พืชเศรษฐกิจใหม่
เวทีนานาชาติขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพและ BCG Economy ชูไทยสู่ศูนย์กลาง “กัญชง–กัญชา–กระท่อม” แห่งเอเชีย สร้างมูลค่าเพิ่มจากนวัตกรรมและมาตรฐานสากล สมาคมการค้าอุตสาหกรรมกัญชงไทย (TIHTA) จับมือ บริษัท เอ็น.ซี.ซี. เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จำกัด (NEO) เตรียมจัดงาน Asia International Hemp Expo & Forum (AIHEF 2025) ระหว่างวันที่ 5–7 พฤศจิกายน 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายใต้แนวคิด “Making New Waves” งานนี้เป็นเวทีนานาชาติด้าน กัญชง–กัญชา–กระท่อม ครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ครอบคลุม Wellness, Building Materials และ Functional Food คาดดึงดูดผู้เข้าชมกว่า 10,000 คนจากทั่วโลก นายภูมิใจ ขำภโต นายกสมาคม TIHTA เผยว่า ไทยมีศักยภาพสูงในการพัฒนาอุตสาหกรรมพืชเศรษฐกิจสุขภาพและวัสดุทดแทน ภายใต้กรอบกฎหมายและมาตรฐานสากล เช่น Thai Herbal Pharmacopoeia, Premium Herbal Products และ GACP ปี 2567 ตลาดสมุนไพรไทยมีมูลค่า 44,800 ล้านบาท เติบโต 7% โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสมุนไพร มูลค่า 8,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 9% สะท้อนกระแสผู้บริโภคที่หันมาใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติมากขึ้น ขณะเดียวกัน ตลาดวัสด
ไทย ลีฟ ปั้น 3 โปรดักต์ เวชสำอาง อาหารเสริม เครื่องดื่ม พร้อมอิมพอร์ต พันธุ์กัญชงคุณภาพระดับโลก ปูพรมสู่พืชเศรษฐกิจใหม่ สู่ผู้นำ กัญชง ครบวงจรในเอเชีย บริษัท ไทย ลีฟ ไบโอเทคโนโลยี จำกัด ผู้นำธุรกิจด้านการผลิตและสกัดสาร CBD จากกัญชงรุ่นใหม่ของประเทศไทย โชว์เป้าหมายการยกระดับตลาดกัญชงอย่างครบวงจร โดยมีการวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ เพื่อพัฒนาสายพันธุ์และเมล็ดพันธุ์กัญชงให้มีความโดดเด่นทั้งด้วยความเหมาะสมกับสภาพอากาศในเมืองไทย การยกระดับให้เป็นสายพันธุ์ไทยที่เกษตรกรสามารถเข้าถึงได้ การสกัดที่ให้ค่าสาร CBD ที่สูงถึงร้อยละ 25-26 พร้อมเผยเตรียมผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ 3 กลุ่มแรกในปี 2023 ได้แก่ กลุ่มเครื่องดื่ม กลุ่มอาหารเสริม และกลุ่มเวชสำอาง รวมถึงการผลิตและจำหน่ายกลุ่มผลิตภัณฑ์ยา ซึ่งปัจจุบันมีสูตรยาที่มีกัญชงเป็นสารประกอบราว 40 ชนิด ทั้งนี้ ได้วางเป้าส่วนแบ่งทางการตลาดไว้ที่ร้อยละ 10 พร้อมขยายสู่ผู้นำของตลาดฟาร์มาซูติคอลที่มีกัญชงเป็นส่วนประกอบของเอเชียในอนาคต นายยิ่งยศ จารุบุษปายน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย ลีฟ ไบโอเทคโนโลยี จำกัด นักธุรกิจ รุ่นใหม่ผู้ดำเนินธุรกิจด้านการผ
วว. แนะปลูก พรหมทิส ไม้ลูกผสมพันธุ์ใหม่ดันเป็นพืชเศรษฐกิจ ยุคนิวนอร์มอล กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) แนะปลูก พรหมทิส ‘Phrom Tistr’ พรรณไม้ลูกผสมสายพันธุ์ใหม่ พร้อมดันเป็นพืชเศรษฐกิจยุคนิวนอร์มอล ด้วยจุดเด่นทางพฤกษศาสตร์ “ดอกสวย กลิ่นหอม สีสันโดดเด่น ออกดอกตลอดปี ทรงพุ่มเล็ก” เหมาะปลูกเลี้ยงเป็นไม้ดอกไม้ประดับกระถางสำหรับตกแต่ง สร้างอาชีพ สร้างรายได้ในครัวเรือนและเสริมสร้างสิ่งแวดล้อมให้สังคม ศ. (วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว. กล่าวว่า วว. โดย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ ประสบผลสำเร็จในการปรับปรุงและพัฒนาสายพันธุ์ “พรหมทิส : Phrom Tistr” หรือ พรหม วว. ๑๓ เป็นพรรณไม้ลูกผสมสายพันธุ์ใหม่ ในวงศ์กระดังงาสกุลมหาพรหม ซึ่งผ่านการรับรองการขึ้นทะเบียนพันธุ์จากกรมวิชาการเกษตรแล้ว มีเอกลักษณ์เฉพาะคือ ดอกสวย มีสีสันโดดเด่นกว่าลูกผสมชนิดอื่นๆ เกิดจากการผสมข้ามชนิดพันธุ์ในพืชสกุลมหาพรหม ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 และออกดอกครั้งแรกในปี พ.ศ. 2563 จากนั้นจึงทำการขยายพันธุ์โดยวิธีการต่อกิ่งลูกผสม ปั
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จังหวัดสงขลาได้ขยายผลการปลูกยอดกล้วยหอมทอง ตามโครงการปลูกกล้วยหอมทองปลอดสารพิษเพื่อการส่งออกของจังหวัดสงขลา โดยนำร่องที่ อ.ระโนด จ.สงขลา และขยายผลต่อยอดที่ ต.คลองกวาง ต.ท่าประดู่ อ.นาทวี จ.สงขลา กว่า 30 คน โดยรวมตัวกันจัดตั้งกลุ่มปลูกกล้วยหอมทองนาทวี อ.นาทวี จ.สงขลา ทั้งนี้มีการทำสัญญารองรับผลผลิตกับบริษัท แพน แปซิฟิค ฟู้ด คอร์ปอเรชั่น จำกัด ประเทศญี่ปุ่น ขณะนี้มีการขยายผลมาปลูกในพื้นที่เกือบ 100 ไร่ ใน อ.นาทวี ซึ่งถือเป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ของจังหวัดสงขลา และในพื้นที่ อ.นาทวี ด้วย นางปวีรัตน์ พรหมเลิศ เลขานุการกลุ่มปลูกกล้วยหอมทองนาทวี อ.นาทวี จ.สงขลา เปิดเผยว่า ตามที่จังหวัดสงขลาได้สนับสนุนและขยายผลต่อยอดการปลูกกล้วยหอมทองมายังพื้นที่ อ.นาทวี สร้างความสนใจแก่เกษตรกร โดยสมาชิกในกลุ่มได้โค่นสวนยางพาราบางส่วนเพื่อทดลองปลูกกล้วยหอมทอง ผสมผสานกับผักสวนครัว ซึ่งสามารถสร้างรายได้ระหว่างรอการเจริญเติบโตของกล้วยหอมทอง เช่น ปลูกพริก มะเขือ สับปะรด และตะไคร้ ระหว่างต้นกล้วย เพื่อเป็นการไล่แมลงที่จะมาชอนไชอีกด้วย สำหรับกล้วยหอมทอง มีทั้งแปลงที่เพิ่งปลูกได้ 1-2 เดือน 3-5 เดือน แล
