พืชกระท่อม
กมธ. ปลดล็อก พืชกระท่อม ปลูก-ใช้เสรี แต่มีข้อห้ามสำคัญ วันที่ 8 ก.ย. เวลา 11.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในการประชุม เพื่อพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.พืชกระท่อม พ.ศ. …. ที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ พิจารณาเสร็จแล้ว โดย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ในฐานะประธาน กมธ. กล่าวว่า หลังการยกเลิกพืชกระท่อมจากยาเสพติดประเภท 5 ประชาชนสามารถครอบครอง บริโภค และใช้ประโยชน์จากพืชกระท่อมได้ จึงควรส่งเสริมและให้มีการพัฒนาเป็นพืชทางเศรษฐกิจ โดยร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ กำหนดมาตรการดูแลโดยเฉพาะการนำเข้าและการส่งออกเท่านั้นที่ต้องขอรับใบอนุญาตก่อน ส่วนการเพาะ การปลูกและการขายใบพืชกระท่อม นอกเหนือจากที่ ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้กำหนดไว้ ให้ทำได้ นอกจากนี้ กมธ. เห็นว่าการบริโภคใบกระท่อมมากเกินควรอาจจะเกิดอันตราย โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี สตรีมีครรภ์ และสตรีให้นมบุตร จึงกำหนดมาตรการกำกับดูแลการขาย การโฆษณา และการบริโภคใบกระท่อมในบางประการ เพื่อคุ้มครองสุขภาพของผู้บริโภคและกลุ่มบุคคลดังกล่าว แต่ไม่ควรกำหนดข้อบังคับที่กระทบกับวิถีชีวิตและชุมชน นายสมศักด
ทันทีที่คณะอนุกรรมการการกฎหมาย ในคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เห็นชอบผ่อนปรนให้ปลูก และเคี้ยวใบกระท่อม แบบวิถีชาวบ้านดั่งเดิมได้ ส่งผลให้ในหลายพื้นที่ทางภาคใต้ โดยเฉพาะคนสุราษฎร์ธานี พัทลุง และ นครศรีธรรมราช ต่างมีความรู้สึกที่ตรงกันคือ ได้มีโอกาสเคี้ยวใบกระท่อมอย่างถูกกฎหมาย ไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ และราคาใบกระท่อมคงจะลดลงจากปัจจุบันอยู่ที่กำละ (20 ใบ) 100-200 บาท ขณะที่ในอดีตกำละ 20 บาทเท่านั้น หากถามว่าใครบ้างที่เคี้ยวใบกระท่อมทุกวัน ในจังหวัดนครศรีธรรมราชมีแทบทุกสาขาอาชีพ ไม่ว่าจะเป็น ตำรวจ ทหาร ปกครอง แรงงาน พ่อค้า และประชาชนทั่วไป ลองมาฟังความเห็นจากสาขาอาชีพต่างๆ ว่าการผ่อนปรน “กระท่อม” จะบวก จะลบอย่างไร รศ.ดร. รงค์ บุญสวยขวัญ นักวิชาการภาควิชารัฐศาสตร์ สำนักวิชาศิลปะศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ให้ความเห็นว่า ตั้งแต่ผมเกิดมาก็เห็นคนเฒ่าคนแก่เคี้ยวใบกระท่อมทุกเช้า เวลามานั่งพูดคุยในวงน้ำชา ใครเก็บใบกระท่อมมาจะเอามาวาง 9-10 ใบ กลางวงน้ำชา เคี้ยวควบคู่การกินน้ำร้อน ถามว่ากินแล้วติดหรือไม่ ผมไม่เคยได้ยินข่าวว่า คนกินใบกระท่อมแล้วก่อคดีอาชญากรรม ฆ่าใคร จี้ใคร หรือขโมยทรัพ
เมื่อวันที่ 22 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร หัวหน้าโครงการสาธิตการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร ร.พ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี ได้เปิดเผยถึงแ นวคิดการนำพืชใบกระท่อมออกจากรายการบัญชียาเสพติด ว่าจริงๆแล้วพืชกระท่อมอยู่กับประเทศไทยมานานมาก และในบทเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผนจะมีกระท่อมเป็นยุทธปัจจัยคือใช้เป็นวัฒนธรรมานาน และเมื่อไม่นานมานี้ในพื้นที่ยังมีการปลูกกระท่อมอยู่อย่างในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้เล่าให้ฟังว่าในสมัยปู่ย่าตายายก็ใช้กันมาตั้งนานแล้ว ใบอ่อนกินเป็นผัก เวลาไม่มีเรี่ยวมีแรงก็เอาใบกระท่อมที่พกอยู่มาเคี้ยวกิน นอกจากนั้นยังเลิกง่ายกว่าหมากพลู บุหรี่ เหล้า การแบ่งกระท่อมเป็นยาเสพติดประเภท 5 ไม่ได้แบ่งตามธรรมชาติของพืชชนิดนั้นๆ ทำให้การเข้าถึง หรือ การนำมาใช้ประโยชน์ค่อนข้างยาก จึงคิดว่าถึงเวลาที่ทุกฝ่ายควรนำกระท่อมมาใช้ประโยชน์ทางสมุนไพร-การแพทย์แผนไทย ในทางพื้นบ้านกระท่อม ใช้เป็นยาแก้ปวด บำรุงกำลัง ยาลดเบาหวาน ทำให้ง่วงก็ได้ ตื่นก็ได้ เรื่องยาบำรุงกำลังชายก็ได้ เป็นสิ่งที่มีอยู่เป็นวัฒนธรรม นอกจากนั้นยังมีข้อมูลเรื่องการลดเบาหวาน “มียาหลายอย่างที่เราต้
