พ.ร.บ.ขายตรง
จากกรณีมีเพจนักฎหมายบางแห่งได้เขียนข้อกฎหมายให้ความรู้เกี่ยวกับการขายของบนเฟซบุ๊ก หรือโลกออนไลน์ ซึ่งระบุว่า “ขายข้าวสารผ่านเฟซบุ๊ก ระวังโดนจับนะ” เนื่องจาก พ.ร.บ.ขายตรงและการตลาดแบบตรง ซึ่งมีสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นผู้มีอำนาจดำเนินคดี การโพสต์ขายสินค้าออนไลน์นั้น ต้องยื่นเรื่องขอจดทะเบียนต่อ สคบ.ก่อน มิเช่นนั้นจะมีความผิดตามกฎหมาย ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรมและโฆษกกระทรวงยุติธรรม ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟชบุ๊ก ระบุถึง เกษตรกรสีข้าวและขายเองไม่ผิดพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ.2545 โดยมีข้อความระบุว่า เกษตรกรสีข้าวและขายเองไม่ผิดพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕ ตามเจตนารมณ์พระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕ เนื่องมาจากการทำตลาดขายตรงและตลาดแบบตรงในปัจจุบันได้มีการใช้วิธีการชักชวนและจัดให้ประชาชนทั่วไปเข้าร่วมเป็นเครือข่ายในธุรกิจดังกล่าว โดยตกลงจะให้ผลประโยชน์ตอบแทนจากการหาผู้เข้าร่วมเครือข่ายดังกล่าว ซึ่งคำนวณจากจำนวนผู้เข้าร่วมเครือข่ายที่เพิ่
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าที่ประชุมครม.เห็นชอบร่างพ.ร.บ.ขายตรง และตลาดแบบตรง หลังจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้ร่วมกันทบทวนร่างกฎหมายใหม่ ตามความเห็นของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือสนช. โดยปรับปรุงแนวทางการควบคุมธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรงให้รัดกุมมากขึ้น และให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ด้วยการกำหนดบทลงโทษสำหรับผู้ประกอบการให้รุนแรงขึ้น เพื่อป้องกันการเอาเปรียบผู้บริโภค พร้อมกับส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และโอทอป เข้ามาเป็นผู้ประกอบธุรกิจได้สะดวกขึ้น สำหรับสาระสำคัญของกฎหมายดังกล่าว กำหนดให้แยกคุณสมบัติของผู้ที่ยื่นคำขอจดทะเบียนการประกอบธุรกิจทั้ง 2 ประเภทออกจากกัน โดยธุรกิจขายตรง ซึ่งมีลักษณะที่ธุรกิจผ่านตัวแทนขาย อาจมีการชักชวนคนให้เข้าร่วมเป็นเครือข่ายโดยตกลงให้ผลประโยชน์ตอบแทนใน ลักษณะของแชร์ลูกโซ่ จึงต้องกำหนดคุณสมบัติผู้ที่เข้ามาจดทะเบียนอย่างเข้มงวด โดยต้องมีสถานะเป็นบริษัทมหาชนจำกัด และบริษัทจำกัด รวมทั้งยังเปิดทางให้ห้างหุ้นส่วนสามารถยื่นขอจดทะเบียนการประกอบธุรกิจขาย ตรงได้ แต่จำกัดเฉ
