พลังประชารัฐ
พลังประชารัฐเผย 12 มาตรการคุมเข้ม แก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ฝุ่น PM2.5 – นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากสถิติสถานการณ์ในช่วงที่ผ่านมาพบว่าดีกว่าช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ค่าฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ลดลง จึงไม่อยากให้ประชาชนเกิดการตื่นตระหนก และขณะนี้ได้มีมาตรการเพื่อแก้ปัญหาในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และในต่างจังหวัด 12 มาตรการ เพื่อจะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบที่จังหวัดนราธิวาสในวันนี้ โดยมาตรการในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว 12 ข้อ มีดังนี้ 1.ขยายเขตพื้นที่จำกัดรถบรรทุกเข้ากรุงเทพฯ จากวงแหวนรัชดาภิเษก เป็นวงแหวนกาญจนาภิเษก 2.ห้ามรถบรรทุกเข้าพื้นที่ชั้นในกรุงเทพฯ ในวันคี่ ระหว่างเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2563 3.ตรวจวัดควันดำรถโดยสาร (ไม่ประจำทาง) ทุกคัน โดยเพิ่มชุดตรวจ 50 ชุด ครบทั้ง 50 เขต ในกรุงเทพฯ 4.กรมการขนส่งทางบกปฏิบัติการร่วมกับตำรวจจราจร ในการตรวจสอบตรวจจับรถควันดำ สำหรับรถโดยสาร และรถบรรทุกเพื่อออกคำสั่งการห้ามใช้รถ 5.ตรวจสอบโรงงานที่ทำให้เกิดฝุ่นละออง หากไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ให้สั่งปรับปรุงแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนดหรือสั่งหยุดการประกอบกิจการ 6.กำกับให้กิจกรรม
เทียบเชิญร่วมรัฐบาลถึง ภูมิใจไทย เสี่ยหนู ต้อนรับ พลังประชารัฐชื่นมื่น! เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 27 พ.ค. ที่พรรคภูมิใจไทย พรรคพลังประชารัฐ นำโดย นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำพรรค และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ได้เดินทางมาที่ทำการพรรคภูมิใจไทย เพื่อเทียบเชิญเข้าร่วมรัฐบาลอย่างเป็นทางการ ระหว่างมาถึง นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองหัวหน้าพรรค นางนาที ราชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ยืนรอให้การต้อนรับคณะจากพรรคพลังประชารัฐ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อพบหน้ากันแกนนำทั้งพรรคได้สวัสดี และทักทายกัน พร้อมจับมืออย่างแนบแน่นให้ช่างภาพได้ถ่ายภาพ ก่อนจะเดินขึ้นไปหารือกันบริเวณห้องประชุมชั้น 3 ของที่ทำการพรรค โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรค รอต้อนรับ
วันที่ 26 มีนาคม คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก Sudarat Keyuraphan แสดงความเห็นหลังการเลือกตั้ง ระบุว่า พรรคที่ลงสมัครรับเลือกตั้ง 350 เขต แต่ได้จำนวน ส.ส.น้อยกว่าพรรคที่ลงสมัครแค่ 250 เขต แล้วออกมาบอกว่าตัวเองได้คะแนนนิยมจากคนทั้งประเทศมากกว่า ควรจะได้จัดตั้งรัฐบาล แต่ระบอบรัฐสภาไม่ได้คิดแบบนั้นนะคะ ประเด็นแรก คือกติกาที่บิดเบี้ยว ตั้งใจออกแบบให้นำระบบส.ส.พึงมีมาคิด เพื่อตัดคะแนนพรรคที่คนนิยม และได้จำนวนส.ส.เขตมากที่สุด เพื่อทำให้ได้ส.ส.บัญชีรายชื่อน้อยที่สุด นี่คือกับดักอย่างหนึ่งที่จงใจให้เกิดความยากลำบากในการแข่งขัน เพราะไม่ต้องการให้พรรคที่มีคะแนนนิยมซึ่งแสดงผ่านจำนวนเขตที่มากเป็นพรรคที่แข็งแรงเกินไป ประเด็นที่ 2 คือการโหวตในสภา เมื่อคิดจาก ส.ส. 1 คน มีคะแนนโหวตเท่ากัน 1 คะแนน เสียงข้างมากในสภา จึงมีค่าเท่ากับ ส.ส.ที่โหวตเป็นจำนวนมากกว่าอีกฝ่าย ไม่ใช่การคิดคะแนนจาก ส.ส.คนไหนได้คะแนนเลือกตั้งมาเท่าไหร่แล้วจะกลายเป็นเสียงข้างมากนะคะ แข่งขันในสนามเดียวกัน ออกแบบกติกาเอาเปรียบคนอื่นมากมายมหาศาล ตั้งแต่จุดสตาร์ตยันเส้นชัย แต่จำนวน ส.ส
ชูวิทย์ ทำนาย พปชร.+ปชป.+ภท. รัฐบาลเสียงหมิ่นเหม่ งานนี้ “งูเห่า” โผล่แน่! วันที่ 25 มี.ค. นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีต ส.ส. และหัวหน้าพรรครักประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับการจับขั้วตั้งรัฐบาล หลังการเลือกตั้ง โดย งูเห่ามาแน่ ผมไม่อยากจะพูด ไม่อยากจะวิเคราะห์การเมืองไทยช่วงนี้เลย เพราะสิ่งที่ผมพูดเริ่มจะชัดเข้าไปทุกที ก่อนหน้าเลือกตั้ง ผมวิเคราะห์ว่า 1.ประชาธิปัตย์คะแนนจะลด (ดันลดอย่างเหลือเชื่อ) 2.อนาคตใหม่มาแน่ (มาอย่างล้นหลาม) 3.เพื่อไทยจะไม่ได้มากเท่าเก่า (สะดุดแผน ทษช. และ ส.ส. ที่พึงมี ปาร์ตี้ลิสต์เลยไม่ได้สักที่นั่ง) 4.นายกฯ “ตาอยู่” (คงต้องดู เร็วๆนี้ อย่ากระพริบตา เตรียมปลูกกัญชากันหรือยัง?) 5.พลังประชารัฐ + ประชาธิปัตย์ สูสีกับ เพื่อไทย + อนาคตใหม่ + เครือข่าย (คมเฉือนคม ใครเร็วกว่า ตกลงได้ก่อน ได้เป็นรัฐบาล) 6.พรรคกลางๆจะมีราคา (ภูมิใจไทย ชาติไทยพัฒนา ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน มีสง่าราศี หากแพ็คกันได้เป็นมัด ต่อรองได้กระทรวงสำคัญ) 7.จะมีนักการเมืองพูดว่า “จำเป็นต้องร่วมรัฐบาล เพื่อให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไปได้” (ต้องมีคนพูดประโยคนี้แน่นอน เร็วๆนี้) ตอนนี้ถึงส่วนสำคัญ
กทม.นับคะแนน 100% พปชร.พลิก ยึดเก้าอี้ อนาคตใหม่ ผลงานดี เทียบชั้นเพื่อไทย เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 25 มี.ค. ที่ศาลาว่าการ กทม. ผู้สื่อข่าวรายงานผลนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการของหน่วยเลือกตั้งทั้ง 30 เขตของ กทม. หลังจากเมื่อคืนวันที่ 24 มี.ค. สามารถสรุปผลนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการได้ 29 เขต แต่พบว่าเหลือเพียงเขตเลือกตั้งที่ 9 เขตหลักสี่ เขตจตุจักร (ยกเว้นแขวงจตุจักรและแขวงจอมพล) ที่ส่งคะแนนล่าช้า ล่าสุด สำนักงานเขตหลักสี่แจ้งผลนับคะแนนแล้ว ปรากฏว่าในที่สุด พรรคพลังประชารัฐ นายสิระ เจนจาคะ ได้คะแนน 33,321 คะแนน กลับมาพลิกชนะ พรรคเพื่อไทย นายสุรชาติ เทียนทอง ที่ได้ 30,564 คะแนน อย่างไรก็ตาม นายสมบัติ กนกทิพย์วรรณ ผอ.เขตหลักสี่ ได้ชี้แจงว่า กรณีที่ล่าช้าและเกิดกระแสข่าวบัตรมากกว่าคนมาใช้สิทธินั้น ไม่เป็นความจริง เพียงแต่ระบบการคำนวณคะแนนมีปัญหา และหน่วยจตุจักร ส่งคะแนนช้าไป ดังนั้น ผลสรุปทำให้พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) คว้าเก้าอี้ ส.ส.กทม. 11 ที่นั่ง รองลงมาพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) รวม 10 ที่นั่ง และพรรคเพื่อไทย (พท.) รวม 9 ที่นั่ง ดังนี้ เขตเลือกตั้งที่ 1 เขตพระนคร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เ
“ธนกร” วอน เลิกดราม่า ‘บิ๊กตู่’ ลงพื้นที่หาเสียง โว ยุคนี้บ้านเมืองสงบ ไม่เหมือนในอดีต ระบุ “อุตตม-สนธิรัตน์” นำทีม พปชร. ปราศรัยใหญ่ชัยนาท 21 ก.พ.นี้ บิ๊กตู่ – วันที่ 18 ก.พ. นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า ในวันที่ 20 ก.พ.นี้ แกนนำพรรค นำโดย นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานยุทธศาสตร์ภาคอีสาน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจในการรณรงค์การหาเสียงเลือกตั้ง นายณัฐพล ทีปสุวรรณ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ นายอิทธิพล คุณปลื้ม ลงพื้นที่พร้อมปราศรัยที่สนามกีฬาเขาพลอง เพื่อช่วยนายอนุชา นาคาศัย ผู้สมัครส.ส.ชัยนาท เขต 1 และนายมนเฑียร สงฆ์ประชา ผู้สมัครส.ส. เขต 2 ซึ่งพรรคจะชูนโยบาย และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยไม่สนใจกระแสโจมตีจากบางพรรคว่าเอาเปรียบ ใช้อำนาจรัฐ ซึ่งไม่จริง และเป็นการพูดเอาดีใส่ตัวแต่ชาวบ้านทราบดี เพราะเป็นการทำงานตามปกติของนายกฯ ถ้าการที่นายกฯ ลงพื้นที่ไปช่วยเหลือประชาชนเป็นการเอาเปรียบก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ซึ่งพรรคไม่อยากตอบโต้ เพราะประชาชนไม่ได้ประโยชน์ และเชื่อ
เริ่มแล้วงาน “วันพัฒนาชุมชน ครั้งที่ ๗”(CD Day ๒๐๑๖) จัดโดยกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) กระทรวงมหาดไทย พร้อมประกาศ Agenda วางแนวทางขับเคลื่อนงานปี ๒๕๖๐ อย่างมีประสิทธิภาพ โชว์ผลสำเร็จการดำเนินงานพัฒนาชุมชนสู่สาธารณชน รวมทั้งยกย่องเชิดชูเกียรติผู้นำชุมชน กลุ่ม/องค์กรชุมชน เครือข่าย และหน่วยงาน ตลอดจนบุคลากรกรมการพัฒนาชุมชนที่มีผลงานดีเด่นประจำปี คุณอภิชาติ โตดิลกเวชช์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน พูดถึงการจัดงาน “วันพัฒนาชุมชน ครั้งที่ ๗” จัดระหว่างวันที่ ๕-๙ กันยายนนี้ ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐-๑๙.๐๐ น. ที่บริเวณลานอเนกประสงค์ ชั้น ๒ อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคารบี) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ จัดขึ้นในโอกาสวันก่อตั้งกรมการพัฒนาชุมชน ครบ ๕๔ ปี เพื่อประกาศศักดิ์ศรีและความภาคภูมิใจที่บุคลากรกรมการพัฒนาชุมชน ได้ร่วมแรงร่วมใจสร้างสรรค์งานพัฒนาชุมชนเพื่อความผาสุกของประชาชน เป็นไปตามเจตนารมณ์ “สร้างพลังชุมชน ใช้พลังชุมชน ในการพัฒนาชุมชน” งานดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ก้าวย่างใหม่ เศรษฐกิจฐานรากมั่นคงและชุมชนพึ่งตนเองได้ ด้วยพลังประชารัฐ” มีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงผลสำเร็จการดำเนินงานพัฒนาชุมชนต่อ
