ฝนกระหน่ำ
เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนัก ฝนฟ้าคะนอง และฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร สำหรับลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังอ่อนพัดปกคลุมภาคเหนือ ภาคกลาง และทะเลอันดามัน ในขณะที่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้มีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06.00 น. ของวันนี้ ถึงเวลา 06.00 น. ของวันที่ 2 มิ.ย.นี้ ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเชียงราย พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก และพิษณุโลก อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดอุดรธานี สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด นครราชสีมา ศรีสะเกษ
เมื่อวันที่ 29 พ.ค. กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนองต่อเนื่องกับมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณทางตะวันตกของภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังปานกลาง ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมอ่าวเบงกอลตอนบน กำลังเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศเมียนมาในช่วงวันที่ 29-30 พ.ค. 61 ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนอง กับมีฝนตกหนักบางแห่งด้านตะวันตกของประเทศ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังปานกลาง พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06.00 ของวันนี้ ถึงเวลา 06.00 ของวันที่ 30 พ.ค.นี้ ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ ลำพูน ลำปาง สุโขทัย ตาก และกำแพงเพ
กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 22-24 กุมภาพันธ์ 2561) ฉบับที่ 12 ลงวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 ระบุว่า บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีสภาพอากาศแปรปรวน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักบางแห่งอาจมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง โดยจะมีผลกระทบดังนี้ ในช่วงวันที่ 22-23 กุมภาพันธ์ 2561 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย อุดรธานี หนองคาย หนองบัวลำภู บึงกาฬ สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ชัยภูมิ ขอนแก่น และนครราชสีมา ภาคเหนือ: จังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน แพร่ ลำพูน ลำปาง สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สิงห์บุรี สระบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก: จังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว นครนายก ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 ภาคใต้: จังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา จึงขอให้ประช
กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 21-24 กุมภาพันธ์ 2561)” ฉบับที่ 7 ลงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 ระบุว่า บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีสภาพอากาศแปรปรวน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองกับมีฝนตกหนักบางแห่งและมีลมกระโชกแรง อาจมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ โดยจะมีผลกระทบดังนี้ ในช่วงวันที่ 21-22 กุมภาพันธ์ 2561 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีผลกระทบบริเวณจังหวัดเลย อุดรธานี หนองคาย หนองบัวลำภู บึงกาฬ สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ชัยภูมิ ขอนแก่น และนครราชสีมา ในช่วงวันที่ 22-23 กุมภาพันธ์ 2561 จะมีผลกระทบบริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในช่วงวันที่ 23-24 กุมภาพันธ์ 2561 จะมีผลกระทบบริเวณภาคกลางตอนล่าง และภาคใต้ จึงขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ในขณะที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ในช่วงวันและเวลาดังกล่าว สำหรับเกษตรกรควรระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย ทั้งนี้บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางได้แผ่ลงมาปกคลุมถึงประเทศจีนตอนใต้แล้ว คาดว่าจะแผ่ลงมาปกคลุมภ
เมื่อวันที่ 31 ม.ค. กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา “สภาพอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบนกับฝนตกหนักและคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 31 ม.ค. จนถึง วันที่ 6 ก.พ.นี้)” ฉบับที่ 18 ลงวันที่ 31 ม.ค. โดยในช่วงวันที่ 31 ม.ค.-1 ก.พ.นี้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีสภาพอากาศแปรปรวนโดยมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นและอุณหภูมิจะลดลง 1–3 องศาเซลเซียส เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยและทะเลจีนใต้แล้ว ส่วนภาคเหนือมีกระแสลมตะวันตกในระดับบนพัดปกคลุม ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีอากาศหนาวเย็น และอุณหภูมิลดลง 1–3 องศาเซลเซียส และในช่วงวันที่ 2-6 ก.พ.นี้ ประเทศไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็นอย่างต่อเนื่องและอุณหภูมิจะลดลงได้อีก 3-5 องศาเซลเซียส เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนอีกระลอกหนึ่งได้แผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มมากขึ้น
วันที่ 29 สิงหาคม 2560 จากสถานการณ์ฝนตกชุกต่อเนื่องมาตลอด 1 สัปดาห์ในพื้นที่ จ.ชัยนาท ทำให้ข้าวในนาของเกษตรกรได้รับความเสียหายจากแรงลมและปริมาณฝน ทำให้ต้นข้าวหักล้มเป็นบริเวณกว้าง ในหลายพื้นที่ของ อ.เมืองชัยนาท อ.สรรพยา อ.สรรคบุรี และ อ.วัดสิงห์ ซึ่งนายนครินทร์ ดีอ่อน ชาวนาในพื้นที่ ต.ธรรมามูล อ.เมืองชัยนาท เปิดเผยว่า ต้นข้าวที่ล้มจากพายุลมฝนแบบนี้ถือว่าชาวนาได้รับผลกระทบเสียหาย เพราะรวงข้าวจะโดนน้ำและน้ำค้างทำให้เกิดเชื้อรา เปลือกของเมล็ดข้าวจะมีสีดำ ทำให้เมื่อเกี่ยวไปขายจะถูกกดราคาจากโรงสีที่รับซื้อ โดยในสัปดาห์นี้ราคารับซื้อข้าวปกติความชื้นไม่เกิน 25 เปอร์เซ็นต์ จะอยู่ที่ตันละ 6,500 บาท แต่ถ้าเป็นข้าวล้มจะมีความชื้นสูงกว่าก็จะถูกกดราคาลงมาอยู่ที่ 6,100-6,200 บาทต่อตันเท่านั้น แต่ชาวนาเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของธรรมชาติฟ้าฝน แต่ก็อยากวอนขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เข้ามาช่วยเหลือพยุงราคาข้าวให้เพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน เพราะชาวนาแทบไม่เหลือกำไรในการทำนาแต่ละรอบ เพราะราคาข้าวที่ตกต่ำต่อเนื่อง ที่มา : มติชนออนไลน์
กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานสภาพอากาศว่า ในช่วงวันที่ 5–9 ก.ค. ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีฝนฟ้าคะนองต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางพื้นที่ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 10-11 ก.ค. ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตกรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีฝนลดลง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนยังคงมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน และลำปาง อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-31 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดสกลนคร นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ และสุรินทร์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแ
กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานสภาพอากาศว่า ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยจะมีผลกระทบจนถึงวันที่ 9 มิถุนายน 2560 ขอให้ประชาชนที่อาศัยในที่ราบลุ่ม ที่ลาดเชิงเขาระวังอันตรายจากฝนตกหนักที่อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง ภาคเหนือ – มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร และสุโขทัย อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ – มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น และนครราชสีมา อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ภาคกลาง
กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทยตอนบน และคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามัน มีผลกระทบจนถึงวันที่ 28 พ.ค.2560 ฉบับที่ 13 ลงวันที่ 26 พ.ค.2560 ระบุว่าในช่วงวันที่ 26-28 พ.ค.2560 ประเทศไทยจะมีฝนตกชุกหนาแน่นกับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ใน ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ซึ่งจะได้รับผลกระทบ โดยมีรายละเอียดดังนี้ ภาคเหนือ บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร กำแพงเพชรและตาก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณจังหวัดนคราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ภาคกลาง บริเวณจังหวัดราชบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี และพระนครศรีอยุธยา ภาคตะวันออก บริเวณเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคใต้ บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่และตรัง สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีฝนตกต่อเนื่องตลอดช่วง โดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากได้ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากที่จะเกิดขึ้นไว้ด
