พลเมืองดี
เพจ เรารักแปดริ้ว Welove8riew.com โพสต์คลิป “#สองสาวพลเมืองดีใจถึงจอดรถช่วยพ่อเลี้ยงคลั่งกำลังจะฆ่าทารกน้อยลูกเลี้ยงได้ทันเวลารอดตายหวุดหวิด เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 16:30 น. (24 ก.ย.) บริเวณริมถนนเลี่ยงเมืองบางพระ มีพลเมืองดีหญิง 2 คนเห็นความผิดปกติว่ามีสองผัวเมียกำลังทะเลาะกันอย่างรุนแรงจึงได้วนรถกลับมาให้ความช่วยเหลือ และได้ถ่ายคลิประหว่างการช่วยเหลือไว้ โดยหญิงพลเมืองดีทั้ง2 คนวิ่งลงไปช่วยเหลือจะช่วยพาเด็กออกมาจากพ่อเลี้ยงคลั่งกำลังจะจับทารกกดน้ำหวังฆ่าให้ตายโดยทราบที่หลังว่าพ่อเลี้ยงพกอาวุธมีดอยู่ด้วย” “จากการตรวจสอบทราบชื่อ สองสาวฮีโร่ คือ คุณวนิดา ดับโศรก (ต้นข้าว) และ คุณมนัญญา ปัดถาวงศ์ (มินท์) ซึ่งเธอได้เล่าเหตุการณ์คร่าวๆให้ฟังว่า ได้เห็นสองคนกำลังทะเลาะกันรุนแรงจึงไม่สบายใจขับรถวนกลับมาดู และเห็นพ่อเลี้ยงกำลังจะทำร้ายทารกจึงไม่ทันได้คิดกลัวอะไร ได้ช่วยโทรแจ้งตำรวจและอยู่ช่วยจนตำรวจมาถึงและเด็กๆทั้ง 3 คนปลอดภัย มารู้ที่หลังว่าคนร้ายมีมีดพกอยู่ด้วยก็ยังใจกล้าที่จะช่วยเหลือ” พร้อมเปิดใจ 2 สาวพลเมืองดีฮีโร่ ช่วยเหลือทารกน้อยวัย 3 เดือนรอดพ้นความตายได้สำเร็จ ทั้งๆที่เป็นผู้หญิ
วันที่ 22 มกราคม 2560 เมื่อเวลาประมาณ 10.30 น. ศูนย์วิทยุ 191 กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร ได้รับแจ้งว่ามีผู้พบเงินสดจำนวน 70,000 บาท ตกอยู่ที่บริเวณหน้าธนาคารกสิกรไทย สาขาถนนเอกชัย หมู่ 4 ต.โคกขาม อ.เมือง จ.สมุทรสาคร จึงประสานไปยังสถานีตำรวจภูธรโคกขามให้เข้าตรวจสอบ โดยทางดาบตำรวจ ดร.ธันยพัฒน์ ปานูต ผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปราม สภ.โคกขาม ได้รับมอบหมายให้เดินทางไปที่บริษัท กิฟฟารีน สาขาถนนเอกชัย ซึ่งอยู่ใกล้กับที่เกิดเหตุและผู้ที่เก็บเงินได้กำลังรออยู่ เพื่อส่งมอบเงินให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเมื่อมาถึงก็พบพลเมืองดีรายนี้คือนางสาวรัตนา ศรีตะวัน อายุ 44 ปี บ้านเลขที่ตามบัตรประชาชน 64 หมู่ 11 ต.เมืองแก อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ กับนางจงกร ทับมะโรง อายุ 49 ปี หมู่ 10 ต.ร่อนทอง อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ทั้งสองคนเป็นพนักงานโรงงานของบริษัท ไทยยูเนี่ยนกรุ๊ป จำกัด รอเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมกับเงินสดจำนวน 70,000 บาท นางสาวรัตนาเล่าว่า ตนกับเพื่อนได้นำรถกระบะมาจอดที่บริเวณลานจอดรถด้านข้างของธนาคารกสิกรไทย สาขาถนนเอกชัย เพื่อที่จะเข้าไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มก่อนจะเข้าไปซื้อสินค้าที่บริษัท กิฟฟารีน ซึ่งตน
เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 29 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพ.ต.อ.ปิยะพันธ์ ภัทรพงศ์สินธุ์ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ได้นำภาพและข้อความขอความช่วยเหลือจากพลเมืองดี ส่งไปยังไลน์กลุ่มของทางจังหวัดเชียงใหม่ ที่มีหน่วยงานภาครัฐ ทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่, รองผู้ว่าฯ รวมทั้งสื่อ ในไลน์เรียกว่า ไลน์ CEO เชียงใหม่ โดยข้อความที่พลเมืองดีขอความช่วยเหลือ ระบุ “รบกวนใช้พื้นที่ตรงนี้ มียายคนหนึ่งอายุ 77 ปี ถูกลูกหลานทิ้งไว้ในหอพักแล้วโดนไล่ออกหอวันนี้ โดยลูกหลานไม่มาดูแลนานหลายวันแล้ว คืนนี้แม่ผม ให้อาศัยนอนศาลาหน้าบ้าน แล้วจะหาหมอนกับมุ้งมาให้ อยู่ที่ 89 พลาซ่าเข้าซอยมา 300 เมตรครับ ตอนนี้ได้แจ้งให้กำนันทราบแล้ว แต่ว่ายายแกคงต้องการปัจจัยอาหารเครื่องดื่มครับ เบื้องต้นก็ได้แจ้งแค่กำนันให้ทราบครับผม” จากนั้นพ.ต.อ.ปิยะพันธ์ จึงได้เขียนข้อความระบุในไลน์ว่า ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบรับแจ้งจากสมาชิกเครือข่าย 191 เชียงใหม่ครับ คนที่แจ้งมาเบื้องต้นชื่อหนึ่ง โทร 096-697-XXXX ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในไลน์กลุ่มดังกล่าว นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ รองผวจ.เชียงใหม่ ได้รับทราบเรื่องและได้แจ้งว่า ได้มอบหมายให้เ
วันที่ 13 กันยายน เมื่อเวลา 07.00 น. ที่ อ.เมือง จ.อุทัยธานี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้ทราบว่ามีพลเมืองดี เก็บกระเป๋าเงินได้ที่บริเวณห้องน้ำภายในปั๊มน้ำมันพรทวี ต.อุทัยใหม่ อ.เมือง จ.อุทัยธานี และประสานมายัง สภ.เมืองอุทัยธานี เพื่อติดตามหาเจ้าของเพื่อส่งคืนทรัพย์สินดังกล่าว ซึ่งรวมมูลค่าทรัพย์สินในกระเป๋าแล้วมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 500,000 บาท โดยร.ต.อ.สามารถ สุคง รอง สวป. สภ.เมืองอุทัยธานี กล่าวว่า เมื่อวันที่ 12 ก.ย.59 เวลา 21.00 น.ที่ผ่านมา ตนได้รับแจ้งจากเจ้าของปั๊มน้ำมันพรทวีว่า มีพลเมืองดีซึ่งเป็นลูกค้าที่มาเติมน้ำมันภายในปั๊มและมาพบกระเป๋าดังกล่าวที่ห้องน้ำโดยได้นำมาให้พนักงานงานปั๊ม และพนักงานปั๊มก็ได้นำกระเป๋าใบดังกล่าวมาส่งมอบให้เจ้าของปั๊มพรทวี โดยที่บุคคลทั้ง2นั้นไม่ได้การเปิดดูทรัพย์สินภายในกระเป๋าแต่อย่างใด โดยระบุว่ารอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้ตรวจสอบทรัพย์สินดังกล่าว จากการตรวจสอบทรัพย์สินภายในกระเป๋าแล้วพบว่า มีสร้อยคอทองคำ จำนวน 2เส้น พร้อมด้วย ทองคำแท่ง ทองคำขาว เพชร แหวนทอง4 วง ต่างหู พระเลี่ยมทอง พลอย แล้วเงินสดอีกจำนวนหนึ่ง โดยรวมมูลค่าทรัพย์สินภายในกระเป๋าแล้วคาดว่
