ภาระหนี้
กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และภาคสถาบันการเงิน ได้ร่วมกันออกกลไกเฉพาะกิจเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ ภายใต้โครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ที่ได้เปิดตัวไปเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 เพื่อให้ลูกหนี้รายย่อยสามารถมาแก้ไขปัญหาหนี้เสียในการที่จะกลับมาเริ่มต้นทางการเงินใหม่ได้อีกครั้ง โดยลูกหนี้ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (1) เป็นลูกหนี้บุคคลธรรมดา และ (2) มีภาระหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Non-Performing Loans: NPLs) ทุกประเภทสินเชื่อกับผู้ให้บริการทางการเงินทุกแห่งรวมกันไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 โครงการดังกล่าว เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนได้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2569 เป็นต้นไป โดยลูกหนี้ที่มีภาระหนี้ตามเงื่อนไขข้างต้นสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ผ่าน (1) เว็บไซต์ของ ธปท. ( www.bot.or.th/cleardebt ) หรือ (2) ช่องทางของบริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (SAM) ( www.sam.or.th ) หรือ (3) ช่องทางของสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการ โดยในระยะแรก โครงการฯ จะครอบคลุมลูกหนี้ของธนาคารพาณิชย์และบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ก่อน ทั้งนี้ ในการดำเนินโ
คนไทยเป็นหนี้! ‘พนักงานรัฐ-เอกชน’ และ ‘เกษตรกร’ กลุ่มนี้แบกภาระหนี้สูงสุด ต้องผ่อนทั้งบ้าน ทั้งรถ แถมยังมีหนี้บัตรเครดิตสะสม ส่วนค่าครองชีพที่สูงขึ้นก็ทำให้ ‘วัยเกษียณ’ มีภาระหนี้มากขึ้นตามไปด้วย นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เดือนกุมภาพันธ์ 2568 จำนวน 6,291 ราย ซึ่งครอบคลุมประชาชนทั่วประเทศ เกี่ยวกับภาระหนี้สินของประชาชน ผลการสำรวจพบว่า สถานการณ์หนี้สินของประชาชนดีขึ้นเล็กน้อยจากผลสำรวจปี 2566 และมีการลดลงของภาระหนี้นอกระบบ อย่างไรก็ตาม จากผลการสำรวจพบว่า กลุ่มอาชีพพนักงานของรัฐ เกษตรกร และพนักงานเอกชน ยังเป็นกลุ่มอาชีพหลักที่มีสัดส่วนกลุ่มที่มีภาระหนี้มากที่สุด เช่นเดียวกับการสำรวจในรอบก่อนหน้า และผู้ตอบแบบสอบถามมีสัดส่วนความต้องการให้ภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือในการลดอัตราดอกเบี้ยมากที่สุด โดยมีรายละเอียดผลการสำรวจ ดังนี้ ภาพรวมภาระหนี้สินของประชาชน จากการสำรวจพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 50.99 มีภาระหนี้สินที่ต้องรับผิดชอบ ซึ่งลดลงจากผลสำรวจปี 2566 (ที่ร้อยละ 62.52) เมื่อพิจารณาจำแนกตามกลุ่
นางสาวสุทธาภา อมรวิวัฒน์ รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุด ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ(อีไอซี) ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยช่วงครึ่งปีหลัง 2559 คาดว่าจะขยายตัวได้ 2.6% มีปัจจัยหนุนจากการท่องเที่ยวที่ขยายตัวดีต่อเนื่อง และการเบิกจ่ายและโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในต่างจังหวัดของภาครัฐทีมีความชัดเจนมากขึ้น จะช่วยให้เอกชนมีความเชื่อมั่นและลงทุนธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องตามมา เช่น ภาคการก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์ ค้าปลีกและการท่องเที่ยว นางสาวสุทธาภา หนี้ครัวเรือนที่แม้จะเริ่มทรงตัวแต่ยังอยู่ในระดับสูงที่ 81.3% ของจีดีพี ทำให้ภาคการบริโภคยังฟื้นตัวไม่มากนัก และพบว่ารายได้ภาคครัวเรือนมีแนวโน้มลดลง สะท้อนจากชั่วโมงการทำงานล่วงเวลา(โอที) ณ สิ้นไตรมาส 2 ที่ติดลบทุกกลุ่ม ทั้งเกษตร อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยวและบริการ โดยติดลบ 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ทั้งนี้ อัตราค่าจ้างยังเพิ่มขึ้น 1.4% แต่เพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอลงเมื่อเทียบกับปี 2556-2558 ที่เพิ่มขึ้นกว่า 7.6% ในระยะต่อไปต้องติดตามว่ารายได้ที่ลดลงและค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นไม่มากนักจะมีผลกระทบต่อการชำระหนี้และจะทำให้เกิดหนี้ที่ไม่ก
