พายุดีเปรสชั่น
กรมอุตุฯ เตือน พายุดีเปรสชั่น “คาจิกิ” ทวีกำลังแรง ทำไทยฝนหนัก เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 3 ก.ย. นายภูเวียง ประคำมินทร์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนภัย พายุระดับ 3 (โซนร้อน) “คาจิกิ” ข้อความว่า เมื่อเวลา 01.00 น. ของวันนี้ (3 กันยายน 2562) พายุระดับ 2 (ดีเปรสชั่น) บริเวณใกล้เกาะไหหลำ ประเทศจีน ได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุระดับ 3 (โซนร้อน) “คาจิกิ” แล้ว โดยเมื่อเวลา 04.00 น. มีศูนย์กลางอยู่บริเวณเมืองเว้ ชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลาง หรือที่ ละติจูด 16.3 องศาเหนือ ลองจิจูด 107.5 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกเฉียงใต้อย่างช้าๆ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่และฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปเกาะไหหลำ ประเทศจีน และประเทศเวียดนามควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางด้วย คาดว่าพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบ มีดังนี้ ในวันที่ 3 กัน
ระวังอันตราย! กรมอุตุฯ เตือนดีเปรสชันถล่ม ฝนกระหน่ำ 38จว. ซัดอีสานร้อยละ70 กรมอุตุฯ / วันที่ 31 ก.ค. กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มในพื้นที่เสี่ยงภัยได้ ส่วนบริเวณภาคตะวันออก ภาคกลางและภาคใต้ มีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ สำหรับบริเวณทะเลอันดามันทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร อ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กควรงดออกจากผั่งจนถึงวันที่ 6 สิงหาคม 2562 อนึ่ง พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน คาดว่าจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน แล้วเคลื่อนผ่านประเทศจีนตอนใต้ และขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบน ในช่วงวันที่ 1-2 สิงหาคม 2562 ซึ่งจะทำให้บริเวณประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยจะมีผลกระทบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือก่อน ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอัน
กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศสภาพอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบนและฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 18-21 พ.ย. 2560) ฉบับที่ 4 ลงวันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 ระบุว่า บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยและทะเลจีนใต้ในวันพรุ่งนี้ (18 พ.ย. 60) หลังจากนั้นจะแผ่ปกคลุมภาคเหนือ ภาคกลางตอนบน ในระยะต่อไป ลักษณะเช่นนี้ทำให้ในช่วงวันที่ 18-20 พฤศจิกายน 2560 บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะแรก อากาศจะเย็นลงกับมีลมแรง โดยอุณหภูมิลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และเตรียมการป้องกันความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับพายุดีเปรสชันที่ทวีกำลังแรงขึ้นจากหย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมบริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่าง มีแนวโน้มจะเคลื่อนเข้าปกคลุมตอนใต้ของประเทศเวียดนามและประเทศกัมพูชาในช่วงวันที่ 19-21 พ.ย.60 ซึ่งจะส่งผลกระทบให้ภาคตะวันออก ภาคกลางตอนล่าง ภาคใต้ตอนบน กรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมี
วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 เมื่อเวลา 17.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนภัยลักษณะอากาศ ฉบับที่ 15 เรื่อง “พายุโซนร้อน “เซินกา” (SONCA) (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 28 กรกฎาคม 2560)” ประกาศฉบับดังกล่าวระบุว่า หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่อ่อนกำลังลงจาก พายุดีเปรสชัน “เซินกา” (SONCA) ปกคลุมบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือตอนล่าง และภาคกลางตอนบน คาดว่าหย่อมความกดอากาศต่ำนี้จะปกคลุมบริเวณดังกล่าวอย่างต่อเนื่องและจะสลายตัวในวันที่ 28 กรกฎาคม 2560 ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนตกเป็นบริเวณกว้างกับมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากสภาวะฝนตกหนักถึงหนักมากซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งไว้ด้วย โดยมีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบตามภาคต่างๆ ดังนี้ ในวันที่ 26 กรกฎาคม 2560 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: บริเวณจังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี หนองบัวลำภู ขอนแก่น สกลนคร นครพนม มุกดาหาร มหาสารคาม ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ ยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี ภาคเหนือ: บริเวณจังหวัดแพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตา
น.ส.พเยาว์ เมืองงาม ผอ.ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ ฝั่งตะวันออก จ.สงขลาเปิดเผยว่าบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกยังมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนหนักบางแห่ง บริเวณ จ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และ จ.นราธิวาส ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยของ จ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และ จ.สงขลา ระมัดระวังอันตรายที่เกิดจากฝนตกหนัก ฝนสะสม น้้าท่วมฉับพลัน และน้้าป่าไหลหลากได้ในวันที่ 5-6 พ.ย. น.ส.พเยาว์เปิดเผยว่าลักษณะทางอุตุนิยมวิทยาที่สำคัญคือ ร่องความกดอากาศต่ำพาดผ่านภาคใต้ เข้าสู่พายุดีเปรสชั่นในทะเลจีนใต้ตอนล่าง ซึ่งกำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนืออย่างช้าๆ มีแนวโน้มจะเคลื่อนที่มาทางชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนใต้ ในช่วงวันที่ 5-6 พ.ย.59 ลักษณะเช่นนี้ ทำให้บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกยังคงมีฝนต่อเนื่องและ มีฝนหนักบางแห่ง ส่วนทะเลอ่าวไทย มีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง นายทรงพล สวาสดิ์ธรรม ผู้ว่าราชการ จ.สงขลาเปิดเผยว่า จ.สงขลากำลังย่างเข้าสู่มรสุม ได้สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและองค์กรปกค
พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประจำวันที่ 12 กันยายน บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก มีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ในบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ เลย ร้อยเอ็ด ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีโอกาสฝนตกและมีฝนตกหนักบางแห่งในช่วงระหว่างเย็นถึงค่ำ อนึ่ง พายุดีเปรสชั่นบริเวณทะเลจีนใต้มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 670 กิโลเมตร ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม หรือที่ ละติจูด 13.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 113.5 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กม./ชม. และกำลังเคลื่อนตัวทางทิศทางทิศตะวันตกค่อนไปทางเหนืออย่างช้าๆ คาดว่ามีแนวโน้มจะเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศไทย ในช่วงวันที่ 13-15 กันยายน 2559 นี้ ลักษณะเช่นนี้ส่งผลให้บริเวณประเทศไทยมีฝนตกเป็นบริเวณกว้างและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักกับฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย
