ฝ่าวิกฤต
คุณฌอน–ชวนล ไคสิริ ดีไซเนอร์และเจ้าของร้าน เคยให้ข้อมูลแบบเอ็กซ์คลูซีฟกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ว่า จุดเริ่มต้นของแบรนด์เรียกได้ว่าเริ่มจากศูนย์อย่างแท้จริง เพราะครอบครัวเป็นลูกหลานชาวจีน คุณแม่มีอาชีพเป็นช่างเสื้อ จึงคลุกคลีกับการทำเสื้อผ้ามาตั้งแต่เด็ก แต่เมื่อโตขึ้นเขาเลือกเรียนคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพราะชื่นชอบบรรยากาศการทำงาน และอยากเจริญรอยตามญาติที่เป็นสถาปนิก “จุดที่ทำให้เริ่มหันมาสนใจเรื่องการทำเสื้อผ้าอย่างจริงจัง มาจากการทำละครเวที ที่จะมีการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบกัน และผมจะได้รับมอบหมายให้ดูแลเรื่องเสื้อผ้านักแสดง มาตั้งแต่ปี 1 ด้วยเหตุผลเดียวเลยคือ ที่บ้านเรามีร้านตัดเสื้อ เพราะคุณแม่เป็นช่างตัดเสื้อ ชุดต่างๆ ต้องออกแบบชุดให้ตรงกับคาแร็กเตอร์ของตัวละครนั้นๆ ฝ่ายออกแบบจะวาดรูปมาให้ แล้วเอาไปตัดที่ร้านแม่ ผมเลยได้ลองจับๆ ทำๆ จนซึมซับความรู้ด้านการตัดเย็บทุกอย่างมาจากแม่ และกลายเป็นความสนใจในด้านนี้” คุณฌอน กล่าวพร้อมด้วยรอยยิ้ม และเล่าต่อ คุณแม่ของเขาไม่คิดด้วยซ้ำว่าลูกโตมาจะมาทำเสื้อผ้าขาย เพราะสำหรับแม่ การเป็นช่างเสื้อกับการเป็นแฟชั่นดีไซเนอร์นั้น
โชคดีที่รอดมาได้ ปีต่อไปของร้านอาหารดัง ต้องปรับตัวเกือบ 360 องศา คุณลินดา บูรณะชน ทายาทเจน 2 กิจการ “ครัวเจ๊ง้อ” ร้านอาหารชื่อดัง เจ้าของตำนานเมนูดัง “หมี่ผัดกระเฉด” ให้สัมภาษณ์ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ถึงการพากิจการฝ่าวิกฤตโควิด ว่าก่อนช่วงโควิด มีสาขาที่เป็นสแตนด์อะโลน อยู่ทั้งหมด 9 สาขา ที่ต้องรับมือกับโรคระบาด ควบคู่กับการดูแลพนักงาน ครอบครัว ให้ปลอดภัย ช่วงเวลาดังกล่าวจึงปรับตัวด้วยการ ขายอาหารดีลิเวอรีผ่านแอปต่างๆ “ปรึกษากับทีมครัว ให้ทำอาหารกล่องมาขาย กล่องละ 100 บาท ไปวางขายหน้าร้าน ทำให้พอจะมีรายได้เข้ามาประทังในส่วนของการจ่ายเงินเดือนให้กับลูกน้อง เพราะว่าเรายังดูแลเขา เพราะลูกน้องของครัวเจ๊ง้อ ส่วนใหญ่มาจากต่างจังหวัดและต่างด้าว เราต้องดูแลเขา” คุณลินดา เล่า และว่า แม้จะลำบากกันทุกคนก็สามารถผ่านพ้นมาได้ แต่ความเสียหายในเรื่องของรายได้ค่อนข้างเยอะ ร้านสแตนด์อะโลน ที่เคยมี 9 สาขา พอหลังโควิด หมดสัญญาเช่าไปบ้าง อะไรบ้าง จึงเลิกสัญญาไป ฉะนั้น หลังโควิด ร้านครัวเจ๊ง้อ ที่เปิดบริการได้ปกติ เลยเหลืออยู่ 4 สาขาใหญ่ คือที่ สี่พระยา ซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่ สาขาถนนพระราม 2 สาขาถนนพระราม
ถอดรหัส Neelor ธุรกิจเสื้อผ้าญี่ปุ่นสัญชาติไทย ฝ่าวิกฤต โดยใช้ โซเชียล เข้าถึงลูกค้า คนไทยจำนวนมากชื่นชอบสินค้าและท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ด้วยธรรมชาติคนประเทศญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับดีไซน์และรูปลักษณ์ของสินค้าผลิตภัณฑ์มาก การออกแบบว่าจ้างดีไซเนอร์จึงเป็นเรื่องที่ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือยหรือควรมองข้าม ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า สินค้าหรือบริการบางชนิดเมื่อใส่พลังความคิดดีไซน์ลงไป ก็สามารถทำให้แบรนด์สินค้านั้นถูกพูดถึงในตลาดออนไลน์และออฟไลน์และทำยอดขายได้สูงมาก โดยใช้งบการตลาดไม่มากจนเกินไป ปัจจุบันผู้ประกอบการไทยหันมาออกแบบและผลิตสินค้าเชิงวัฒนธรรมประเทศญี่ปุ่นจำนวนมาก สามารถแข่งขันได้อย่างมีศักยภาพ ที่สำคัญ สร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการไทยอย่างดี แม้ต้องเผชิญภาวะวิกฤตไวรัสโคโรนา 2019 มาหลายปี นายนฤเบศร์ หน่อคำ ผู้บริหารเสื้อผ้าสไตล์ญี่ปุ่นแบรนด์ Neelor เล่าว่า ตนเป็นศิษย์เก่าคณะบริหารธุรกิจ สาขาการตลาด มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้ใช้ความรู้และประสบการณ์ที่เรียนในรั้วมหาวิทยาลัยช่วยสร้างแบรนด์เสื้อผ้าสไตส์ดั้งเดิมญี่ปุ่น มีการผสมผสานความเป็นโมเดิร์นแบบสมัยใหม่ ดั้งเดิมแต่ยังดูใหม่ ภา
