ภาษีธุรกิจออนไลน์
ร้านค้าออนไลน์ รู้ยัง! รายได้เท่าไหร่ถึงเสียภาษี ปัจจุบันคนไทยหันมาขายสินค้าออนไลน์กันรัวๆ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับ ภาษีธุรกิจออนไลน์ ที่พ่อค้า แม่ค้า ต้องรู้ จาก Plearn เพลิน by krungsri GURU รูปแบบการขายของออนไลน์มีด้วยกันหลักๆ 3 ประเภท 1. ขายให้กลุ่มลูกค้าใน Social Media การขายออนไลน์ให้กับลูกค้าใน Social Media คือ กลุ่มลูกค้าที่ใช้งาน Facebook, Instagram, Line เป็นต้น มักเป็นทางเลือกอันดับต้นๆ ของพ่อค้า/แม่ค้าออนไลน์มือใหม่ ที่ยังไม่มีความรู้เรื่องการขายของมาก่อน การขายให้กับลูกค้าในกลุ่ม Social Media คุณสามารถใช้ Account ส่วนตัวขายตรง หรือสร้าง Account เพื่อการค้าโดยเฉพาะเลยก็ได้ การขายของให้ลูกค้ากลุ่ม Social Media จะเข้าถึงผู้ใช้งานได้จริง มักเป็นสินค้าเฉพาะกลุ่ม ที่นิยมขาย มีตั้งแต่เสื้อผ้าวินเทจ เครื่องสำอาง ไปจนถึงของแบรนด์เนม กลุ่มนี้จะขายง่าย ทำราคาได้ในระดับหนึ่ง คู่แข่งจะไม่มากนัก เพราะส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าเฉพาะกลุ่ม ช่องทาง Social Media จึงเป็นช่องทางที่อยากแนะนำให้พ่อค้า/แม่ค้าออนไลน์มือใหม่ทั้งหลาย 2. ขายผ่านเว็บไซต์ที่เป็น Marketplace การนำสิ
คลังแห้ว ดันกฎหมายรีดภาษีธุรกิจออนไลน์ไม่ทัน ชวดรายได้ 4 หมื่นล้านบาทต่อปี โยนรัฐบาลใหม่ผลักดันต่อ นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร ที่กำหนดให้มีการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ประกอบการธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (e-Business) ในต่างประเทศ โดยกำหนดให้ผู้ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัลแพลตฟอร์มในต่างประเทศ เช่น เฟสบุ๊ค ยูทูป ที่มีรายได้จากการให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทยเกินกว่า 1.8 ล้านบาท/ปี ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือภาษีแวตกับกรมสรรพากร ซึ่งจะทำให้กรมสรรพากรเก็บภาษีได้เพิ่้มขึ้นปีละ 4 หมื่นล้านบาท คาดว่าไม่สามารถผลักดันเป็นกฎหมายใช้ได้ทันภายในรัฐบาลชุดนี้ สำหรับ พ.ร.บ. e-Business ได้ผ่านการเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา ไม่สามารถเสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้พิจารณาได้ทันก่อนมีการเลือกตั้งใหม่อย่างแน่นอน ซึ่งกระทรวงการคลังต้องรอให้รัฐบาลมาใหม่มาพิจารณากฎหมายนี้ใหม่ เพราะเป็นประโยชน์ต่อการเก็บรายได้และเศรษฐกิจของประเทศ “ที่ผ่านมากระทรวงการคลังได้หาร
จากร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่…) พ.ศ. ..เพื่อรองรับระบบภาษีและเอกสารธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงการ พื้นฐานระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National e-Payment Master Plan) ที่อยู่ระหว่างการจัดทำนั้น และคาดว่าจะประกาศใช้ในไม่ช้านี้ สาระสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ ที่เกี่ยวกับ พ่อค้า แม่ค้าออนไลน์ นั่นก็คือ กำหนดให้ธนาคาร จะต้องส่งข้อมูลให้กรมสรรพากร ในกรณีที่ – พบบุคคลที่มีบัญชี ที่มีรายการรับเงินเกิน 200 ครั้ง/ปี และมียอดรวมของ ธุรกรรมฝากหรือรับโอนรวมกันตั้งแต่ 2,000,000 บาท ขึ้นไป – ฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 3,000 ครั้ง โดยธนาคารจะต้องรายงาน กรมสรรพากร ภายในเดือนมีนาคม ของทุกปี เนืื่องจาก เข้าข่ายบัญชีของบุคคลที่มีธุรกรรมลักษณะพิเศษ (เพื่อการค้า) ถ้าธนาคารไม่ดำเนินการตามนี้ จะมีโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท และปรับอีกไม่เกินวันละ 10,000 บาทตลอดระยะเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่ หรือจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง กฎหมายฉบับนี้ ยังกำหนดอีกว่า ธนาคารจะต้องรายงานข้อมูลดังกล่าวนี้ ครั้งแรกภายใน 31 มีนาคม 2563 นั่นหมายความว่า
