ฝุ่นPM2.5
ทางแก้ PM2.5 ต้องพัฒนา อุตสาหกรรมแปลงเครื่องยนต์สันดาปเป็นไฟฟ้า สืบเนื่องจากผลการศึกษาของคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พบสัดส่วนแหล่งที่มาของ PM2.5 มาจาก 4 แหล่งกำเนิดหลัก ได้แก่ 1. การจราจรทางบก สัดส่วนอาจสูงถึง 43% 2. ฝุ่นทุติยภูมิที่แขวนลอยในบรรยากาศ 20-30% 3. การเผาชีวมวล 15-25% และ 4. ฝุ่นดินละเอียด 8-17% ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาเฉพาะฝุ่นที่มาจากการจราจรทางบก ผลการศึกษาของ TDRI (ปี 2564) สอดคล้องกับการศึกษาของ AIT (ปี 2563) พบว่า PM2.5 มาจากรถบรรทุกขนาดใหญ่ 43% รถบรรทุกขนาดเล็ก ปิกอัพ 30% และรถประจำทาง 17% รถที่มีอายุมากกว่า 20 ปี ซึ่งมีมาตรฐานไอเสีย Pre-Euro + Euro 1 ปล่อย PM2.5 มากถึง 55% ของแหล่งกำเนิดที่มาจากการขนส่งทางถนน เนื่องจากจำนวนรถบรรทุกที่มีอายุมากกว่า 20 ปี (และอายุมากกว่า 15 ปี) เป็นสัดส่วนที่สำคัญของรถบรรทุกทั้งหมด อีกทั้งเป็นรถที่มีมาตรฐานไอเสียต่ำ ปล่อย PM2.5 สูง ดังนั้น แนวทางลดฝุ่น PM2.5 ควรเน้นการปรับปรุงมาตรฐานไอเสียรถยนต์ควบคู่กับคุณภาพเชื้อเพลิง และลดจำนวนรถที่ปล่อยมลพิษสูงในเขตเมือง เมื่อเร็วๆ นี้ ดร.กิติพงค์ พร้อมวงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศ
เชียงใหม่-ลำปาง ฝุ่นพิษวิกฤตสีแดง กระทบสุขภาพ หลายจังหวัดภาคเหนือ-อีสานยังเกินมาตรฐาน เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 22 ก.พ. กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล ปริมาณ PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง เพิ่มขึ้นจากเมื่อวานเล็กน้อย มีค่าฝุ่นละออง 12-35 มคก./ลบ.โดยปริมาณฝุ่นละอองยังคงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน (50 มคก./ลบ.ม.) คุณภาพอากาศอยู่ในระดับดีถึงดีมาก สำหรับการดำเนินงานที่ผ่านมคพ. และ กทม. ติดตามตรวจสอบ เฝ้าระวัง และรายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง หน่วยงานอื่นๆ และ 5 จังหวัดปริมณฑล ยังคงติดตาม เฝ้าระวัง และดำเนินการตามมาตรการของหน่วยงานอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง เพื่อควบคุมปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 ไม่ให้เกินค่ามาตรฐานทั้งนี้คาดการณ์สถานการณ์ จากแบบจำลองการคาดการณ์ปริมาณ PM2.5 ของ คพ. คาดว่าในวันพรุ่งนี้ปริมาณ PM2.5 มีแนวโน้มลดลง ประกอบกับการดำเนินมาตรการเพื่อลดฝุ่นละอองของหน่วยงานต่างๆ อย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง จะช่วยให้ปริมาณฝุ่นละอองลดลงได้ ขณะที่สถานการณ์หมอกควันภาคเหนือ เมื่อเวลา
“หน้ากากกันฝุ่น PM2.5” สินค้าหายาก คนไทย (มีตังค์) แห่สั่งซื้อจากญี่ปุ่น “เราพึ่งรัฐไม่ได้ คนมีเงินพึ่งตนเองได้ แล้วคนที่มีรายได้น้อยจะทำอย่างไร” ข้อสังเกต ของ ทพ.ดร.ธงชัย วชิรโรจน์ไพศาล เลขาธิการมูลนิธิเครือข่ายพัฒนาศักยภาพผู้นำการสร้างสุขภาวะ (คศน.) เกี่ยวกับการ “เข้าถึง” หน้ากากกันฝุ่น ของคนมีรายได้น้อยยามนี้ ที่โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อว่า “Thongchai Vachirarojpisan” คงจะโดนใจของใครหลายคน จนชาวโซเชียลแห่แชร์กันมากมาย การตั้งประเด็นดังกล่าวของ ทพ.ดร.ธงชัย นั้น เกิดขึ้นภายหลังที่ตัวท่านไปประสบกับเหตุการณ์สะเทือนใจ ในร้านขายยาแห่งหนึ่ง ซึ่งมีแม่ลูก มาเลือกซื้อหน้ากากกันฝุ่น เนื่องจากทำงานก่อสร้าง แต่ราคาขายของหน้ากากดังว่าค่อนข้างสูง สองแม่ลูกจึงต้องช่วยกันนับแบงก์ย่อย-เหรียญ เจียดเงินมาซื้อ สร้างความสะเทือนใจให้ผู้พบเห็นไม่น้อย ล่าสุดในทางกลับกัน “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” สำรวจพบว่า ยามนี้ สินค้า “ขายดิบ-ขายดี” ในมวลหมู่ “คนไทย-มีตังค์” จำนวนมาก ได้พากัน “สั่งหิ้ว” สินค้านำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่ง ไม่ใช่ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องสำอาง หรือ กระเป๋า รองเท้า แบรน
