พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
เด้งฟ้าผ่า! อธิบดีกรมการค้าภายใน เหตุปมตุนหน้ากากอนามัย พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 80/2563 เรื่อง ให้ข้าราชการมาปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในการบริหารจัดการของรัฐบาลภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิต-19)ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย กรณีมีประเด็นทางสังคมเกี่ยวกับการกักตุนและจำหน่ายหน้ากากอนามัย ซึ่งสมควรมีการตรวจสอบเพื่อให้เกิดความชัดเจน ถูกต้อง โปร่งใส และเป็นธรรม ตลอดจนเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่การบริหารราชการของกรมการค้าภายใน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 (3) และ (4) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 นายกรัฐมนตรี จึงมีคำสั่งให้ นายวิชัย โภชนกิจ ตำแหน่ง อธิบดีกรมการค้าภายใน (นักบริหารระดับสูง) ข้าราชการพลเรือนสามัญ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ มาปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี โดยไม่ขาดจากอัตราเงินเตือนทางสังกัดเดิม จนกว่าจะมีการตรวจสอบแล้วหรือมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง โดยระหว่างการปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ให้ข้าราชการดังกล่า
นายกฯ เสนอ ครม.สละเงินเดือน 1 เดือน เตรียมตั้งกองทุนสู้โควิด-19 เมื่อวันที่ 3 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ในที่ประชุมครม. มีการหารือถึงมาตรการในการจัดหาและดูแลสิ่งจำเป็นให้กับประชาชนในสถานการณ์ไวรัสโคโรนา ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จึงเสนอให้มีการตั้งกองทุนสักกองทุนขึ้นมา เพื่อให้ ครม. ร่วมบริจาคเงินเข้ากองทุน แต่ยังไม่อยากกำหนดว่าใครจะต้องให้เงินเท่าไร แต่เบื้องต้น ครม. ควรจะสละเงินเดือน 1 เดือนเข้าสมทบในการจัดตั้งกองทุนด้วย หรือมากกว่านั้นก็แล้วแต่ใครจะบริจาคก็ได้ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของทีมโฆษกรัฐบาลก็จะร่วมสละเงินเดือนเพื่อนำเงินเข้ากองทุนด้วยเช่นกัน จากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีว่า รมต. ส่วนใหญ่เห็นด้วยที่จะตั้งกองทุนดังกล่าว โดยนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทส. ก็ได้ระบุว่า ยินดีที่จะบริจาคเงินเดือนให้ โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการผู้เกี่ยวข้องให้ไปดูเรื่องนี้มา เพื่อดำเนินการอย่างเร่งด่วน สำหรับเงินเดือนของ นายกรัฐมนตรี ได้รับเดือนละ 125,590 บาท, รองนายกรัฐมนตรี เดือนละ 119,920 บาท, รัฐมนตรีว่ากา
บิ๊กตู่ แนะเกษตรกรเก็บน้ำไว้ในไร่นา ดีกว่าปล่อยให้น้ำไหลไปหมด บิ๊กตู่ – เมื่อวันที่ 28 ส.ค. ที่พุทธมณฑล อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมและภัยแล้ง กับผู้สื่อข่าว พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขณะนี้เศรษฐกิจอยู่ในช่วงข้าวยากหมากแพง และบางพื้นที่เกิดภัยแล้ง ตนอยากเรียนอีกครั้งว่า มาตรการประกันราคาข้าวแตกต่างจากมาตรการจำนำข้าว ซึ่งจะใช้เงินไม่มากตามที่ประมาณการไว้ เพราะราคาข้าวถูก วันนี้ได้สั่งการหน่วยงานไปแล้ว ให้จ่ายเงินกับเกษตรกรเข้าบัญชีโดยตรงเลย ต่อไปนี้จะให้เข้าบัญชีตรงหมด ซึ่งกระทรวงการคลังทำระบบไว้แล้ว บางอันอาจยังไม่พร้อม แต่ส่วนใหญ่พร้อมหมดแล้ว ขณะเดียวกันเกษตรกรก็ต้องมีการขึ้นทะเบียนไว้ ต้องค่อยๆปลดล็อกไป นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า อีกประเด็นที่เป็นห่วงคือเรื่องลมฟ้าอากาศ ก่อนหน้านี้มีปัญหาภัยแล้ง และ ตอนนี้กำลังมีพายุโซนร้อนเข้ามาอีกหลายลูก อยากให้เกษตรกรเก็บน้ำไว้ในไร่นาของตัวเองบ้าง หากมีพื้นที่น้อย ก็รวมกลุ่มกันสร้างที่กักเก็บน้ำดีกว่าปล่อยให้น้ำไหลไปหมด พร้อมกันนี้ต้องปลูกไม้ยืนต้นไว้วันหน้าจะเป็นมรดกให้ลูกหลาน ปัญหาคนไ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทย กล่าวปาฐกถาในหัวข้อ “The Future of Thailand and ASEAN” ในการประชุมผู้นำธุรกิจอาเซียน ครั้งที่ 5 ซึ่งจัดโดยสำนักข่าว “บลูมเบิร์ก” ณ โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโตเรีย กรุงเทพฯ ในวันนี้ (21 มิ.ย. 2562) นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์ทางเศรษฐกิจของไทย โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ไทยรับหน้าที่เป็นประธานและเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 34 ในปีนี้ “ไทยมีศักยภาพและความพร้อมหลายด้านที่จะเดินหน้าพัฒนาประเทศไปสู่ความก้าวหน้าพร้อมกับภูมิภาค ซึ่งในปัจจุบัน เหตุการณ์ในประเทศมีเสถียรภาพ โดยไทยได้ก้าวพ้นสถานการณ์ความไม่สงบ มีความปรองดอง และสามารถแก้ปัญหาคั่งค้างที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศหลายประการ เช่น การประมงผิดกฎหมาย การปราบปรามการค้ามนุษย์ และการอำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจ เป็นต้น” นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงการเลือกตั้งที่ผ่านมาว่าเป็นไปตามโรดแมปที่กำหนดไว้ “ผมยินดีอย่างยิ่ง ที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้ทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีต่อ และจะพยายามปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ เพื่อสืบสานนโยบายพัฒนาประเทศทั้งในระยะสั้นและระยะยาว” ทั้งนี้ในปี 2561 ที่ผ่านมา เศร
“พล.ต.อ.อดุลย์”ประธานเปิดงาน”ครัวไทย สู่ครัวโลก”ก่อนอำลาตำแหน่ง เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ที่เวสต์เกตฮอลล์ ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า เวสต์เกต จ.นนทบุรี พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน(รมว.แรงงาน) เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมผู้ประกอบอาหารไทย “ครัวไทย สู่ครัวโลก” เพื่อพัฒนาทักษะให้พ่อครัวและแม่ครัวไทย ให้สามารถประกอบอาหารที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์คงความเป็นไทยและมีมาตรฐานเดียวกัน โดยมี นายจรินทร์ จักกะพาก ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวรายงานว่า นโยบายครัวไทยสู่ครัวโลกเป็นนโยบายที่ พล.ต.อ.อดุลย์ รมว.แรงงาน ให้ความสำคัญมาก ได้ปลุกปั้นมาตลอด วันนี้เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาแล้ว อาหารไทยเป็นที่เชิดหน้าชูตาคนไทยมาตลอด สั่งสมกันมาตั้งแต่ปู่ย่าตายายจนเป็นเอกลักษณ์ มีการตั้งร้านอาหารไทยในต่างประเทศ ทั้งยุโรป อเมริกาและที่อื่นๆ สิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญคือเอกลักษณ์และรสชาติอาหารไทย การจัดโต๊ะอาหาร ช้อนส้อมสำรับอาหารไทย วันนี้จึงเป็นการประกาศศักดาให้ทั่วโลกได้รับรู้ว่า อาหารที่สั่งสมจากบรรพบุรุษมาเป็นร้อยๆปี จนมีเอกลักษณ์นั้นเป็นอย่างไร และให้รู้ว่า วันนี้การสร้างมาตรฐานอาหารไทยคืออะไร
นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำหนดให้ข้าราชการออกกำลังกายทุกวันพุธเวลา 15.00-16.30 น. ว่า จะช่วยลดปัญหาพฤติกรรมเนือยนิ่ง และทำให้ร่างกายมีสุขภาพดี ป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่างๆ ได้ องค์การอนามัยโลกแนะนำว่าในเด็กควรมีกิจกรรมทางกายระดับปานกลาง 60 นาทีต่อวัน ส่วนผู้ใหญ่มีกิจกรรมทางกายระดับปานกลาง 150 นาทีต่อสัปดาห์ ซึ่งระดับของการมีกิจกรรมทางกายมี 3 ระดับคือ 1.กิจกรรมทางกายทั่วๆ ไป เช่น การเดิน การเคลื่อนไหวร่างกาย 2.ออกกำลังกาย จะมีความหนักมากขึ้น เช่น วิ่ง ปั่นจักรยาน เป็นต้น และ 3.กีฬา ซึ่งจะมีความหนักกว่าการออกกำลังกาย นพ.วชิระกล่าวอีกว่า ขณะนี้กรมอนามัยได้ยกร่างยุทธศาสตร์กิจกรรมทางกายชาติ อยู่ระหว่างการทำประชาพิจารณ์เพื่อรับฟังความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสนอต่อกระทรวงสาธารณสุข และคาดว่าจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเดือนเมษายน 2560 โดยเน้นการมีกิจกรรมทางกายของคน 5 กลุ่มวัย ได้แก่ 1.แม่และเด็กปฐมวัย 2.วัยเรียนและวัยรุ่น 3.วัยทำงาน 4.ผู้สูงอายุ และ 5.กลุ่มเฉพาะหรืออาชีพต่างๆ โดยตั้งเป้าว่าคนไท
นายกฯปราศรัยเนื่องในวันสหประชาชาติ 24 ต.ค. ภูมิใจชาวโลกประยุกต์ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มั่นใจความสำเร็จของไทยเป็นพลังขับเคลื่อนสหประชาชาติ เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวปราศรัยทางวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เนื่องในวันสหประชาชาติว่า วันที่ 24 ตุลาคมของทุกปี เป็นวันสหประชาชาติ ซึ่งมีความหมายสำคัญต่อมวลมนุษยชาติ โดยสหประชาชาติมีวัตถุประสงค์ในการทำหน้าที่เป็นองค์การสากลระหว่างประเทศ ในการบรรเทาทุกข์และแก้ไขปัญหาของโลก จรรโลงสันติภาพและความมั่นคง ปกป้องและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน รวมทั้งสร้างเสริมความเจริญรุ่งเรืองแก่มวลมนุษยชาติ ภายหลังจากที่สงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลงประเทศไทยมีบทบาทเข้มแข็งในฐานะสมาชิกสหประชาชาติมาตลอด 70 ปี ซึ่งเป็นที่ยอมรับจากองค์กรและประเทศสมาชิก ด้วยการมีส่วนร่วมให้ความเห็นและแบ่งปันประสบการณ์แก้ไขปัญหาและการพัฒนาประเทศ เพื่อนำไปสู่การตัดสินใจของสหประชาชาติที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ซึ่งในปี 2559 นี้ เป็นปีเปลี่ยนผ่านที่สำคัญของสหประชาชาติ โดยเป็นปีแรกของการดำเนิน
เมื่อเวลา 14.45 น. วันที่ 9 ตุลาคม ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายเชอริ่ง ต็อบเกย์ นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรภูฏานเข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในโอกาสเดินทางเยือนไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือเอเชีย ครั้งที่ 2 พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวสรุปสาระสำคัญการหารือว่า นายกรัฐมนตรียินดีที่ได้พบกับนายกรัฐมนตรีภูฏานอีกครั้ง และแสดงความขอบคุณภูฏานที่ได้รับเสด็จสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อย่างสมพระเกียรติเมื่อเดือนพฤษภาคม เชื่อว่าการเสด็จฯ เยือนภูฏาน ของพระองค์จะช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ทั้งนี้ไทยมีความยินดีและเป็นเกียรติที่ได้มีโอกาสถวายการต้อนรับพระราชวงศ์ของภูฏานในโอกาสเสด็จเยือนไทยอย่างสม่ำเสมอ ทั้งสองฝ่ายยินดีในความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างกันซึ่งเป็นไปอย่างราบรื่นและใกล้ชิดตลอดระยะเวลากว่า 27 ปี นับตั้งแต่ที่สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน ซึ่งไทยและภูฏานมีความสัมพันธ์ใกล้ชิด เนื่องจากทั้งสองประเทศมีสถาบันพระมหา
‘นายกฯ’เปิดประชุมภาคธุรกิจเอซีดี ผนึกกำลังเอกชน ดึงศักยภาพ-เงินทุนตอบโจทย์พัฒนาประเทศ กำหนดโรดแมปลดความเหลื่อมล้ำ สู่การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 9 ตุลาคม ที่โรงแรมพลาซ่าแอทธินี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุมภาคธุรกิจในกรอบความร่วมมือเอเชียครั้งแรก (ACD Connect 2016) ในหัวข้อบทบาทสำคัญของภาคธุรกิจต่อวิวัฒนาการของ ACD (The Indispensable Role of Business in the Evolution of ACD) โดยมีตัวแทนภาคเอกชนประเทศสมาชิกเข้าร่วม ตอนหนึ่งว่า นามรัฐบาล คนไทยทั้งประเทศ ขอต้อนรับสมาชิก 34 ประเทศพูดคุยเรื่องธุรกิจ นำจุดแข็งที่หลากหลายของเอเชีย ผนึกพลังขับเคลื่อนอย่างยั่งยืน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ภาคเอกชนถือเป็นพลังสำคัญในการสร้างพลวัตใหม่ ท่ามกลางความผันผวนและความท้าทายต่างๆ ต้องดึงเอาศักยภาพที่หลากหลายของเอเชียออกมาอย่างสร้างสรรค์ เชื่อมโยงระหว่างประชาชนกับประชาชน นำสู่การปฏิบัติให้เร็วที่สุด โดยกำหนดโรดแมป หากิจกรรมเริ่มต้นให้ได้ ในปีนี้และอีก 20 ปีข้างหน้า ถ้าเราถอดสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ก็จะ
เมื่อวันที่ 16 กันยายน ที่โรงแรม ณ ดวงจิตต์ รีสอร์ต แอนด์ สปา จ.ภูเก็ต กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(วท.) จัดงาน สตาร์ต อัพ ไทยแลนด์ (Start up Thailand Digital Thailand ภูมิภาค 2016) โดยมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานเปิดงาน ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ สถานที่จัดงานเดิมทีเป็นโรงแรมรอยัลมารีน่า แต่มีการย้ายกระทันหัน มาที่โรงแรม ณ ดวงจิตต์ รีสอร์ทฯแทน เนื่องจากมีความเป็นห่วงว่า สถานที่ตั้งโรงแรมรอยัลฯ อยู่ในพื้นที่ป่าชายเลน และอยู่ระหว่างตรวจสอบเอกสารสิทธิอยู่ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาจึงมีการย้ายโรงแรมดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง Phuket as Smart City Start up Paradise ว่า รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่ง กับการกระจายโอกาสสู่จังหวัดต่างๆในภูมิภาค ที่ล้วนมีศักยภาพสูงในการขับเคลื่อนประเทศเพราะโลกทุกวันนี้ เปลี่ยนแปลงไปมาก การทำงานในปัจจุบันโดยเฉพาะผู้ประกอบการสตาร์ต อัพ บางครั้งขอเพียงคอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่เหมาะสม กับบรรยาการสร้างสรรค์ ก็สามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ในโลก จ.ภูเก็ต ถือเป็นสวรรค์ สำหรับนักเดิน
