ผู้พิพากษา
จากสาวโรงงาน สู่ “ผู้พิพากษา” อาชีพทรงเกียรติ ได้มาเพราะความพยายาม เมื่อไม่นานมานี้ เพจ ปรึกษาทนายความ ได้แชร์บทความเกี่ยวกับเส้นทางการเป็นผู้พิพากษา ที่กว่าจะก้าวสู้อาชีพอันเป็นที่พึ่งของประชาชนได้ ต้องใช้ความเพียรพยายามและอุทิศตนเพียงใด โดยเรื่องราวนี้ เป็นเรื่องของผู้พิพากษาหญิงท่านหนึ่ง คือ คุณลัดดาวรรณ หลวงอาจ ศิษย์เก่าคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่เคยไปออกอากาศรายการเจาะใจ ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2556 โดยเธอเล่าถึงเส้นทางชีวิตในการเป็นผู้พิพากษาไว้ว่า เธอเป็นเกิดและเติบโตใน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ที่บ้านยึดอาชีพทำไร่ข้าวโพดอยู่บนภูเขา คนในหมู่บ้านไม่ค่อยได้เรียนหนังสือกัน แต่ตัวเธอเองเป็นคนชอบอ่านหนังสือ และฟังรายการวิทยุมาตั้งแต่เล็กๆเมื่อเรียนจบชั้น ป.6 พ่อแม่ไม่ให้เธอเรียนต่อ เพราะต้องมาช่วยที่บ้านทำงาน แต่ด้วยความใฝ่เรียน เธอจึงขอร้องจนที่บ้านอนุญาตให้เรียนต่อ เธอจึงได้เรียนกศน.ทางไกล ที่อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยต้องเดินทางจากหมู่บ้านไป 3 กิโลเมตร ขึ้นรถประจำทางไปที่หล่มเก่าเพื่อไปเรียนอีก 30 กิโลเมตร ใช
สาวโรงงาน สอบเป็น ผู้พิพากษา ได้ตั้งแต่อายุ 27 อาชีพทรงเกียรติ ที่ได้มาเพราะความพยายาม “ผู้พิพากษา” ผู้ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ศาล ทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมการดำเนินคดีในชั้นศาล ให้เป็นไปอย่างเรียบร้อย ผู้พิพากษามีอำนาจในการตัดสินคดีความ โดยจะพิจารณาจากหลักฐานที่ปรากฏในรูปคดีเท่านั้น และยังทำหน้าที่เป็นผู้รับคำฟ้องร้องจากอัยการหรือทนายฝ่ายโจทก์ในการฟ้องร้อง รวมถึงเป็นผู้กำหนดวงเงินในการประกันตัว สำหรับจำเลยหรือผู้ต้องหาด้วย “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีตัวอย่างของผู้ที่เดินบนเส้นทางอาชีพทรงเกียรติที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ มาให้ลูกเพจได้อ่านเป็นความรู้กัน โดยเพจ ปรึกษาทนายความ ได้แชร์บทความเกี่ยวกับเส้นทางการเป็นผู้พิพากษา ที่กว่าจะก้าวสู้อาชีพอันเป็นที่พึ่งของประชาชนได้ ต้องใช้ความเพียรพยายามและอุทิศตนเพียงใด โดยเรื่องราวนี้ เป็นเรื่องของผู้พิพากษาหญิงท่านหนึ่ง คือคุณลัดดาวรรณ หลวงอาจ ศิษย์เก่าคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่เคยไปออกอากาศรายการเจาะใจ ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2556 โดยเธอเล่าถึงเส้นทางชีวิตในการเป็นผู้พิพากษาไว้ว่า เธอเป็นเกิดและ
ด่วน!! ศาลฎีกา พิพากษายืน จำคุก 6 แกนนำพันธมิตรฯ ยึดทำเนียบ ชี้ชัดชุมนุมไม่สงบ วันที่ 13 ก.พ. ที่ห้องพิจารณาคดี 809 ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีอดีตแกนนำพันธมิตรฯ บุกทำเนียบรัฐบาล เมื่อปี 2551 เป็นคดีหมายเลขดำ อ.4925/2555 ที่ พ.ต.ต.สุรพงษ์ สายวงศ์ อัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง อายุ 83 ปี, นายสนธิ ลิ้มทองกุล อายุ 70 ปี, นายพิภพ ธงไชย อายุ 72 ปี, นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ อายุ 68 ปี นายสมศักดิ์ โกศัยสุข อายุ 72 ปี แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) และนายสุริยะใส กตะศิลา อายุ 45 ปี ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน หรือกลุ่มการเมืองสีเขียว และอดีตผู้ประสานงาน พธม. เป็นจำเลยที่ 1-6 ในความผิดฐานร่วมกันบุกรุกโดยกระทำความผิดตั้งแต่สองคนขึ้นไป และร่วมกันทำให้เสียทรัพย์กรณีบุกรุกเข้าไปในทำเนียบรัฐบาล ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 358, 362 และ 365 อัยการโจทก์ฟ้องระบุความผิดสรุปว่า เมื่อวันที่ 25 พ.ค.2551 ผู้ชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ ซึ่งมีจำเลยดังกล่าวเป็นแกนนำจัดปราศรัยชักชวนประชาชนเข้าร่วมชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน เพื่อกดดัน
วันที่ 2 พค 61 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดเชียงใหม่ว่า ขณะนี้ประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่ ยังคงมีการรณรงค์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเรียกร้อง ขอให้ยุติและยกเลิกโครงการ ก่อสร้างบ้านพักข้าราชการตุลาการศาลอุทธรณ์ภาค 5 บริเวณพื้นที่ป่าเชิงดอยสุเทพ ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ โดยล่าสุด เครือข่ายเชียงใหม่เขียวสวยหอม ซึ่งเป็นหนึ่งในเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ จัดโครงการเขียวไปทั้งเมือง โดยเปิดรับอาสาสมัคร ร่วมกันตัดผ้าเป็นริบบิ้นสีเขียว ระหว่างวันที่ 2-4 พฤษภาคม 2561 เวลา 16.00 ถึง 19.00 น บริเวณลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ ในตัวเมืองเชียงใหม่ พร้อมเชิญชวน นักปั่นจักรยาน และนักบิดมอเตอร์ไซค์ ให้ออกมาร่วมกันนำริบบิ้นสีเขียว ดังกล่าวไปตามร้านค้า และบ้านเรือน รอบคูเมืองเชียงใหม่ รวมทั้งติดตามรถสี่ล้อแดงรับจ้าง และรถตุ๊กๆ ที่วิ่งรอบเมือง เพื่อประกาศเจตนารมณ์ และแสดงออกถึงความต้องการของชาวเชียงใหม่ในการปกป้อง รักษาดอยสุเทพ จากโครงการดังกล่าว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเพจต่างๆได้มีการนำคลิปภาพตัดต่อเรียบร้อย พร้อมข้อความ การชุมนุมคัดค้านบ้านตุลาการ เมื่อครั้งวันที่ 29 เม.ย.61 ที่ผ่านมา เผยแพร่ในก
