พืช
พืชอะไรเอ่ย ที่ตลาดต้องการ แถมยังปลูกเพื่อการส่งออกได้ดี สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และหน่วยงานเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ การฝึกอบรมและพัฒนาความรู้สร้างนักวิจัยให้มีศักยภาพในการวิจัยไม้ดอกไม้ประดับสู่ตลาดโลก โดยพืชที่มีศักยภาพในการสร้างการแข่งขันในการส่งออก และยังเป็นที่ต้องการของตลาด ได้แก่ พืชสกุลไทร และพืชไม้ดอกที่สามารถปลูกเลี้ยงเพื่อลดการนำเข้าจากต่างประเทศ อาทิ เบญจมาศ นอกจากนี้ยังมีไม้ดอกชนิดใหม่ๆ ที่สามารถส่งเสริมเพื่อสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกเลี้ยง เช่น ลิเซียนทัส จึงนำมาสู่การดำเนินโครงการในครั้งนี้ เพื่อเป็นแนวทางในการส่งเสริม และพัฒนาถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการผลิตไม้ดอกไม้ประดับให้กับผู้ประกอบการ ผู้ปลูกเลี้ยงไม้ประดับสกุลไทรเชิงพาณิชย์ รวมทั้งกระบวนการผลิตต้นพันธุ์ การใช้ประโยชน์ และการเพิ่มมูลค่าทางการค้าและการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาด สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรต่อไป
อย่าเพิ่ง ทำท่า “หยะแหยง” กันนะคะ เพราะ “ของเหลือทิ้ง” ที่ว่านี้ ไม่ใช่เศษอาหารที่มีคนกินเหลือ แต่เป็น พืช ผัก ผลไม้ ขนมปัง ของสด หรือของอะไรก็ตามแต่ที่สามารถกินได้นี่แหละที่ทางร้านอาหาร ร้านค้า หรือซุปเปอร์มาร์เก็ต เห็นว่าไม่สดใหม่ หรือใกล้จะหมดอายุ แล้วเตรียมจะเอาไปทิ้งลงถังขยะ แต่มีร้านอาหารแห่งหนึ่งที่เรากำลังจะเล่าให้คุณฟังนี่ล่ะ ไป “ขอรับบริจาค” พืชผักเหล่านั้นมาปรุงเป็นอาหาร โดยอาหารทุกจานไม่มีการตั้งราคา แต่เปิดโอกาสให้ลูกค้า จ่ายเท่าไรก็ได้ตามต้องการ หรือตามกำลังทรัพย์ในกระเป๋า คราวนี้ก็ “เข้าใจตรงพอยต์” กันแล้วนะคะ สำหรับร้านอาหารไอเดียดี๊…ดี ที่ว่านี้ ชื่อว่า “The Real Junk Food Project (เดอะ เรียล จั๊งก์ ฟู้ด โปรเจ็กต์)” เป็นร้านอาหารเพิ่งเปิดใหม่ในเมืองลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ เมื่อเร็วๆ นี้เอง แต่เปิดเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์เท่านั้น ตั้งแต่เวลา 10.00-17.00 น. สำหรับวันเสาร์ ส่วนวันอาทิตย์เปิดตั้งแต่เวลา 11.00-16.00 น. เนื่องจาก แก๊บบี้ โฮล์มส์ และ นาตาลี ครีน สองสาววัย 23 ที่ร่วมมือกันก่อตั้งร้านนี้ ต่างมีงานประจำเป็น “สาวเสิร์ฟ” ด้วยกันทั้งคู่ แต่เจียดเวลา 2 วันมาทำร้านนี้ เ
ปี62‘ออร์แกนิก’มาแรง เปิดชื่อพืชผักผลไม้ดาวรุ่ง ปี62‘ออร์แกนิก’มาแรง – หากติดตามข่าวคราวในวงการเกษตรบ้านเรา จะพบว่าหลายสำนักวิเคราะห์ตรงกันว่าพืชดาวรุ่งที่ขายได้ราคาดี และเป็นที่ต้องการของตลาดในปี 2562 มีไม่กี่ตัว อาทิ ข้าวนาปี มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มังคุด ลำไย และทุเรียนและผลิตภัณฑ์ เพราะเป็นพืช–ผลไม้ที่ตลาดต่างประเทศนิยมชมชอบ ซึ่งในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2561 พืชเหล่านี้ก็ขายได้ในราคาดีอยู่แล้ว ด้วยความที่ว่าบางชนิดให้ผลผลิตน้อย เนื่องจากเจอภาวะฝนแล้ง อย่างเช่นข้าวหอมมะลินาปี ส่งผลให้ชาวนาขายข้าวได้ราคาดีกว่าปีก่อนๆ ถ้าเป็นเกรดพรีเมียมขายได้ถึง 18,000 บาท/ตัน ขณะที่ผลไม้ในกลุ่มนี้ตลาดจีนอ้าแขนรับไม่ อั้น และที่มาแรงสุดก็คือทุเรียน ซึ่งคาดกันว่าในช่วงไม่กี่ปีต่อจากนี้ทุเรียนก็ยังเป็นผลไม้ดาวรุ่งอย่าง แน่นอน จากปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งคือ มีการทำตลาดออนไลน์อย่างจริงจังและต่อเนื่องในประเทศจีนที่เป็นลูกค้าราย ใหญ่ ❐ เร่งปลูกข้าวหวังขายได้ราคา ทั้งนี้ ทางสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ระบุพืชที่คาดว่าราคาจะใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา ได้แก่ สับปะรดโรงงาน ยางพารา และ น้ำมันปาล์ม เนื่องจากรั
