ภูมิปัญญา
เมื่อเร็วๆ นี้ วิทยาลัยการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร จังหวัดปราจีนบุรี คณะสาธารณสุขศาสตร์และสหเวชศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก จัดกิจกรรม “Open House Open Heart เปิดบ้านเปิดใจ แพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร” เพื่อเชิญชวนนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 เข้าร่วมกิจกรรมแนะแนวและทดลองเรียนรู้วิถีแพทย์แผนไทยประยุกต์ ภายใต้แนวคิด “เรียนจริง–ทำจริง–ต่อยอดเป็นอาชีพ” โดยจัดกิจกรรมเพื่อเรียนรู้นำไปปฏิบัติจริง ประกอบด้วย 1. การตรวจวินิจฉัยร่างกายตามศาสตร์แพทย์แผนไทย 2. การเรียนรู้เส้นทางผู้ประกอบการด้านสุขภาพและสมุนไพร และ 3. การสกัดและพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพร เพื่อจัดทำ Portfolio โดยให้นักเรียนเตรียมสมัครเข้าศึกษาในหลักสูตร การแพทย์แผนไทยประยุกต์บัณฑิต (พท.ป.บ.) ดร.กริยาภา หลายรุ่งเรือง รองผู้อำนวยการกลุ่มวิชาการและประกันคุณภาพการศึกษา วิทยาลัยการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร กล่าวว่า วิทยาลัยการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร ก่อตั้งขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง สถาบันพระบรมราชชนก และ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ซึ่งเป็นผู้นำด้านสมุนไพรและการแพทย์แผนไทยของประเทศ โดยมีประสบการณ์การสอนกว่า 20 ปี ในการจัดการเรียนการสอนที่มีคุณภาพและรับรองโ
ครั้งแรกของโลก พบ “สมุนไพรไทย” แก้ปัญหา “ตะกรัน” ในระบบทำความเย็น ในยุคที่ สิ่งแวดล้อม เป็นประเด็นสำคัญระดับโลก การพัฒนานวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อธรรมชาติได้รับความสนใจอย่างมาก ล่าสุด เอ็มกรุ๊ปโฮลดิ้ง จับมือ วิสาหกิจชุมชนรำมะสัก เปิดตัว นวัตกรรมสมุนไพรไทยแก้ปัญหาตะกรันในระบบทำความเย็น นับเป็นการค้นพบครั้งแรกของประเทศไทย และอาจเป็นครั้งแรกของโลก คุณภิญญ์ชยุตม์ อัครกุลศานต์ ประธานเอ็มกรุ๊ปโฮลดิ้ง คือหนึ่งในนักธุรกิจที่สนใจทำธุรกิจที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม โดยเข้าไปสนับสนุนต่อยอดงานวิจัยเพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยการค้นพบครั้งนี้ เกิดขึ้นจากการศึกษาวิจัยของ บริษัท เฮิร์บ อินโนเทค จำกัด บริษัทในเครือเอ็มกรุ๊ปฯ ร่วมกับวิสาหกิจชุมชนรำมะสัก อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง ขณะนี้ส่งออกจำหน่ายในตลาดแถบเอเชีย และอยู่ระหว่างการจดสิทธิบัตรให้เป็นสมบัติของชาติไทย เพื่อยกระดับสมุนไพรไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยนวัตกรรมนี้สามารถ กำจัดและป้องกันการเกิดตะกรันในระบบ Evaporative Condenser และ Cooling Tower ซึ่งเป็นปัญหาหลักในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ด้วยสารสกัดจาก สมุนไพรไทยแท้ 100% เช่น น้ำด่
ผ้าซิ่นตีนจกดอยเต่า ภูมิปัญญาเคยเลือนหาย ปัจจุบัน ผลิตขายแทบไม่ทัน คุณแสงเดือน เปี้ยตั๋น แห่งศูนย์การเรียนรู้การทอผ้าจกบ้านชั่ง (แปลง 8) เล่าถึง โครงการพัฒนาทักษะการทอผ้าจกเพื่อสร้างอาชีพ ในเขตอำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อยกระดับการทอผ้าจกโบราณและออกแบบลวดลายผ้า ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าผ้าทอและสร้างรายได้ให้กับครอบครัวแบบยั่งยืน ว่า ช่วงปีแรก กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการฯ มีรายได้ดีพอสมควร ทั้งคนพิการ ผู้ป่วยเอดส์ ผู้สูงอายุที่ทำงานอื่นไม่ได้ก็มานั่งทอผ้ากัน แถมยังมีเวลาดูแลผู้สูงอายุในครอบครัวด้วย เช่น คุณพวงแก้ว ม่วงคำ อายุ 49 ปี อาชีพเกษตรกร ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าจะทำได้ เขาพยายามฝึกฝนจนทอเป็น และบอกว่าปีที่แล้วเขามีรายได้หลักจากการทอผ้าเลย ทำให้มีเงินส่งลูกเรียน ซึ่งเราก็ภูมิใจมาก เมื่อกลุ่มเป้าหมายทอผ้าพื้นได้เชี่ยวชาญ ก็เกิด ‘แรงบันดาลใจ’ อยากทอให้ผ้าจกลายโบราณที่มีอยู่เป็นร้อยลาย แต่การทำผ้าจกโบราณ เป็นผ้าที่จะต้องใช้ใจ และใช้เวลาเยอะ จึงเป็นที่มาของการต่อยอดโครงการฯ ปีที่ 2 เพราะคิดว่าถ้าเขาทำได้ จะทำให้เขามีความรู้ มีทักษะมากขึ้น ขายผ้าได้ราคาสูงขึ้น และสามารถใช้เป็นอาชีพที่
กัญชา กิน-ใช้อย่างไร ให้ได้ผลและปลอดภัย แม่หมอสมุนไพร เผยเคล็ดลับ เมื่อเร็วๆ นี้ ดร.ภญ.สุภาภรณ์ ปิติพร ผู้ได้รับขนานนามว่าเป็น แม่หมอสมุนไพรของเมืองไทย บรรยายหัวข้อ “กัญชาภูมิปัญญาไทย ใช้อย่างไรให้ได้ผลและปลอดภัย ในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 19 โดยระบุว่า กัญชา มีสารทางยาถึงกว่า 500 ชนิด คนไทย ใช้กัญชามาแต่โบราณอย่างเชี่ยวชาญ และปลอดภัย เป็นทั้งเครื่องนันทนาการ เป็นยาคน ยาสัตว์ เป็นอาหาร และเป็นเครื่องสำอาง ดร.ภญ.สุภาภรณ์ กล่าวว่า คนไทยใช้กัญชาเป็นอาหาร 3 ลักษณะ คือ 1. กินใบสดเป็นผัก มี THCA ซึ่งเป็นสารที่ไม่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ไม่ทำให้เมา 2. เด็ดยอดอ่อนใส่ผัดเผ็ด ผัดกะเพรา โดยใช้กัญชาร่วมกับใบกะเพรา 3. ใส่น้ำซุปแกงไก่ ก๋วยเตี๋ยว กินแต่น้ำ ไม่กินส่วนใบกัญชา หนึ่งหม้อควรใส่ 2-3 ใบ ซึ่งสาร THC ถึงแม้จะมีสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท แต่ละลายได้น้อยมากในน้ำ และละลายดีในน้ำมัน ทั้งนี้ คนโบราณไม่นิยมนำดอกมาทำเป็นอาหารเพราะกลิ่นแรง ดังนั้น เราจึงมีอาหารจากกัญชาโดยไม่พากันเมา มีแต่เสียงหัวเราะ ร่าเริง อารมณ์ดี ดร.ภญ.สุภาภรณ์ กล่าวว่า ในแผนไทยตำรับที่เข้ากัญชาในตำราต่างๆ ที่พบมี 21 กลุ่ม
