ภาษีออนไลน์
สรรพากร แจงเพิ่มแล้ว ยื่นภาษีออนไลน์ เจอชื่อ 2 บริษัท จ่ายเงินได้ โฆษกกรมสรรพากรชี้แจงเพิ่มเติมกรณียื่นภาษีออนไลน์แล้วมีช่องรายได้แปลกๆ ปรากฏชื่อ 2 บริษัท เป็นผู้จ่ายเงินได้ ชี้เกิดข้อผิดพลาดจากการปรับปรุงระบบ ยังไม่กระทบผู้เสียภาษีแน่นอน วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2567 นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ รองอธิบดีกรมสรรพากร ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร ชี้แจงเพิ่มเติมกรณีมีกระแสการยื่นภาษีทางออนไลน์ แล้วมีช่องแสดงรายได้แปลกๆ โผล่ขึ้นมา ซึ่งก่อนหน้านี้กรมชี้แจงว่า เกิดจากการปรับปรุงระบบนั้น โฆษกกรมสรรพากร กล่าวว่า กรณีที่มีการแสดงข้อมูลรายได้ไม่ถูกต้องในระบบการยื่นภาษีออนไลน์ของกรมสรรพากร โดยปรากฏชื่อ บริษัท อินโฟเฟด จำกัด และ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) เป็นผู้จ่ายเงินได้ เป็นความผิดพลาดของกรมสรรพากรในการปรับปรุงระบบ ไม่เกี่ยวข้องกับการจ่ายเงินได้ของทั้ง 2 บริษัทแต่อย่างใด ทั้งนี้ กรมสรรพากรได้ดำเนินการแก้ไขความผิดพลาดเรียบร้อยแล้ว และได้มีการประสานงานเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและขออภัยต่อผู้จ่ายเงินได้ทั้ง 2 รายแล้ว กรมสรรพากรขออภัยมาในความไม่สะด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่ได้มีการแชร์ข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ ว่าคนไทยขายของออนไลน์รัฐบาลนี้ออกกฎหมายขูดรีดภาษี แต่ยกเว้นภาษี 13 ปี ให้แจ็กหม่า มาลงทุนขายของออนไลน์ในไทย รายงานข่าวกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ผู้ประกอบธุรกิจขายสินค้าหรือให้บริการทางออนไลน์มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมายปัจจุบันอยู่แล้วเช่นเดียวกันกับผู้ประกอบธุรกิจขายสินค้าหรือให้บริการที่มีร้านค้า รัฐบาลไม่ได้ออกกฎหมายจัดเก็บภาษีเพิ่มเติมแต่อย่างใด นอกจากนี้ ปัจจุบัน กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจทางออนไลน์ซึ่งกระทรวงการคลัง โดยกรมสรรพากรอยู่ระหว่างเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) คือการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ประกอบการต่างประเทศที่ให้บริการลูกค้าในประเทศไทย ซึ่งเป็นกฎหมายที่มุ่งเน้นความเป็นธรรมในการจัดเก็บภาษีและการแข่งขัน อันเป็นประโยชน์ต่อการประกอบธุรกิจและเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ เนื่องจากที่ผ่านมาไม่ได้มีการนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มจากการให้บริการของผู้ประกอบธุรกิจในต่างประเทศอย่างครบถ้วน จึงทำให้ผู้ประกอบธุรกิจในประเทศไทยที่ต้องเรียกเก็บและนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มเสียเปร
จากร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่…) พ.ศ. ..เพื่อรองรับระบบภาษีและเอกสารธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงการ พื้นฐานระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National e-Payment Master Plan) ที่อยู่ระหว่างการจัดทำนั้น และคาดว่าจะประกาศใช้ในไม่ช้านี้ สาระสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ ที่เกี่ยวกับ พ่อค้า แม่ค้าออนไลน์ นั่นก็คือ กำหนดให้ธนาคาร จะต้องส่งข้อมูลให้กรมสรรพากร ในกรณีที่ – พบบุคคลที่มีบัญชี ที่มีรายการรับเงินเกิน 200 ครั้ง/ปี และมียอดรวมของ ธุรกรรมฝากหรือรับโอนรวมกันตั้งแต่ 2,000,000 บาท ขึ้นไป – ฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 3,000 ครั้ง โดยธนาคารจะต้องรายงาน กรมสรรพากร ภายในเดือนมีนาคม ของทุกปี เนืื่องจาก เข้าข่ายบัญชีของบุคคลที่มีธุรกรรมลักษณะพิเศษ (เพื่อการค้า) ถ้าธนาคารไม่ดำเนินการตามนี้ จะมีโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท และปรับอีกไม่เกินวันละ 10,000 บาทตลอดระยะเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่ หรือจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง กฎหมายฉบับนี้ ยังกำหนดอีกว่า ธนาคารจะต้องรายงานข้อมูลดังกล่าวนี้ ครั้งแรกภายใน 31 มีนาคม 2563 นั่นหมายความว่า
