ฝุ่น PM2.5
พอเข้าหน้าฝุ่นหรือวันที่ค่า PM2.5 พุ่งสูง หลายคนมักกลัวว่ามันจะทำร้ายปอดและระบบทางเดินหายใจจนไอ จาม หรือหอบหืดกำเริบ แต่จริงๆ แล้ว ฝุ่นพิษ PM2.5 อันตรายกว่าที่คิด โดยงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เดวิส พบว่าฝุ่น PM2.5 มีอนุภาคที่เล็กมาจนสามารถหลุดเข้าไปใน “สมอง” ได้ และหากสูดฝุ่นอยู่ทุกวันโดยไม่ป้องกัน ในระยะยาวอาจทำให้เป็นโรคร้ายอย่างอัลไซเมอร์หรือพาร์กินสันได้ตั้งแต่อายุยังน้อย เพื่อให้เราป้องกันตัวเองจากฝุ่นร้ายได้ นพ.ภีมณพัชญ์ ธนชาญวิศิษฐ์ อายุรแพทย์ผู้ชำนาญการด้านประสาทวิทยา ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลวิมุต จะมาตอบคำถามว่าฝุ่น PM2.5 เล็ดลอดเข้าไปทำร้ายสมองได้อย่างไร พร้อมแชร์เคล็ดลับดูแลสมองให้รอดจากฝุ่นพิษที่ทำตามได้ทันที รู้จัก 2 เส้นทางที่พาฝุ่น PM2.5 เข้าสมอง ความน่ากลัวของฝุ่น PM2.5 คือขนาดที่เล็กกว่าเส้นผมคนเราถึง 20–30 เท่า ทำให้มันเล็กพอที่จะเล็ดลอดเข้าสู่ร่างกายและเดินทางไปถึงสมองผ่าน 2 เส้นทางหลัก โดยเส้นทางแรกคือผ่าน “ปอด” เมื่อสูดอากาศเข้าไป ฝุ่นจะลงสู่ถุงลมและซึมเข้าสู่กระแสเลือด ก่อนถูกลำเลียงไปยังอวัยวะต่างๆ รวมถึงสมองซึ่งต้องพึ่งพาเลือดปริมาณม
‘ซีพี แอ็กซ์ตร้า’ ใส่ใจสุขภาพเด็กไทย จับมือ ‘กทม.’ มอบเครื่องฟอกอากาศให้ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน 50 เขต รับมือฝุ่น PM2.5 บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งค้าปลีก “แม็คโคร-โลตัส” ห่วงใยสุขภาพของเยาวชนไทย จับมือ ‘กรุงเทพมหานคร (กทม.)’ ส่งเสริมสุขภาวะที่ดี มอบเครื่องฟอกอากาศให้แก่ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนทั้ง 50 เขตทั่วกรุงเทพมหานคร พร้อมสร้างองค์ความรู้ความเข้าใจถึงการรับมือกับฝุ่น PM2.5 อย่างถูกวิธี ผ่านการเผยแพร่หนังสือนิทาน ‘ฝุ่นเมือง เรื่องใหญ่’ ที่จัดทำโดย ‘ชมรมผู้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล’ และมอบให้กับคุณครูและนักเรียนในสังกัดกทม. โดยได้รับเกียรติจาก นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมมอบเครื่องฟอกอากาศ ซีพี แอ็กซ์ตร้า มุ่งเป็นส่วนหนึ่งของการรับมือฝุ่น PM2.5 ซึ่งเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเล็กที่มีความเสี่ยงสูงต่อโรคระบบทางเดินหายใจ ความร่วมมือในครั้งนี้ สะท้อนความมุ่งมั่นของ ‘ซีพี แอ็กซ์ตร้า’ ในการผลักดันมาตรการเชิงรุกร่วมกับทางภาครัฐเพื่อรับมือกับฝุ่น PM2.5 พร้อมส่งเสริมเยาวชนให้มี
GED รุดลงพื้นที่สนับสนุน อบต. ในภาคเหนือและอีสาน เตรียมรับมือฝุ่น PM2.5 พุ่งช่วงฤดูหนาว ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดการณ์ว่า ฤดูหนาวปีนี้ อากาศจะหนาวเย็นกว่าปีที่แล้วนั้น หน่วยงานท้องถิ่นในจังหวัดทางภาคเหนือและอีสานหลายแห่ง ได้เริ่มเตรียมการดูแลกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สูงอายุ เพื่อปลอดภัยจากอากาศที่จะหนาวเหน็บและ ค่าฝุ่นพิษ PM2.5 ที่จะกลับพุ่งสูงในช่วงเวลาดังกล่าว ทั้งนี้ บริษัท เกร๊ต อิสเทอร์น ดรั๊ก จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคทางเดินหายใจ ได้รุดลงพื้นที่ในจังหวัดนครราชสีมาและเชียงใหม่เพื่อให้การสนับสนุนด้วยการมอบยาและอุปกรณ์เครื่องใช้จำเป็น รวมถึงให้คำแนะนำเรื่องการดูแลรักษาสุขภาพ นายธนดล กูกขุนทด นายก อบต.บ้านเก่า อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา กล่าวว่า “ปัจจุบัน ในพื้นที่ อบต.บ้านเก่า มีผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงประมาณ 1,600 คน คิดเป็น 22% ของประชากรในตำบล โดยประชากรเหล่านี้เป็นกลุ่มเสี่ยง ที่เมื่อสูดเอาฝุ่นพิษ PM2.5 เข้าไปมากๆ จะมีอาการป่วยต่างๆ เช่น ภูมิแพ้ทางเดินหายใจ โรคหัวใจ ทางเรามีการรณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันตนเองอยู่เสมอ โดยมีเจ้าหน้าที่จาก อบต. ร่วมกับโรงพยาบา
คนรักสัตว์ ระวังหมาป่วย! ฝุ่น PM2.5 กลับมาแล้ว พบ 15 เขต กทม.ค่าฝุ่นพุ่ง หลังกรมควบคุมมลพิษ ตรวจพบปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 สูงขึ้นในหลายเขตของพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล พบเกินค่ามาตรฐาน 50 ไมโครกรัม ต่อลูกบาศก์เมตร 15 พื้นที่ จนมีการประกาศเตือนให้ประชาชนสวมหน้ากากกันฝุ่นทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน จากสภาวะเช่นนี้ ทำให้หน้ากากกันฝุ่นกลับมาเป็นที่ต้องการอีกครั้ง ไม่ใช่แค่หน้ากากของคนเท่านั้น แต่เพื่อนรัก 4 ขา ก็ต้องการความปลอดภัยด้วยเช่นกัน อ่านต่อ ฝุ่น PM2.5 กลับมาแล้ว! เผย 15 พื้นที่ กรุงเทพฯ ปริมณฑล คุณภาพอากาศเริ่มแย่ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ เคยนำเสนอเรื่องราว “หน้ากากอนามัยเจ้าตูบ” นำเข้าโดยกลุ่มบริษัทสตาร์ตอัพแห่งหนึ่ง “FOB Check Price” (เอฟโอบี เช็กไพรซ์) เป็นการรวมทีมกันของหนุ่มเจนวายวัย 25 “คุณโด้-วิรัชญ์ วิทยานุวัตร, คุณโอ่ง-พันธุ์ณรงค์ ศรีนะภาพรรณ, คุณหมิง-ณรงค์ทัศน์ ธัญญเวทย์, คุณหมี-สุวิจักขณ์ สำราญสุขรัตน์ และ คุณแหม่ม-สุรกฤษณ์ เหล็กกล้า” คุณโอ่ง หนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัท เผยว่า การนำเข้าหน้ากากอนามัยสุนัขเป็นเพียงโปรเจ็กต์เล็กๆ ของบริษัทเท่านั้น มีจุดเริ่มต้นจากการที่ต
คาร์แคร์แฮปปี้ยอดพุ่ง รับอานิสงส์ฝุ่น PM 2.5 กระทบจากพิษฝุ่น PM 2.5 กันไปถ้วนหน้า แต่ก็ยังมีธุรกิจที่ได้รับอานิสงค์จากวิกฤตครั้งนี้ นั่นคือ ร้านล้างรถ หรือคาร์แคร์ Trinity motors ร้านล้างรถย่านเจริญกรุง ที่มียอดใช้บริการเพิ่มขึ้น เพราะฝุ่นเกาะรถจนล้างกันไม่หวาดไม่ไหว คุณพลวัต วิชยาทร หรือคุณเป้ วัย 33 ปี เจ้าของร้าน เล่าว่า เปิดร้าน 4-5 ปีแล้ว ให้บริการครบวงจรเกี่ยวกับรถยนต์ ลูกค้ามีทั้งขาประจำและขาจร แต่หลังจากประสบปัญหาภาวะฝุ่น PM 2.5 ยอดผู้ใช้บริการสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยบริการล้างรถ มียอดผู้ใช้บริการสูงถึงวันละ 40 คัน โดยเฉพาะจากบรรดาขาจรทั้งหลาย คุณเป้ให้เหตุผลว่า “สาเหตุที่มีผู้มาใช้บริการเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ เพราะยิ่งฝุ่นมากเท่าไหร่ ก็จะมีฝุ่นเกาะตัวรถเยอะมากขึ้นเท่านั้น ใช้รถแค่ครู่เดียว ฝุ่นก็เกาะแล้ว คนที่เขารักรถจริง ๆ จะไม่ยอมให้รถตัวเองเปื้อนตลอดเวลา”
อ.เจษฎา – คพ. ระบุไม่เคยมีผลวิจัยใดๆ ว่า น้ำตาลผสมน้ำ ดักจับฝุ่น PM2.5 ได้ผล PM2.5 – หลัง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จ่อทดสอบนำน้ำตาลผสมกับน้ำเพื่อเพิ่มความหนืด โดยใช้โดรนฉีดพ่นดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 ซึ่งมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าจะได้ผลหรือไม่นั้น วันที่ 30 ม.ค. นายเจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ตนไม่แน่ใจว่าเอาไอเดียมาจากไหน แต่การนำน้ำตาลผสมน้ำเพื่อดักจับฝุ่นมาทดสอบก็ควรมีผลวิจัยมารองรับ ซึ่งไม่แน่ใจว่าแค่อยากทดลองหรือไม่ อย่างไรก็ตามยังไม่เคยได้ยินว่ามีผลวิจัยใดๆ ว่าการนำน้ำตาลผสมกับน้ำจะช่วยดักจับฝุ่น PM2.5 ได้ อย่างกรมควบคุมมลพิษได้ทดสอบใช้โดรนฉีดพ่นน้ำบริเวณสวนจตุจักร แต่เป็นการใช้สารเคมีบางชนิดผสมกับน้ำ ซึ่งพบว่าค่าฝุ่นมีปริมาณลดลงเล็กน้อย แต่การใช้น้ำตาลผสมน้ำ น่าจะเกิดเป็นกากน้ำตาล ซึ่งจะทำให้พื้นถนนเหนียวเลอะเทอะ ด้าน นายเถลิงศักดิ์ เพ็ชรสุวรรณ รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวว่า กรมฯ ไม่เคยทราบว่า การนำน้ำตาลมาผสมกับน้ำเพื่อเพิ่มความหนืดจะดักจับฝุ่น PM2.5 ได้ ซึ่งตามแนวหลักวิชา
