พนักงานธนาคาร
2 พี่น้อง ฝ่าวิกฤตชีวิตเปิดร้านส้มตำ ‘ตำปากเปิด’ ทีเด็ด! น้ำปลาร้า ปีเดียวขยาย 22 สาขา “สาวแบงก์” งานประจำที่คนภายนอกมักมองว่าเป็นอาชีพที่มั่นคง แต่เชื่อไหมว่าเลี้ยงครอบครัวไม่ได้ แถมยังมีหนี้สิน ไม่มีเวลาดูแลคนที่รัก ไม่มีเงินจะซื้ออาหารดีๆ ให้ผู้เป็นพ่อได้กิน จวบจนห้วงเวลาสุดท้ายในชีวิตของผู้ให้กำเนิด มีเวลาดูแลกันเพียง 5 วันเท่านั้น จากเหตุการณ์เหล่านี้ นับเป็นจุดเปลี่ยนให้คุณนก หรือ คุณศดานันท์ ผิวหูม ในวัย 35 ปี ลาออกจากงานธนาคาร ในแผนกขายประกันและสินเชื่อ มาทำธุรกิจของตัวเอง นั่นคือ เปิดร้านส้มตำ ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจคิดค้นสูตรน้ำปลาร้าเป็นของตัวเอง และความหลากหลายเมนูอาหาร ระยะเวลาเพียงปีเดียว ขายแฟรนไชส์ได้มากถึง 22 สาขา รายได้ต่อสาขาไม่ต่ำกว่าเดือนละ 3 แสนบาท คุณนก เล่ากับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า ก่อนหน้านี้ทำงานธนาคารแห่งหนึ่งในแผนกสินเชื่อ เป็นมือวางลำดับต้นๆ ในงานขาย ส่วนสามีทำธุรกิจส่วนตัวให้บริการขนส่งสินค้า แต่ทว่าเป็นหนี้นอกระบบ ต้องหาเงินใช้หนี้อยู่ 2 ปี คุณพ่อป่วยและเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง ครอบครัวแตกระแหงแยกกันอยู่ไม่มีความสุข ด้วยความที่เป็นพี่สาวคนโ
เห็นด้วย-ไม่เห็นด้วย! “ยุคนี้…พนักงานธนาคาร เป็นอาชีพน่าสงสารที่สุด” เป็นข่าวน่าตกใจใหญ่โตไปเมื่อไม่กี่วันก่อน สำหรับคลิปพนักงานธนาคารขนาดใหญ่ แอบหยิบเงินของลูกค้าไปอย่างต่อเนื่อง กระทั่งต่อมาถูกไล่ออกและดำเนินคดีไปแล้วนั้น และเมื่อเร็วๆนี้ มีกระทู้จากเว็บไซต์ พันทิป ที่บอกกล่าวเรื่องราวความอัดอั้นใจ ในการประกอบอาชีพของ “พนักงานธนาคาร” ร่ายยาวระบายความทุกข์ ซึ่งหลายคนอ่านแล้วก็บอกรู้สึกเห็นใจ แต่หลายคนบอก ยุคนี้ อาชีพอื่นก็น่าเห็นใจไม่แพ้กัน สำหรับกระทู้ “พนักงานธนาคาร อาชีพที่น่าสงสารที่สุดตอนนี้” มีเนื้อหาดังนี้ “สวัสดีครับผมเป็นสมาชิกใหม่ มีเรื่องอัดอั้นใจจะเล่าให้ฟังครับ ครอบครัวผมทำงานธนาคาร…… ซึ่งได้รับผลกระทบมาก จากภาวะยุคดิจิตอล ที่จะสนับสนุนให้คนหันมาใช้แอพพิเคชั่น ในการเบิกจ่ายเงินแทนการเข้าไปทำรายการในธนาคาร ผมไม่ทราบว่านโยบายนี้เป็นของใคร แบงค์ชาติหรือว่าธนาคารเองแต่มีหลายธนาคารใช้ระบบเดียวกัน ผลกระทบที่ไม่เป็นธรรมนี้ตกอยู่ที่พนักงาน ธนาคาร….มีนโยบายลดสาขาลงเป็นจำนวนมาก จะเห็นได้ว่ามีสาขาทยอยปิดตัวไปแล้วมากมาย ในเมื่อลดสาขา พนักงานก็ต้องถูกลดด้วย แ
