พืชเศรษฐกิจชุมชน
เร่งผลักดัน กัญชา เป็นพืชเศรษฐกิจชุมชน โรงพยาบาลผลิต-แปรรูป ได้ถูกกฎหมาย เมื่อเร็วๆนี้ นพ.ภูวเดช สุระโคตร ผู้ช่วยปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังเป็นประธานในการประชุมวางเป้าหมายขับเคลื่อนกัญชาทางการแพทย์ลงพื้นที่ 13 เขตสุขภาพ โดยมีสถาบันกัญชาทางการแพทย์ เป็นเจ้าภาพในการประชุมร่วมกับผู้แทนจากเขตสุขภาพทั้ง 13 แห่งทั่วประเทศ สาระการประชุมที่สำคัญคือ การสร้างความเข้าใจของการขับเคลื่อนกัญชาในระดับนโยบาย และการเชื่อมต่อนโยบายลงสู่การปฏิบัติในพื้นที่อย่างไร้รอยต่อ ผลักดันให้กัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจของชุมชน ให้โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นหน่วยผลิตและแปรรูปยาตามกำหนดของกฎหมายในช่วง 5 ปีแรก และทำให้ผู้ป่วยเข้าถึงยากัญชาที่มีคุณภาพ นพ.ภูวเดช กล่าวภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมได้มีการรายงานถึงการพัฒนา ปัญหาและข้อจำกัดของแต่ละพื้นที่ หลายพื้นที่ทำงานได้ดีเกินความคาดหมาย ตั้งแต่ลงไปทำงานร่วมกับเกษตรกร คำนวณความต้องการทางการแพทย์ ส่งเสริมการปลูก ผลิตยาที่พื้นที่ต้องการใช้ และศึกษาวิจัยอย่างเป็นระบบ สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้สั่งใช้ แต่หลายพื้นที่ยังมีประเด็นเร่งด่วนที่ต้องทำงานรับใช้พี่น้องประชาช
“ตบชวา กันกระแทก” เมื่อวัชพืช กลับกลายเป็นพืชเศรษฐกิจชุมชน ตบชวา หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า “ผักตบ” เป็นพืชที่อยู่คู่กับชุมชนริมน้ำมาช้านาน เพราะการขยายพันธุ์ที่ง่ายดายและรวดเร็ว เพียงน้ำท่วมวังครั้งเดียวผักตบก็กลายเป็นปัญหาระดับชาติ ทั้งประชาชนริมคลองและภาครัฐเอง มีความพยายามอย่างเต็มที่ ที่จะกำจัดหรือแม้แต่ควบคุมจำนวนผักตบชวา เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้น้ำเน่าเสีย น้ำท่วม ส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้อยู่อาศัยริมคลอง แต่ก็ใช่ว่าจะไร้ประโยชน์เสียทีเดียว เพราะ “ตบชวา” มีคุณสมบัติที่น่าสนใจ จนสามารถนำมาสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้ชุมชนไม่น้อยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการนำมาทำกระเป๋า เฟอร์นิเจอร์ เครื่องจักสาน และอีกประโยชน์หนึ่งที่น่าจับตามองไม่น้อย นั่นก็คือ “ตบชวา กันกระแทก” นั่นคือการนำผักตบมาใช้แทนวัสดุุกันกระแทกอย่างพลาสติกหรือเม็ดโฟม เรียกได้ว่าพลิกโฉมจากผู้ร้ายมาเป็นอัศวินพิทักษ์สิ่งแวดล้อมกันเลยทีเดียว ด้วยความที่ตัวผักตบเอง มีโครงสร้างเป็นโคลสเซลล์เรียงต่อกันภายใน ลักษณะคล้ายฟองน้ำ เมื่อตากให้แห้ง จะฟู คงรูป และมีคุณสมบัติในการกันกระแทกได้ดี อีกทั้งยังย่อยสลายได้ใน 6 เดือน นั่นทำให้
