ฟาร์มลุงเครา
คุณศศิธร จุ้ยนาม วัย 38 ปี เจ้าของฟาร์มลุงเครา เล่าในฟังว่า “รู้จักอาชีพ เกษตรกรรม มาตั้งแต่จำความได้ คลุกคลีกับสภาพแวดล้อมการทำเกษตรมาตลอด เนื่องจากครอบ ครัวยึดอาชีพเกษตรกรรม ทำเกษตรบนพื้นที่ 25 ไร่แบบผสมผสาน ผ่านการพัฒนาและปลูกพืชผล ทาง การเกษตรที่หลากหลาย เป็นการปลูกพืชหมุนเวียน และพืชกระแสที่สามารถปลูกเพื่อสร้างรายได้ เลี้ยงครอบครัวได้ จนกระทั่งปัจจุบันทำเกษตรไปสู่รูปแบบของฟาร์มธุรกิจ เปิดเป็นศูนย์เรียนรู้การ พัฒนาที่ดินตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ทำเกษตรแบบผสมผสาน ภายใต้แนวคิดที่เน้นทำให้ “ครบ วงจร” ซึ่งคือหัวใจหลักของฟาร์มลุงเครา และด้วยต้องการหาวิธีลดต้นทุนให้ต่ำลง จึงศึกษาหาข้อมูลต่างๆ มองเห็นในช่วง หลายปีมานี้ มีผู้สนใจหันมาเลี้ยงไส้เดือนจำนวนมาก เนื่องจากใช้เงินทุนเริ่มต้นไม่สูงนัก กระบวน การเลี้ยงไม่ยุ่งยาก และตลาดมีความต้องการสูง ทั้งสามารถช่วยลดต้นทุนให้ต่ำลงในเรื่องของการ บำรุงพืชผลได้” ฟาร์มลุงเคราจึงทดลองนำไส้เดือนมาเลี้ยง จนสามารถประสบผลสำเร็จ ซึ่งปัจจุบัน ฟาร์มลุงเคราได้กลายเป็นฟาร์มผักครบวงจร ทั้งถือเป็นต้นแบบและศูนย์เรียนรู้ในการเลี้ยงไส้เดือน ตั้งแต่การเลี้ยงขยายพันธุ์จน
กระแสคนรุ่นใหม่หันมาสนใจเกษตรกันเพิ่มมากขึ้น หลายคนหันกลับไปสานต่อพื้นที่ เกษตรของครอบครัว ต่อยอดให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น เกิดการทำเกษตรแบบผสมผสาน แปรรูปและหาวิธีที่ จะช่วยลดต้นทุนในการผลิต และเห็นความสำคัญในเรื่องของสุขภาพทั้งเกษตรกรผู้ทำเองและผู้บริโภคด้วย จะเห็นไอเดียการทำสวนผักกลางกรุง การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ สวนผักดาดฟ้า สวนผักบนคอนโดฯต่างๆ หรืออีกหลากหลายไอเดียของเกษตรกรรุ่นใหม่ ที่มีความต้องการใช้พื้นที่ที่มี อย่างสร้างสรรค์และคุ้มค่า รู้จักเกษตร ตั้งแต่จำความได้ ทำเกษตรอินทรีย์ หัวใจหลัก “ครบวงจร” คุณศศิธร จุ้ยนาม วัย 38 ปี เจ้าของฟาร์มลุงเครา รุ่นที่ 2 เล่าในฟังว่า “รู้จัก อาชีพเกษตรกรรม มาตั้งแต่จำความได้ คลุกคลีกับสภาพแวดล้อมการทำเกษตรมาตลอด เนื่องจาก ครอบครัวยึดอาชีพเกษตรกรรม เริ่มทำเกษตรกันตั้งแต่ประมาณปี 2520 ซึ่งตอนนั้นพื้นที่ตรงนี้ยังเป็น ป่าอยู่เลย บนพื้นที่ 25 ไร่ของฟาร์มลุงเครา ผ่านการพัฒนาและปลูกพืชผล ทางการเกษตรที่หลาก หลาย เป็นการปลูกพืชหมุนเวียน และพืชกระแสที่สามารถปลูกเพื่อสร้างรายได้ เลี้ยงครอบครัวได้ ตั้งแต่เด็กจำความได้ ช่วยพ่อแม่ทำการเกษตรมาตลอด จนตอนนี้เรียนจบปร
