พนักงานออฟฟิศทำงานหนัก
เอเอฟพีรายงานว่า สำนักงานเลขานุการกรุงโซลเดินหน้าออกเทศบัญญัติใหม่เพื่อแก้ไขปัญหาพนักงานไม่ให้ทำงานหนักเกินไปซึ่งกำลังเป็นปัญหาเรื้อรังในประเทศเกาหลีใต้ที่มีค่าเฉลี่ยเวลางานมากที่สุดในโลก เทศบัญญัติจะบังคับให้ต้องปิดคอมพิวเตอร์ตั้งแต่เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป เฉพาะวันศุกร์ เพื่อบีบบังคับให้พนักงานต้องเลิกทำงาน เนื่องจากต้องการยุติธรรมเนียมการปฏิบัติการล่วงเวลาหรือโอที ซึ่งจากค่าเฉลี่ยพบว่าพนักงานรัฐเกาหลีใต้ทำงานเฉลี่ย 2,739 ชั่วโมงต่อปี มากกว่าพนักงานรัฐในประเทศพัฒนาแล้วถึง 1,000 ช.ม. ขณะที่รัฐสภาเกาหลีใต้เพิ่งผ่านกฎหมายจำกัดเวลาการทำงานเหลือสัปดาห์ละไม่เกิน 52 ช.ม. จากเดิม 68 ช.ม. การประกาศใช้เทศบัญญัติดังกล่าวจะแบ่งเป็น 3 เฟส ในช่วงเวลา 3 เดือน เริ่มตั้งแต่วันศุกร์ที่ 30 มี.ค.นี้ คอมพิวเตอร์ในออฟฟิศทุกแห่งทั่วกรุงโซลจะต้องปิดก่อนเวลา 20.00 น. และเดือนต่อไปจะต้องปิดก่อนเวลา 19.30 น. และ 19.00 น. ในเดือนมิ.ย.นี้ แต่สามารถให้ยกเว้นได้ในกรณีจำเป็น ซึ่งล่าสุดมีพนักงานของรัฐยื่นขอผ่อนผันหรือยกเว้นแล้วถึงร้อยละ 67.1 ขณะเดียวกันสำนักงานสถิติแห่งชาติเกาหลีเหนือ เปิดตัวเลขการแต่งงานของประชากรใน
เอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมามีผลสำรวจใหม่ที่จัดทำโดยรัฐบาลญี่ปุ่น พบว่า 1 ใน 5 ของแรงงานชาวญี่ปุ่นกำลังเผชิญความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตจากการทำงานหนัก โดยที่ผ่านมาทุกปีมีผู้เสียชีวิตหลายร้อยรายที่มีสาเหตุเกี่ยวพันกับการทำงานหนักมากเกินไป ทั้งจากโรคหลอดเลือดในสมอง โรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน และการฆ่าตัวตาย รวมทั้งปัญหาความเจ็บป่วยรุนแรงต่างๆ ซึ่งทำให้มีคดีฟ้องร้อง และการเรียกร้องให้มีการแก้ปัญหานี้ ทั้งนี้ จากข่าวว่า การสำรวจนี้เป็นส่วนหนึ่งของเอกสารทางวิชาการที่จัดทำขึ้นครั้งแรกเกี่ยวกับ “โรคคาโรชิ” หรือการเสียชีวิตจากการทำงานหนักมากเกินไป ซึ่งลงนามโดยคณะรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ เมื่อวันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม จากข่าวว่า ถึงแม้ปัจจุบันวิถีชีวิตของผู้ชายมนุษย์เงินเดือนในญี่ปุ่นที่ทำงานจนดึกดื่น กระทั่งต้องจับรถไฟเที่ยวสุดท้ายกลับบ้านได้เปลี่ยนแปลงไป แต่ก็ยังมีมนุษย์กินเงินเดือนจำนวนมากในญี่ปุ่นที่ยังใช้ชีวิตอยู่ในที่ทำงานมากกว่ามนุษย์เงินเดือนในประเทศอื่น โดยจากผลสำรวจที่จัดทำระหว่างเดือนธันวาคม 2558-มกราคม 2559 พบว่า 22.7% ของบริษัทที่ร่วมในการสำรวจครั้งนี้แต่ละเดือนมีพนักง
