พิษณุโลก
ฮือฮา ‘สองแถว’ พิษณุโลกไฮโซติดแอร์ ปรับโฉมหรูหราคลายร้อนผดส. เมื่อวันที่ 4 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รถสองแถวรอบเมืองในจังหวัดพิษณุโลก ถือว่าเป็นรถสาธารณะที่บริการประชาชนชาวเมืองพิษณุโลก ที่บริษัท คิงด้อม ออโต้คาร์พิษณุโลก จำกัด ได้รับสัมปทานมาจากขนส่งจังหวัดพิษณุโลก ต่อจากรถเมล์บ้านเราที่เลิกกิจการไปเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา และได้บริการวิ่งรอบเมืองพิษณุโลก จนถึงปัจจุบัน โดยเอกลักษณ์ก็จะมีสีม่วง จากเดิมตัวรถสองแถว จะเปิดเป็นแบบโอเพ่นคาร์ คือ มีลักษณะเป็นรถสองแถวทั่วไป หลังคาสูง ติดพัดลม ล่าสุดทางบริษัท คิงด้อม ออโต้คาร์พิษณุโลก จำกัด ได้ปรับปรุงรถสองแถวโดยการติดแอร์ที่ห้องผู้โดยสาร ทำเบาะ ทำพื้นให้ดูหรูหราทันสมัย ดูสะอาดน่านั่ง เพื่อบริการประชาชนทั่วไปแล้ว สร้างความฮือฮาและความพึงพอใจกับผู้มาใช้บริการ โดยจะเริ่มทดลองวิ่ง 2 คันก่อนคือ เส้นทาง ขนส่งโดยสายแห่งที่ 2-ขนส่งโดยสารแห่งที่ 1- มหาวิทยาลัยนเรศวร ในวันที่ 5 มีนาคมนี้ นายเกรียงศักดิ์ บุญศิลป์ ผู้จัดการบริษัท คิงด้อม ออโต้คาร์พิษณุโลก จำกัด กล่าวว่า การปรับปรุงรถสองแถวติดแอร์นั้น ถือว่าเป็นการบริการประชาชนชาวพิษณุโลก เพื่อมิให้ประชาชนต
ปิ่นโตเถาเล็กเพิ่งกลับจากเมืองสองแคว หรือพิษณุโลก ตระเวนชิมจนได้ร้านอร่อยเด็ดมาฝากแฟนๆ เพียบ ถึงแม้ว่าข้าพเจ้าจะมาเยือนพิษณุโลกมากมายหลายครั้ง แต่ก็อยู่เพียงประเดี๋ยวประด๋าว ส่วนใหญ่เพื่อแวะมากราบสักการะพระพุทธชินราชอันงดงาม ซึ่งปวงชนชาวไทยรวมถึงปิ่นโตเถาเล็กนับถือศรัทธาเป็นอย่างยิ่ง แต่คราวนี้ได้มีโอกาสปักหลักอยู่ในตัวเมืองพิษณุโลกนานหลายวัน ผลปรากฏว่าอยากเขกกบาลตัวเองเสียจริงว่าทำไมเพิ่งมาตอนนี้ เพราะเมืองนี้มีของกินที่อร่อยจนตะลึงอยู่หลายร้านเลยทีเดียว สัปดาห์นี้จึงขอภูมิใจนำเสนอ “ร้านอาหารจานปลาแม่น้ำที่อร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินมา” ไม่ได้เป็นคำกล่าวอ้างเกินจริงเลย ร้านนี้มีชื่อว่า “ครัวสองพี่น้อง” (ถ้าค้นหาทางไปในกูเกิ้ล ให้พิมพ์คำว่า “ครัวสองพี่น้อง มะขามสูง” นะจ๊ะ โดยชื่อร้านในกูเกิ้ลเขียนว่า ร้านอาหารสองพี่น้อง) ครัวสองพี่น้องอยู่ที่ “ตำบลมะขามสูง” ในอำเภอเมือง แต่อยู่ห่างไปทางทิศเหนือประมาณ 16 กม. ใช้เวลาเดินทางจากตัวเมืองเกือบครึ่งชั่วโมง โดยถ้านับจาก “แยกแสงดาว ที่ตัดกับถนนเลี่ยงเมืองพิษณุโลก”ไปตาม “ทางหลวงสาย 1086 พิษณุโลก-วัดโบสถ์” ประมาณ 10 กม. ก็จะเห็นร้านครัวสองพี่น้องทาง
กรมอุตุฯเตือนไทยตอนบนเจอฝนฟ้าคะนอง 16-18 ก.พ. นี้ ลมกระโชกทั้งเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ กลาง ตะวันออก กรุงเทพ-ปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ฝนฟ้าคะนอง / เมื่อวันที่ 17 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า โดยการคาดหมายลักษณะอากาศ ในช่วงวันที่ 16-18 ก.พ.62 ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเกิดขึ้นในบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก หลังจากนั้น ในช่วงวันที่ 19-22 ก.พ.62 ประเทศไทยตอนบนมีอุณหภูมิสูงขึ้นโดยทั่วไปในตอนกลางวัน กับมีหมอกในตอนเช้า โดยแต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นบางพื้นที่ในบริเวณภาคตะวันออก กรุงเทพมหานครและปริมณฑล สำหรับภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ ตลอดช่วง ข้อควรระวังในช่วงวันที่ 16-18 ก.พ.62 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระมัดระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และควรอยู่ห่างจากป้ายโฆษณา สิ่งก่อสร้างที่ไม่แข็งแรง และต้นไม้ใหญ่ สำหรับเกษตรกรควรระมัดระวัง และป้องกันความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออก และภาคกลาง ในขณะที่คลื่นก
เป็นที่รู้จักกันทั้งจังหวัดพิษณุโลกสำหรับ “เจ้เล็กล็อตเตอรี่ติดล้อ”หรือ คุณนภัสวรรณ ปรีดากุล หญิงวัย 63 ปี เจ้าของร้านอุดมโชคสยามขายสลากกินแบ่งรัฐบาลรายใหญ่ที่สุดในจังหวัดนี้อีกหนึ่งไอเดียที่นำรถมาดัดแปลงให้เป็น “หน้าร้าน”นักธุรกิจอิสระที่มีเงินหมุนเวียนต่อเดือนหลายสิบล้านบาท มารับช่วงต่อธุรกิจ ขึ้นแท่นยี่ปั๊วรายใหญ่ คุณนภัสวรรณ ปรีดากุล หรือ เจ้เล็ก เธอเล่าว่า พื้นเพเป็นคนจังหวัดพิษณุโลก เกิดและเติบโตขึ้นท่ามกลางครอบครัวคนจีนที่มีอาชีพค้าขายล็อตเตอรี่ แต่ด้วยความที่อยากรวยด้วยลำแข้งตัวเองหันไปขายปุ๋ยและเปิดวินรถตู้ ปรากฏว่าโดนโกงหนที่สุดกลับมาสานต่อธุรกิจครอบครัวพร้อมทั้งต่อยอดกิจการด้วยการสร้างหน้าร้านที่มีจุดเด่นไม่เหมือนใคร เจ้เล็กทำธุรกิจส่วนตัวอยู่นานนับ 10 ปี เมื่อไม่ประสบความสำเร็จ ประกอบกับทางบ้านจูงใจอยากให้กลับมาช่วยขายล็อตเตอรี่เพราะเป็นงานสบาย หวยชุดได้เปอร์เซ็นต์ใบละ 1 บาท หวยเล่มใบละ 25 บาท แต่ละเดือนขายล็อตเตอรี่ 3,000 ใบ ก็ได้ราวๆ 3,000 – 4,000 บาท ในที่สุดเจ้เล็กก็เลือกกลับมาทำงานที่บ้าน “ดิฉันเข้ามารับช่วงขายสลากกินแบ่งรัฐบาลต่อจากรุ่นพ่อแม่ที่ขายมานานกว่า 50 ปี
ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมส่งราษฎรบนพื้นที่สูง 5 ชนเผ่า จากจังหวัดพิษณุโลก ตาก และสุโขทัย ขึ้นรถไฟจากสถานีรถไฟจังหวัดพิษณุโลกถึงสถานีรถไฟหัวลำโพง ตามโครงการราษฎรพื้นที่สูง 999 ดวงใจ ร่วมอาลัยพ่อหลวง พร้อมประกอบพิธีถวายความอาลัยของชาวม้งเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 ที่สถานีรถไฟจังหวัดพิษณุโลก นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วยนายฐานุพงศ์ เจริญสุรภิรมย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก นายธานินทร์ สมบูรณ์สาร พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิษณุโลก ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาชาวเขาจังหวัดพิษณุโลก ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาชาวเขาจังหวัดตาก ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาชาวเขาจังหวัดสุโขทัย พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมส่งราษฎรบนพื้นที่สูง 5 ชนเผ่า ประกอบด้วย เผ่ากะเหรี่ยง ม้ง ลีซู มูเซอ อาข่าจากจังหวัดพิษณุโลก ตาก และสุโขทัย จำนวนกว่า 150 คน ส่งขึ้นรถไฟ ขึ้นรถไฟตามขบวนรถเร็วพิเศษ 102 เชียงใหม่-กรุงเทพ จากสถานีรถไฟจังหวัดพิษณุโลกถึงสถานีรถไฟหัวลำโพง เพื่อเข้าเฝ้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร
วันที่ 23 กันยายน 2559 สถานการณ์น้ำท่วม จ.พิษณุโลก อ.บางระกำ เป็นพื้นที่ที่กำลังประสบปัญหาน้ำจากแม่น้ำยมที่ไหลผ่าน อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย เพิ่มระดับอย่างต่อเนื่อง ทั้งไหลล้นตลิ่งและไหลข้ามทุ่งมาท่วมพื้นที่เขต ต.คุยม่วง ต.ชุมแสงสงคราม ต.ท่านางงาม อย่างต่อเนื่อง เป็นน้ำท่วมทุ่งวงกว้างคล้ายกับฤดูน้ำท่วมปกติในหน้าฝน น้ำท่วมปี 2559 นี้สร้างความเสียหายให้กับนาข้าวพอสมควร ต่างจากปีน้ำท่วมปกติที่ผ่านมา เนื่องจากตั้งแต่ต้นปี 2559 อ.บางระกำประสบปัญหาภัยแล้ง จึงทำให้ปลูกข้าวนาปรังรอบที่สองได้ล่าช้า จากปกติจะลงมือปลูกในเดือนเมษายนเพื่อเก็บเกี่ยวในเดือนกรกฎาคมของทุกปีก่อนที่น้ำจะไหลท่วม แต่ปีนี้ขาดน้ำทำนา จึงเริ่มปลูกได้ในเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม ส่งผลให้ขณะนี้มีนาข้าวอายุ 2-3 เดือนใน อ.บางระกำ ถูกน้ำท่วมเสียหายแล้ว 10,000 กว่าไร่ ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่ อ.บางระกำ ได้เตรียมอุปกรณ์หาปลาเพื่อหาปลามาเป็นรายได้เสริม โดยเฉพาะลอบแดงเป็นอุปกรณ์หลักที่ชาวบ้านส่วนใหญ่นิยมใช้หาปลาในฤดูน้ำหลาก ในพื้นที่น้ำท่วมเขต ต.ชุมแสงสงคราม ต.คุยม่วง และ ต.ท่านางงาม จะพบเห็นลอบแดงวางดักอยู่เต็มพื้นที่ ขณะที่ตามใต้ถุนของชาวบ้านจ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 19 กันยายน หลังจากช่วงระยะนี้มีฝนตกชุกตลอดสัปดาห์ทั้งใน จ.พิษณุโลก และจังหวัดใกล้เคียง เช่นที่ จ.สุโขทัย ส่งผลทำให้ระดับน้ำของแม่น้ำยมสายเก่าที่ไหลผ่านคลองบางแก้วบ้านบางแก้ว หมู่ 3 ต.ท่านางงาม อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก มีระดับน้ำสูงขึ้นกว่า 5 เมตร หลังจากพายุฝนเข้ามาติดต่อกันเพียงสัปดาห์เดียวเท่านั้นก็ทำให้แม่น้ำยมสายเก่าแห่งนี้เพิ่มระดับขึ้นอย่างรวดเร็ว จนเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนที่อยู่พื้นที่ต่ำริมตลิ่งบางส่วน แต่ก็มีชาวบ้านในพื้นที่ได้พลิกวิกฤตเป็นโอกาสออกจับปลาแม่น้ำมาที่ว่ายมาจาก จ.สุโขทัย มาตามลำน้ำยมสายเก่าสู่ จ.พิษณุโลก เป็นรายได้จุนเจือครอบครัวได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ โดย นางยุพิน สบายจิต อายุ 57 ปี เจ้าของกระชังปลา ตั้งอยู่เลขที่ 9 หมู่ 3 ต.ท่านางงาม อ.บางระกำ กล่าวว่า หลังจากระดับน้ำของแม่น้ำยมสายเก่าสูงขึ้นเรื่อยๆ จึงพากันออกจับปลามาขายให้กับร้านอาหาร และออกขายตามตลาดนัดต่างๆ โดยใช้อุปกรณ์จับปลา ลงข่าย ปักเบ็ด หรือเครื่องมือจับปลาพื้นบ้านอย่างลอบแดง เป็นต้น ทำให้ได้ปลาแม่น้ำหลากชนิดกันจำนวนมาก เช่น ปลากราย กก. ละ 250 บาท ปลาสามมุม (คล้ายปลาตะเพียน
