พารากอน
เมนูฮอตฮิตติดหูจริงๆ คือ ต้มยำกุ้งและผัดไทย พูดไปคนรู้เลยว่านี่คือเมนูจากประเทศไทย เชฟวินหวังว่า สักวันหนึ่ง “ข้าวซอย” จะได้มีโอกาสเป็นเหมือนต้มยำกุ้งและผัดไทย ที่แค่ได้ยินชื่อข้าวซอย ก็รู้ทันทีเลยว่ามาจากประเทศไทย ความฝันที่เต็มเปี่ยมไปด้วยแรงผลักดันของเชฟหนุ่มไฟแรง ที่อยากจะพาร้าน Khao-Sō-i ข้าวโซอิ ของตนเองมาเปิดขายในที่แห่งนี้ แล้วในที่สุด เขาก็ทำได้ Khao-Sō-i ข้าวโซอิ ร้านดังจากเชียงใหม่ ที่นำเสนอเมนูข้าวซอยในรูปแบบใหม่ ผสมผสานวัฒนธรรมอาหารไทยและญี่ปุ่นเข้าด้วยกัน จนกลายเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน พร้อมคอนเซ็ปต์ที่เจ้าของร้านอย่างเชฟวิน ได้กล่าวเอาไว้ว่า “อยากจะพาข้าวซอยไทยไปไกลถึงเวทีโลกให้ได้” เชฟวิน ศรีนวกุล เชฟนักธุรกิจ ได้นั่งพูดคุยพร้อมบอกถึงที่มาของการตัดสินใจมาเปิดสาขาที่สยามพารากอนว่า ปกติมาหาทานข้าวที่สยามพารากอนอยู่บ่อยๆ แล้วคิดว่า สักวันหนึ่งอยากจะพาร้านข้าวโซอิมาเจิดจรัสที่แห่งนี้อย่างเขาบ้าง ในช่วงแรกยังเกิดความกังวล ด้วยที่มาจากต่างจังหวัด ยังไม่เข้าใจในเรื่องของค่าเช่าที่เท่าไหร่นัก เลยตัดสินใจเปิดเป็น Stand Alone ก่อน เมื่อทุกอย่างพร้อม จึงเดิน
“เมนูทานง่าย แต่ไม่ธรรมดา” สะท้อนความเป็น “หลุยส์วาณิชย์” ร้านอาหารชื่อดังย่านบรรทัดทองได้เป็นอย่างดี แม้จะเปิดมา 2 ปีกว่า แต่หลุยส์วาณิชย์สามารถครองใจลูกค้าได้ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่แวะเวียนมาชิมเมนูสตรีตฟู้ดหลากหลาย จนเรียกได้ว่า ประสบความสำเร็จ ถึงปัจจุบันหลุยส์วาณิชย์เติบโตขึ้นอีกขั้น เมื่อผู้บริหารเจนใหม่ พาร้านตึกแถวไปเปิดสาขาในพารากอน พร้อมยกระดับความพรีเมียมทั้งวัตถุดิบ การบริการ และบรรยากาศยุค 90 ที่มากไปด้วยเสน่ห์ ในคอลัมน์ Young Entrepreneur “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ขอพาไปพูดคุยกับ แจม-ภัณฑิรา ลีฬกาญจนากุล หนึ่งในผู้บริหารวัย 29 ปี ถึงจุดเริ่มต้น และกลยุทธ์ปั้นหลุยส์วาณิชย์เติบโต จุดเริ่มต้นหลุยส์วาณิชย์ แจม เริ่มบทสนทนาอย่างเป็นกันเอง ถึงการปั้นหลุยส์วาณิชย์ เธอและหุ้นส่วนอีก 2 คน เข้าไปเปิดร้านในบรรทัดทองก่อนจะมีกระแสนิยม เพราะอาศัยอยู่ที่นั่น ทำให้เห็นว่าจะเป็นทำเลทองในอนาคต และพอได้เข้าไปเปิดจริงๆ ก็กลายเป็นร้านที่ติดตลาดและเป็นที่จดจำของลูกค้า ซึ่งหลุยส์วาณิชย์ ไม่ใช่ธุรกิจแรกของแจม ก่อนหน้านี้ เธอเปิดร้านอาหารเกาหลีออนไลน์ และขยายสู่หน้าร้านที่สยาม จากนั
