ภาษีบุหรี่
คลังไฟเขียวกฎหมายเก็บเงินสมทบ ภาษีบุหรี่ เพิ่มซองละ 2 บาท หนุนกองทุนบัตรทองเพิ่ม 3,000 ล้านบาท ไม่รวมสินค้าบาป สุรา เบียร์ คาดเข้า ครม. เห็นชอบ 2 ต.ค.นี้ ด้าน การยาสูบฯ-ผู้ประกอบการอ่วมราคาใหม่ เมื่อวันที่ 1 ต.ค. รายงานข่าวกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จัดเก็บเงินสมทบเพื่อสนับสนุนการจัดบริการสาธารณสุขของหน่วยงานบริการภาครัฐในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยมีสาระสำคัญให้เก็บเงินจากบุหรี่อีกซองละ 2 บาท ให้กับกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งเป็นเงินปีละประมาณ 3,000 ล้านบาท เนื่องจากเงินที่ได้สนับสนุนจากงบประมาณปีละกว่า 1 แสนล้านบาท จึงต้องหาแหล่งเงินเพิ่มเติม กระทรวงการคลังและกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จึงยกร่าง พ.ร.บ. ขึ้น รายงานข่าวแจ้งต่อว่า ล่าสุดสำนักงานเลขาธิการรัฐมนตรี ได้ทำหนังสือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอความเห็นเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว และส่งความเห็นกลับมาภายในวันที่ 1 ต.ค.นี้ คาดว่าเพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในวันอังคารที่ 2 ต.ค.นี้ ทั้งนี้ ที่ผ่านมา สธ.ได้ทำประชาพิจารณ์ พ.ร.บ. ดังกล่าว ซึ่งมีคนไม่เห็นด้วยจำนวนมาก
นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงว่าด้วยกำหนดอัตราโครงสร้างภาษี 3 สินค้า คือ เหล้า ยาสูบ หรือ บุหรี่ และไพ่ ซึ่งออกตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต 2560 ฉบับใหม่ ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 16 ก.ย. 2560 คาดว่าจะประกาศลงราชกิจจานุเบกษาก่อนวันที่มีผลบังคับใช้ หรือในวันที่ 15 ก.ย. 2560 หลังจากนั้นกรมสรรพสามิตจะมีการแถลงรายละเอียดเกี่ยวกับอัตราภาษีและพระราชบัญญัติอีกครั้ง พล.ท. สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในที่ประชุม ครม.ได้มีมติปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิต เหล้า บุหรี่ และไพ่ แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ หวั่นทำให้มีการกักตุนสินค้า รอให้มีผลตามกฎหมายก่อน ซึ่งเบื้องต้น เหล้าจะปรับเพิ่มตามดีกรี หรือความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ ส่วนบุหรี่จะมีการจัดเก็บ อัตราภาษีต่อมวน และเก็บตามอัตราของราคาบุหรี่ และในเบื้องต้นที่กรมสรรพสามิตได้อธิบายต่อครม. ว่า กรณีของสุราไม่ได้จัดเก็บจากมูลค่าหรือราคาเท่านั้น แต่จะจัดเก็บจากดีกรีหรือความแรงของแอลกอฮอล์ สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่ต้องการดูแลสุขภาพของประชาชน และมีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมที่เก
