ฝุ่นละออง
เมื่อเวลา 07.00 น. “กรมควบคุมมลพิษ” ร่วมกับกรุงเทพมหานคร รายงานคุณภาพอากาศ ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ประจำวันศุกร์ที่ 10 มกราคม โดยระบุตรวจวัดค่าฝุ่นได้ 42-109 มคก./ลบ.ม. (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม) โดยปริมาณฝุ่นละอองในภาพรวมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหลายพื้นที่เมื่อเทียบกับช่วงเช้าของเมื่อวาน สำหรับ 28 พื้นที่ ค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน ได้แก่ เขตสัมพันธวงศ์ เขตพญาไท เขตวังทองหลาง เขตปทุมวัน เขตบางรัก เขตสาทร เขตบางคอแหลม เขตยานนาวา เขตสวนหลวง เขตจตุจักร เขตสายไหม เขตบางกะปิ เขตลาดกระบัง เขตธนบุรี เขตคลองสาน เขตบางกอกน้อย เขตภาษีเจริญ เขตพระนคร เขตห้วยขวาง เขตคลองเตย เขตบางซื่อ เขตหลักสี่ เขตบางเขน เขตบึงกุ่ม เขตคลองสามวา เขตบางพลัด เขตบางขุนเทียน เขตดุสิต
หมอกควันเหนือวิกฤตอีก ผงะ! ไฟป่าโหมพร้อมกัน 9 จว.กว่า 3,088 จุด รับข่าวนายกฯไปเชียงใหม่ วันที่ 1 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์มลพิษ ฝุ่นควันในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ว่า ล่าสุดสถานการณ์กลับมาอยู่ในสภาพที่เลวร้ายอีกครั้ง โดยค่าดัชนีคุณภาพอากาศขึ้นสูงอยู่ในระดับไม่ดีอย่างยิ่ง จนถึงอากาศเป็นอันตราย ทั้งนี้ เมื่อเวลา 05.00 น. ค่าสูงสุดอยู่ที่สถานีเทศบาลตำบลบ้านแม่ อ.สันป่าตอง ค่า AQI 486 ฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 อยู่ที่ 478.49 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ในเขตตัวเมือง สถานีวัดโรงพยาบาล (รพ.) มหาราชนครเชียงใหม่ ต.ศรีภูมิ ค่าAQI อยู่ที่ 244 ค่า PM 2.5 อยู่ที่ 193.73 มคก./ลบ.ม. ขณะที่ข้อมูลดาวเทียมระบบ VIIRS ตรวจพบจุดความร้อน Hotspot ภาคเหนือตอนบนสูงมาก จำนวน 3,088 จุด ณ วันที่ 1 เมษายน 2562 เวลา 02.00 น. ได้แก่ จ.แม่ฮ่องสอน จำนวน 981 จุด จ.เชียงใหม่ จำนวน 615 จุด จ.เชียงราย จำนวน 370 จุด จ.ลำปาง จำนวน 302 จุด จ.น่าน จำนวน 219 จุด จ.แพร่ จำนวน 214 จุด จ.ตาก จำนวน 211 จุด จ.พะเยา จำนวน 116 จุด และ จ.ลำพูน จำนวน 60 จุด ทั้งนี้ กองบัญชาการควบคุมสถานการณ์หมอกควันภาคเหนือกองทัพภาคที
วิกฤติแล้ว เชียงใหม่ ฝุ่นพิษค่าพุ่ง แซงขึ้นติดอันดับ 1 ของโลก! สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 ยังคงมีการเฝ้าระวัง อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงเวลานี้ พบว่า สถานการณ์ฝุ่นละออง ในภาคเหนือ มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างมาก วันที่ 28 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ airvisual.com รายงานสภาพอากาศจากเมืองทั่วประเทศทั่วโลก โดยพบว่า พื้นที่ จ.เชียงใหม่ มีค่าฝุ่นละอองพุ่งสูงเป็นอันดับที่ 1 ของโลก แล้วในวันนี้ โดยพบว่า เมื่อวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา มีรายงาน จุดความร้อน Hotspot จำนวน 500 จุด และมีการเร่งมือแก้ปัญหาไฟป่า อย่างเร่งด่วนในขณะนี้
เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ นพ.ดนัย ธีวันดา รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า การปลูกต้นไม้เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการดักจับสารพิษในอากาศ และสามารถป้องกันฝุ่นละออง เพราะส่วนต่างๆ ของต้นไม้ โดยเฉพาะใบ สามารถช่วยดักฝุ่นได้ดี ซึ่งฝุ่นละอองที่ลอยอยู่บนอากาศจะผ่านต้นไม้ติดค้างอยู่บนผิวใบ โดยพืชตระกูลสนจะช่วยดักจับฝุ่นได้ เพราะโครงสร้างของใบมีความละเอียดซับซ้อน แต่หากเป็นไม้เลื้อยจะดักจับฝุ่นได้มากกว่าไม้อื่น เพราะมีพื้นผิวใบมากกว่าต้นไม้อื่น ด้วยลักษณะใบที่เรียวเล็ก ชื้น หยาบ มีขน หรือผิวใบที่เหนียวจะทำให้ฝุ่นเกาะติดใบได้ดี ส่วนลำต้น กิ่งก้านที่มีโครงสร้างพันกันอย่างสลับซับซ้อนมีส่วนช่วยดักจับฝุ่นได้เช่นกัน อาทิ ไทรเกาหลี คริสตินา โมก ตะขบ การเวก พวงครามออสเตรเลีย อโศกอินเดีย และสนฉัตร แต่ไม่ควรปลูกไม้ผลัดใบเพราะบางช่วงไม่มีใบดักจับฝุ่น ก่อนปลูกจึงต้องเลือกชนิดต้นไม้ให้เหมาะสมกับสภาพหรือบริเวณที่จะปลูก “สำหรับไม้ประดับภายในอาคารหรือในบ้านให้เลือกที่สามารถปลูกได้ง่าย อาทิ พลูด่าง ลิ้นมังกร กล้วยไม้พันธุ์หวาย เบญจมาศ เยอร์บีร่า เสน่ห์จันทร์แดง ที่ช่วยดูดสารพิษได้มาก ซึ่งการปลูกต้นไม้ 1 ต้น ช่วยดูดซับคาร
ขนส่งสั่ง 161 คันควันดำห้ามใช้ ดีเดย์ 4 ก.พ. คุมเข้มผู้ประกอบการนำรถเข้าตรวจสภาพ กรมการขนส่งทางบก เผยผลตรวจควันดำรถบรรทุกและรถโดยสารบนเส้นทางสายหลักมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพมหานคร รวม 3 วัน (1-3 กุมภาพันธ์ 2562) พบรถควันดำสั่งห้ามใช้แล้ว 161 คัน ออกใบเตือนให้ปรับปรุง 72 คัน ดีเดย์!!! 4 กุมภาพันธ์ 2562 เป็นต้นไป เพิ่มมาตรการให้ผู้ประกอบการนำรถเข้าตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์ ณ สำนักงานขนส่งทุกแห่งทั่วประเทศ นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบกดำเนินการตามมาตรการ “One Transport ปลอดฝุ่น PM2.5” ของกระทรวงคมนาคม เพื่อลดปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยตั้งจุดตรวจควันดำรถบรรทุกและรถโดยสารรวม 31 จุด ครอบคลุมพื้นที่ 15 จังหวัดโดยรอบ บนเส้นทางสายหลักมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพมหานครและจุดสำคัญต่างๆ ตั้งแต่วันที่ 1-3 กุมภาพันธ์ 2562 รวม 3 วัน ดำเนินการตรวจรถบรรทุกและรถโดยสารรวมทั้งสิ้น 4,616 คัน พบรถที่มีค่าควันดำเกินร้อยละ 45 จำนวน 161 คัน เป็นรถบรรทุก จำนวน 137 คัน และเป็นรถโดยสาร จำนวน 24 คัน สั่งเปรียบเทียบปรับ 5,000 บาท และพ่น “
วิกฤตสุดๆ ค่าฝุ่นพิษพุ่งปรี๊ด สมุทรสาคร-กรุงเทพฯ หนัก บ่ายนี้สูงขึ้น ยาวถึง 4 ก.พ. วันที่ 30 ม.ค. กรมควบคุมมลพิษ รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศ พื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล จากสภาพอุตุนิยมวิทยาที่อากาศในช่วงเช้า พื้นที่ กทม.และปริมณฑล อากาศลอยตัวได้น้อย ลมสงบ ซึ่งจากสภาพเช่นนี้จะทำให้ปริมาณฝุ่นละอองสะสมได้ ส่งผลทำให้สถานการณ์ พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในวันนี้ ปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 เพิ่มขึ้นจากเมื่อวานทุกพื้นที่ ฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐาน (50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) 39 พื้นที่ โดยพื้นที่ริมถนน เกินค่ามาตรฐาน 23 สถานี ส่วนพื้นที่ทั่วไป เกินค่ามาตรฐาน 16 สถานี คาดการณ์ ในช่วงบ่ายของวันนี้ อากาศลอยตัวได้น้อย ลมสงบ ทำให้ปริมาณฝุ่นละอองมีโอกาสสะสมมากขึ้น โดยลักษณะเช่นนี้จะเป็นไปจนถึงวันที่ 4 ก.พ.62 สำหรับรายละเอียดพื้นที่ที่ตรวจพบสารมลพิษทางอากาศเกินมาตรฐานได้แก่ ฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ตรวจพบค่าระหว่าง 59-142 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เกินมาตรฐานที่บริเวณ ริมถนนกาญจนาภิเษก เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ, แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ, แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ, แขวงดินแดง เขตดิ
กรมควบคุมมลพิษ เตือน ฝุ่นหนักกว่าเมื่อวาน อ้อมน้อย-พระราม 2 มีผลกระทบต่อสุขภาพ ฝุ่นหนักกว่าเมื่อวาน – วันที่ 22 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ 21 ม.ค. กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 ในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล มีค่าฝุ่นอยู่ที่ 51-93 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ซึ่งค่าฝุ่นตามมาตรฐานอยู่ที่ 50 มคก./ลบ.ม. คุณภาพอากาศอยู่ในระดับ คุณภาพปานกลางถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ ซึ่งค่าฝุ่นที่เกิน 90 มคก./ลบ.ม. ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพมี 2 แห่งคือ ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน และริมถนนคู่ขนานพระราม 2 อ.เมือง จ.สมุทรสาคร นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ที่ตรวจพบค่าฝุ่นเกินมาตรฐานได้แก่ บริเวณริมถนนกาญจนาภิเษก เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ, แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ, แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ, แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ, ริมถนนพระราม 4 เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ, ริมถนนอินทรพิทักษ์ เขตธนบุรี กรุงเทพฯ, ริมถนนลาดพร้าว เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ, ริมถนนดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ, แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพฯ, แขวงพลับพล
อดีต รมว.คมนาคม แนะ ขสมก. ให้เปลี่ยน รถเมล์เก่า 189 คัน ชี้เป็นหนึ่งในสาเหตุให้เกิดปัญหาฝุ่นละออง รถเมล์เก่า – เมื่อวันที่ 16 ม.ค. ที่พรรคชาติไทยพัฒนา นายนิกร จำนง ผอ.พรรคชาติไทยพัฒนา และ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เผยถึงปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่อยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ หนึ่งในปัญหาฝุ่นละออง เกิดจากควันดำที่เกิดจากไอเสียเกินค่ามาตรฐานของรถเมล์ในกรุงเทพฯ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรถเมล์ร้อนครีมแดงเก่าของ ขสมก. และรถโดยสารเอกชนร่วมบริการ จึงขอเสนอให้ ขสมก. เร่งเปลี่ยนรถเมล์เก่าที่ยังเหลืออีก 189 คันโดยเร็ว เพื่อทดแทนรถเก่าที่หมดสภาพให้ครบถ้วนโดยเร่งด่วน นอกจากนี้ยังอยากให้ ขสมก. และกรมการขนส่งทางบก ใช้อำนาจทางการบริหารให้รถโดยสารเอกชนร่วมบริการ เปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงที่มีมลพิษน้อยเช่น B20 ซึ่งจะสามารถลดปัญหามลพิษจากไอเสียได้ตามสมควร ขอให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาผลกระทบที่สร้างขึ้น คือปัญหาฝุ่นละอองที่เกิดจากงานก่อสร้างต่างๆ ของรัฐ ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่ดำเนินการพร้อมกันมากเกินไป เพราะนอกจากจะเกิดปัญหารถติด สร้างมลพิษมากมาย ยังทำให้เกิดปัญ
