก็จะได้รับการดูแลจากแพทย์แผนปัจจุบันหรือแพทย์แผนไทยในการสั่งยาจากกัญชาเพื่อดูแล โดยไม่ต้องไปหาซื้อจากนอกระบบ เป็นการคุ้มครองประชาชน ส่วนกลุ่มที่ไม่มาแจ้งก็ต้องเอาผิดตามกฎหมายเพราะการครอบครองถือว่ามีความผิด ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เป็นผู้ดำเนินการบังคับใช้กฎหมาย นพ.ธเรศ กล่าวว่า นอกจากประกาศนิรโทษ 2 ฉบับ และกฎกระทรวงเรื่องการผลิต การปลูก สกัด วิจัย จำหน่าย และส่งออก แล้วนั้น
