พิษฟองสบู่แตก
ฟองสบู่ ‘ร้านอาหาร’ แตก! วิกฤตที่คนทำร้านต้องจับตา เอาตัวรอดอย่างไร? ในยุคที่มีแต่ความท้าทายและยุคเศรษฐกิจผันผวน “ฟองสบู่ร้านอาหาร” เป็นคำเปรียบเทียบที่ใช้อธิบายสถานการณ์ที่ธุรกิจร้านอาหารเติบโตอย่างรวดเร็วเกินไป โดยมีจำนวนร้านอาหารเปิดใหม่มากเกินกว่าความต้องการที่แท้จริงของตลาด จนทำให้เกิดการแข่งขันที่รุนแรง นำไปสู่เหตุการณ์ที่เรียกว่า “ฟองสบู่ร้านอาหารแตก” ที่เมื่อธุรกิจอาหารมีมากเกินความต้องการของตลาด จนเกิดการแข่งขันที่สูง และร้านอาหารจำนวนมากต้องปิดตัวลง โดยมีสาเหตุหลักๆ ดังนี้ การเติบโตที่รวดเร็วเกินไป ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทยมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะร้านอาหารประเภทที่กำลังเป็นที่นิยม เช่น ร้านอาหารญี่ปุ่น ร้านหม่าล่า ร้านคาเฟ่ และร้านอาหารเกาหลี ทำให้มีการเปิดร้านอาหารใหม่ๆ เป็นจำนวนมาก เมื่อมีร้านอาหารจำนวนมากเปิดให้บริการ ทำให้เกิดการแข่งขันที่สูง ทั้งในด้านราคา คุณภาพ และการบริการ ทำให้ร้านอาหารที่ไม่สามารถปรับตัว หรือไม่มีจุดเด่นที่ชัดเจนต้องปิดตัวลง ภาวะเศรษฐกิจและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง จากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และค่าครองชีพที่สูงขึ้
อดีตพนักงานรายได้ดี เคยคิดสั้นเพราะพิษฟองสบู่ ตั้งหลักใหม่ หันมาขายลูกชิ้นสู้ชีวิต มนุษย์แต่ละคนย่อมมีต้นทุนชีวิตไม่เหมือนกัน ยามถึงคราวดิ้นรนก็ต้องสู้กันไป ประโยคง่ายๆ หนึ่งประโยค แต่กลับสะท้อนให้เห็นถึงสัจธรรมของการใช้ชีวิต ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด ดังเช่นชีวิตของพ่อค้าขายลูกชิ้นปิ้งเล็กๆ ร้านหนึ่ง ที่กว่าจะผ่านอุปสรรคชีวิตมาได้นั้น ต้องใช้ความพยายามไม่ใช่น้อย และสิ่งยึดเหนี่ยวเพียงหนึ่งเดียวของเขา ก็คือ “ลูก” คุณณรงค์ศักดิ์ วงษ์รัตน์ วัย 47 ปี เจ้าของร้าน ลูกชิ้นปิ้งสู้ชีวิต (หมูแท้) ข้างตึกเอ็มไพร์ สาทร เล่าให้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ฟังว่า “กว่าจะมาเป็นพ่อค้าขายลูกชิ้นปิ้ง ลองทำมาหมดทุกอย่าง เริ่มตั้งแต่เป็นเจ้าของกิจการยันพนักงานระดับล่าง ชีวิตล้มลุกคลุกคลานไม่ใช่น้อย” คุณณรงค์ศักดิ์ เล่าย้อนอดีต ให้ฟังว่า อาชีพแรกในชีวิตของตนนั้น คือ การเป็นพนักงานเจียระไนเพชรพลอย ที่บริษัทแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ รายได้ดี แต่พอผ่านมาได้สักพักก็เจอปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจฟองสบู่แตก จึงไปสมัครเป็นพนักงานบริษัทแอร์โรว์ ผลิตจำหน่ายท่อเหล็กเคลือบสังกะสี แต่กลับต้องลาออกอีกครั้ง เพราะเจอปัญหาเ
