ฟ้าหญิงจุฬาภรณ์
ฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ มีพระดำรัส เกี่ยวกับ พระสุขภาพ วันที่ 28 พ.ค. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จไปทรงเยี่ยมราษฎร และหน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) ซึ่งโปรดให้ไปออกหน่วยบริการตรวจรักษาราษฎรที่เจ็บป่วย ณ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 55 อำเภอเมือง จังหวัดตาก โอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี มีพระดำรัสเกี่ยวกับพระสุขภาพกับสมาชิก พอ.สว. ว่า “รักชาว พอ.สว. ทุกคน พูดแล้วก็น้ำตาจะไหล ที่ผ่านมา ตั้งแต่เดือนธันวาที่แล้ว ก็ป่วยกระเสาะกระแสะอย่างที่เคยเป็น คือโรคเอสแอลอี ต้องหามเข้าโรงพยาบาลโดยที่ไม่รู้สึกตัวเลย แล้วก็ใช้เวลาในโรงพยาบาลวิชัยยุทธนานพอสมควร แล้วพอออกมานึกว่าจะดีก็มาเจอ เร็วๆ นี้ ตื่นขึ้นมากลางดึก พบว่าตาข้างซ้ายมองไม่เห็นอะไรเลย ก็เลยไปหาหมอที่วิชัยยุทธ เขาบอกว่าเป็นต้อกระจก (Cataract) ต้องผ่าด่วน เพราะไม่งั้นจะเป็นต้อหิน (Glaucoma) ไม่เคยนึกว่า ขั้นตอนจะยุ่งวุ่นวาย คือเข้าไปแอดมิทที่โรงพยาบาลรามาอยู่ 2 อาทิตย์ โดยที่เขาสั
อบอุ่นหัวใจ นาที “พระราชินี” ทรงประคอง “ฟ้าหญิงจุฬาภรณ์” หลังเสร็จพระราชพิธี วันที่ 5 พ.ค. เวลา 09.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ จากพระที่นั่งจักรพรรดิพิมานไปยัง พระที่นั่งไพศาลทักษิณ เสด็จออกพระที่นั่งอัมรินทรวินิจฉัย ในพระราชพิธีเฉลิมพระปรมาภิไธย พระนามาภิไธย และสถาปนาพระฐานันดรศักดิ์พระบรมวงศ์ มีพระบรมวงศานุวงศ์เฝ้าฯ รับเสด็จ เมื่อเสร็จสิ้นพระราชพิธี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชปฏิสันถารด้วย สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี โดยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงกราบสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี และทรงช่วยประคองพระองค์ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี
แถลงการณ์ฯ ‘ฟ้าหญิงจุฬาภรณ์’ ฉบับที่ 4 พระอาการ หลังเข้ารับถวายการรักษา พระเนตร ณ โรงพยาบาลรามาธิบดี เมื่อวันที่ 15 เม.ย. สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 4 เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จไปรับการถวายการรักษาพระเนตร ณ โรงพยาบาลรามาธิบดี โดยมีใจความ ดังนี้ ตามที่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ได้เสด็จไปประทับ ณ โรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อทรงรับการรักษาพระอาการพระเนตรมัวทั้งสองข้าง ร่วมกับพระอาการปวดพระปฤษฎางค์ (หลัง) นั้น วันนี้ คณะแพทย์ได้รายงานว่า การอักเสบของพระปิฐิกัณฐกัฐิ (กระดูกสันหลัง) มีพระอาการดีขึ้นมาก คณะแพทย์จึงได้ขอพระราชทานพระอนุญาตเปลี่ยนพระโอสถปฏิชีวนะทางหลอดพระโลหิตเป็นพระโอสถเสวย จนครบกำหนดในวันที่ 30 เมษายน 2562 ส่วนพระอาการพระเนตรมัว คณะแพทย์ได้ถวายการผ่าตัดต้อกระจกพระเนตร เมื่อวันที่ 22 และ 29 มีนาคม 2562 ผลการผ่าตัดสำเร็จเรียบร้อยดี ทอดพระเนตรเห็นได้ชัดเจน ไม่มีภาวะแทรกซ้อน ทรงประกอบพระกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ ในระหว่างทรงพระประชวรได้มีพระบรมวงศานุวงศ์ คณะทูต ข้าราชการ และประชาชนทุกหมู่เหล่า แสดงค
แถลงการณ์ฯ ‘ฟ้าหญิงจุฬาภรณ์’ เสด็จไปรับการถวายการรักษาพระเนตรฯ ฉบับที่ 3 เมื่อวันที่ 22 ก.พ. สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จไปรับการถวายการรักษาพระเนตร ณ โรงพยาบาลรามาธิบดี ฉบับที่ 3ความว่า “ตามที่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ได้เสด็จไปประทับ ณ โรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อทรงรับการรักษาพระอาการพระเนตรมัวทั้งสองข้างร่วมกับพระอาการปวดพระปฤษฎางค์ (หลัง) นั้น วันนี้ คณะแพทย์ได้รายงานว่า การอักเสบของพระปิฐิกัณฐกัฐิ (กระดูกสันหลัง) มีพระอาการดีขึ้น ทรงประกอบพระกิจวัตรประจำวันได้ตามเดิม คณะแพทย์ได้ขอพระราชทานพระอนุญาตเลื่อนการผ่าตัดต้อกระจกพระเนตรไปดำเนินการหลังถวายพระโอสถปฏิชีวนะทางหลอดพระโลหิตครบ 6 สัปดาห์ จึงประกาศมาให้ทราบโดยทั่วกัน”
แถลงการณ์สำนักพระราชวัง เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จไปรับการถวายการรักษาพระเนตร ณ โรงพยาบาลรามาธิบดี ตามที่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงมีอาการพระเนตรมัวลงทั้งสองข้างร่วมกับพระอาการปวดพระปฤษฎางค์ (หลัง) คณะแพทย์ได้ถวายการตรวจเบื้องต้นแล้วมีความเห็นว่า ควรจะได้ถวายการตรวจพิเศษเพิ่มเติมโดยละเอียด เพื่อจะได้ถวายการรักษาที่เหมาะสมต่อไป จึงได้กราบทูลเชิญเสด็จไปประทับรักษาพระอาการประชวร ณ โรงพยาบาลรามาธิบดี ตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 และขอให้ทรงงดพระกรณียกิจระยะหนึ่ง จึงประกาศมาให้ทราบโดยทั่วกัน สำนักพระราชวัง 4 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2562
เมื่อเวลา 09.25 น. วันที่ 17 พ.ย. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จลง ณ ห้องประกอบอาหาร พระตำหนักทิพย์พิมาน ต.โป่งน้ำร้อน อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ทรงประกอบอาหารเมนูข้าวผัดสเปน วัตถุดิบประกอบด้วย ข้าวสวย, ไข่ไก่, กุ้งสด, หอยแมลงภู่, ปลาหมึก, หอยเชลล์, แครอทหั่นขนาดชิ้นขนาดลูกเต๋า, ถั่วลันเตา, เนยสด และเครื่องปรุงรส ทั้งนี้ ทรงประกอบอาหารเมนูข้าวผัดสเปนทั้งหมด 7 กระทะ เพื่อนำบรรจุใส่กล่อง จำนวน 500 กล่อง สำหรับพระราชทานให้ ท่านผู้หญิงอังกาบ บุณยัษฐิติ ผู้จัดการและผู้อำนวยการโรงเรียนจิตรลดา และอธิการบดีวิทยาลัยเทคโนโลยีจิตรลดา เชิญไปแจกประชาชนที่เดินทางมากราบถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง บริเวณเต็นท์ศิษย์เก่าโรงเรียนจิตรลดา ทางประตูเทวาภิรมย์ ด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงห่วงใยประชาชนที่เดินทางมากราบถวายบังคมพระบรมศพ ทั้งที่เดินทางมาจากกรุงเทพและต่างจังหวัด จะได้รับประทานอาหารพระราชทานที่ปรุงสุกใหม่ ถูกสุขอนามัย มีสารอาหารครบถ้วนตามหลักโภชนาการ ตามพร
ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ในฐานะองค์ประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ทรงเป็นต้นแบบสำคัญของผู้นำที่เข้มแข็งในการขับเคลื่อนงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมอย่างบูรณาการมาเป็นเวลาเกือบ 3 ทศวรรษ ด้วยพระปณิธานที่ทรงมุ่งหวังให้ประชาชนได้มีโอกาสในการดำรงชีวิตที่ดี รวมถึงมีสุขภาพอนามัยและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ด้วยพระวิสัยทัศน์และพระนโยบายการทรงงานที่ชัดเจน และโปรดมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนทรงมุ่งมั่นในงานวิจัย และพัฒนางานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม โดยทรงทุ่มเทพระสติปัญญาในงานวิจัยด้านต่างๆ อาทิ การวิจัยมลพิษสิ่งแวดล้อม กลไกการเกิดพิษของสารพิษต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์หากสัมผัสนานๆ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคมากมาย อาทิ โรคมะเร็ง เป็นต้น สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี จึงทรงกำหนดให้มีการประชุมวิทยาศาสตร์นานาชาติ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ขึ้นในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นอีกส่วนหนึ่งของการประสานความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ระหว่างประเทศไทยกับนานาประเทศ โดยเป็นการจัดประชุมวิชาการทางวิทยาศาสตร์สาขาต่างๆ เป็นประจำทุก 3
