ฟิลิปปินส์
เปิดที่มา “ปั๊กปั๊ก” ศัพท์ใหม่เทยไทย มาจากเมนูเศษอาหารของชนชั้นล่างในฟิลิปปินส์ ไปกันต่อ ศึกสุขุมวิท 11 ระหว่างพี่กะเทยไทยและพี่กะเทยฟิลิปปินส์ โดยช่วงหนึ่งได้มีการตะโกนใส่กะเทยฟิลิปปินส์ว่า “ปั๊กปั๊ก” ทำให้หลายคนสงสัยว่า ปั๊กปั๊กคืออะไร ปั๊กปั๊ก เป็นอาหารที่เก็บมาจากกองขยะจริงๆ ส่วนใหญ่จะเป็นเศษอาหารที่เหลือจากร้านอาหาร โดยอาหารเหล่านี้จะถูกทำความสะอาด นำมาผัด ทอด และปรุงรสใหม่อีกครั้งหนึ่งเพื่อให้มีรสชาติและเป็นอาหารจานใหม่ ปั๊กปั๊ก ส่วนใหญ่ทำมาจากเนื้อไก่มากกว่าเนื้อหมู เพราะเนื้อหมูมีไขมันเยอะและอาจติดโรคได้ง่าย เศษอาหารที่คัดแยกมานั้นก็ต้องคัดแยกเศษอาหารที่กินไม่ได้หรือเน่าเสียออกไป เหลือไว้เพียงกระดูกไก่ที่ติดเนื้อ ส่วนเศษผัก ข้าว เมื่อได้เศษกระดูกไก่ติดเนื้อตามที่ต้องการแล้ว จะนำมาแบ่งใส่ถุง ถุงละ 10 กิโลกรัม ราคาถุงละ 120 เปโซ หรือราวๆ 80 บาท และแบ่งใส่ถุงเล็กๆ เพื่อขายปลีกให้กับชาวบ้านที่ต้องการซื้อไปปรุงอาหารเองในราคาถุงละ 30-35 เปโซ หรือราวๆ 13-19 บาท ขั้นตอนของการปรุงเศษกระดูกไก่นั้น เริ่มจากการทำความสะอาดกระดูกไก่ที่ซื้อมา โดยล้างกระดูกไก่ด้วยน้ำเปล่า 4 รอบ จนน้ำล้างดูสะอ
กรุงศรี เดินหน้ารุกตลาดสินเชื่อรายย่อยฟิลิปปินส์ พร้อมหนุนทัพผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดอาเซียน ตอกย้ำการเป็น ‘ธนาคารแห่งภูมิภาค’ กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) เดินหน้ารุกตลาดสินเชื่อในประเทศฟิลิปปินส์ ผ่าน เอสบี ไฟแนนซ์ (SB Finance) ธุรกิจสินเชื่อเพื่อรายย่อย ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างกรุงศรี และซีเคียวริตี้ แบงก์ คอร์ปอเรชั่น (SBC) สถาบันการเงินชั้นนำในประเทศฟิลิปปินส์ พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการ ‘เดินหน้าสู่อาเซียนกับกรุงศรี’ (Go ASEAN with krungsri) ตอกย้ำจุดยืนในการเป็น “ธนาคารแห่งภูมิภาค” นายพงษ์อนันต์ ธณัติไตร ประธานกลุ่มธุรกิจลูกค้ารายย่อยและลูกค้าบุคคล ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “กรุงศรีเดินหน้าขยายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาคอาเซียนมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อวางรากฐานของการเป็นธนาคารแห่งภูมิภาคให้แข็งแกร่ง สำหรับฟิลิปปินส์ กรุงศรี และเอสบี ไฟแนนซ์ คอมปานี อิงค์ (SB Finance Company, Inc. หรือ SBF) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างกรุงศรี และซีเคียวริตี้ แบงก์ คอร์ปอเรชั่น (SBC) สถาบันการเงินชั้นนำในประเทศฟิลิปปินส์ ทำงานร่วมกันในการพัฒนาและส่งมอบผลิตภั
เปิด 5 ประเทศที่ต้องการแรงงานไทย เผยอาชีพสุดรุ่งตลาดต่างประเทศตามหา ชี้ภาษาเป็นสิ่งสำคัญ “จ๊อบไทย” เปิด 5 ประเทศต้องการแรงงานไทย เผยงานช่าง วิศวกรรม ไอที ยังรุ่ง รับตลาดแรงงานต่างประเทศ จ๊อบไทย (JobThai) ผู้ให้บริการหางาน สมัครงาน ออนไลน์ อันดับ 1 ของประเทศไทย เปิดเผยข้อมูลงานที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานต่างประเทศ จากฐานข้อมูลของจ๊อบไทยในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2562 พบว่ามีงานต่างประเทศจำนวนกว่า 1,194 อัตรา โดยมี 5 ประเทศที่มีความต้องการแรงงานไทยไปทำงานด้วยมากที่สุด คือ 1.สหรัฐอเมริกา จำนวน 626 อัตรา ตามมาด้วย 2.ญี่ปุ่น จำนวน 240 อัตรา 3.ฟิลิปปินส์ จำนวน 77 อัตรา 4.ไต้หวัน จำนวน 40 อัตรา และ 5.จีน จำนวน 20 อัตรา ซึ่งงานที่ต้องการแรงงานไทยมากที่สุด ได้แก่ งานช่าง วิศวกรรม และไอที ตามลำดับ นอกจากนี้ยังเผยให้เห็นว่าประเทศญี่ปุ่นมีความต้องการอาชีพที่น่าสนใจ คือ ผู้ดูแลผู้สูงอายุ เนื่องจากเป็นประเทศที่มีสังคมผู้สูงอายุอยู่จำนวนมาก นางสาวแสงเดือน ตั้งธรรมสถิตย์ ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าผู้บริหารด้านปฏิบัติการจ๊อบไทย (JobThai) กล่าวว่า จ๊อบไทย (JobThai) ผู้ให้บริการหางาน สมัครงาน ออนไลน์
สภาหอการค้าฯ สภาอุตสาหกรรมฯ และสถาบันอาหาร เผยข้อมูลภาพรวมอุตสาหกรรมอาหารของไทยปี 2561 และแนวโน้มปี 2562 มีตัวแทนหลักของทั้ง 3 องค์กร ประกอบด้วย นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และนายยงวุฒิ เสาวพฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมให้รายละเอียดสถานการณ์ที่เกิดขึ้น นายยงวุฒิ เสาวพฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร กล่าวว่า ในการประสานความร่วมมือของ 3 องค์กร ในส่วนของสถาบันอาหารจะทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องภายใต้การดำเนินงานของ ศูนย์อัจฉริยะเพื่ออุตสาหกรรมอาหาร หรือ Food Intelligence Center โดยมีสภาหอการค้าฯ และสภาอุตสาหกรรมฯ ร่วมบูรณาการข้อมูล พบว่า การส่งออกอาหารของไทยปี 2561 มีมูลค่า 1,031,956 ล้านบาท หรือมูลค่า 32,190 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.6 และร้อยละ 7.3 ในรูปเงินบาทและดอลล่าร์สหรัฐตามลำดับ ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 385,499 ล้านบาท หรือมูลค่า 11,937 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.2 และร้อยละ 6.2 ในรูปเงินบาทและดอลล่าร
จบลงแล้วสำหรับการประกวด มิสยูนิเวิร์ส 2018 ซึ่งในปี้นี้ ไทยได้เป็นเจ้าภาพในการจัดงาน โดยผลการประกวดมงลงที่ แคทรีโอนา เกรย์ อายุ 24 ปี เป็นลูกครึ่งฟิลิปปินส์-ออสเตรเลีย โดยเธอถือเป็นหนึ่งในตัวเต็ง ที่กูรูขาอ่อนฟันธงว่า เธอจะต้องเป็นหนึ่งในสาวงามที่อาจจะมงลง ซึ่งก็เป็นไปตามคาดหมาย โดยถือเป็นนางงามจากฟิลิปปินส์คนที่ 4 อ่าน สวยจริงๆ!! ฟิลิปปินส์เฮลั่น สาวงาม คว้ามงกุฎ Miss Universe 2018 ถือเป็นคนที่4 ประเทศ อ่าน โดนใจชาวเน็ต แห่แชร์ลีลาฟูลเทิร์น นางงามฟิลิปปินส์ บนเวทีประกวดมิสยูนิเวิร์ส โดยในรอบรอบคัดเลือก (Preliminary) ซึ่งเป็นรอบการเก็บคะแนนที่สาวงามผู้เข้าประกวดทั้ง 94 คน จะต้องขึ้นเวทีเพื่อแนะนำตัว และอวดสรีระในชุดว่ายน้ำและชุดราตรีต่อหน้าคณะกรรมการ เธอก็สร้างความฮือฮาด้วยลีลาฟลูเทิร์น ที่สาวๆ ค่อนประเทศแแอบไปหมุนตัวตามมาแล้ว โดยแคทรีโอนา เกรย์ อายุ 24 ปี เป็นลูกครึ่งฟิลิปปินส์-ออสเตรเลีย เกิดที่เมืองแคนส์ รัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 6 ม.ค.2537 จบการศึกษาสาขาทฤษฎีดนตรีจากวิทยาลัยดนตรีเบิร์กลี คอลเลจ ในเมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเซ็ตส์ สหรัฐอเมริกา นอกจากความสวย และทักษัทางด
ข่าวดีส่งท้ายปี ทั้งจีนและฟิลิปปินส์สั่งซื้อข้าวไทย รวม 324,000 ตัน “พาณิชย์” แจ้งข่าวดีส่งท้ายปี ประเทศผู้ซื้อข้าวรายใหญ่ทั้งจีนและฟิลิปปินส์สั่งซื้อข้าวไทย ปริมาณรวม 324,000 ตัน ช่วยให้มีคำสั่งซื้อมารองรับ ผลผลิตข้าวนาปีที่กำลังออกสู่ตลาดในช่วงปลายปี พร้อมดันยอดทะลุเป้าการส่งออกปี 2561 นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) เปิดเผยว่า เดือน พ.ย.นี้ ได้ตกลงขายข้าวให้ทั้งรัฐบาลจีน และฟิลิปปินส์ ปริมาณรวม 180,000 ตัน เมื่อ 22 พ.ย.ที่ผ่านมา แบ่งเป็นจีน 100,000 ตัน เป็นข้าวขาว 5% ส่งมอบปลาย พ.ย.-ธ.ค.นี้ และ 28 พ.ย. กรมชนะการประมูลนำเข้าข้าวขาว 25% ฤดูกาลผลิตใหม่ ของหน่วยงาน National Food Authority (NFA) รัฐบาลสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ปริมาณ 80,000 ตัน กำหนด ส่งมอบข้าวภายในเดือน ธ.ค.2561 รวมทั้งผู้ส่งออกข้าวไทย 2 ราย ชนะการประมูลด้วย 144,000 ตัน รวมทั้งหมด 324,000 ตัน ถือเป็นข่าวดี อย่างยิ่งส่งท้ายปีสำหรับชาวนาและตลาดข้าวไทย เนื่องจากมีคำสั่งซื้อจากต่างประเทศปริมาณมากมารองรับผลผลิตข้าวนาปีที่กำลังออกสู่ตลาดในช่วงสิ้นปีนี้ ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 20 พ.ย. ที่ผ่านมา NFA ได้เปิดประมูลน
ฉันรู้จักอาหารฟิลิปปินส์ครั้งแรกก็นานมากแล้ว เพราะเคยได้รับเชิญจากเพื่อนชาวฟิลิปิโนให้ไปร่วมงานคริสต์มาสที่บ้าน ชาวฟิลิปิโนนั้นครอบครัวอบอุ่นรักใคร่กันมาก อย่างหนึ่งก็คงเป็นเพราะศาสนาคริสต์ที่ส่วนใหญ่เป็นนิกายโรมันคาทอลิก ซึ่งคริสต์ศาสนานั้นเน้นสอนในเรื่องของความรัก เขารักกันและแสดงออกให้เห็นต่างกับชาวไทยที่รักกันอยู่ในใจไม่ยอมแสดงออกเพราะเคอะเขิน หรือกลัวเสียฟอร์มก็ไม่รู้ ก็เลยไม่รู้ว่ารัก (ฮิ้ว…) เมื่อมาได้ร่วมงานกับชาวฟิลิปิโนในภายหลังก็ยิ่งพบว่าพวกเขารักกันเหนียวแน่นมากๆ รักพวกพ้องเป็นที่สุด ก็คงเป็นเพราะพวกเขาส่วนใหญ่ทำงานอยู่นอกประเทศ ถ้าไม่รักและช่วยเหลือกันเองก็ไม่รู้จะให้ใครช่วย ไม่ได้เป็นพวกอินดี้ตัวใครตัวมันอย่างชาวไทยนี่ ฉะนั้นอย่าพยายามไปมีเรื่องกับเขาก็แล้วกัน เดี๋ยวจะหาว่าฉันไม่เตือน อาหารในปาร์ตี้คืนนั้นมีหลายอย่างแต่ฉันจำได้อยู่อย่างเดียวนั่น คือ เส้นหมี่ผัดหน้าตาธรรมดาๆ ที่สหายชาวปินอยเรียกแบบให้ฉันเข้าใจง่ายๆ ว่า “สปาเกตตีฟิลิปปินส์” เขาเชิญชวนให้ฉันตักไปกินและโฆษณาถึงความอร่อยของมัน สายตาฉันก็จับจ้องไปที่เส้นหมี่ผัดที่อยู่ในจานใบใหญ่ที่เขากำลังกล่าวถึงพลางคิดในใจว่
