มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
มก. – ซีพีเอฟ ชู “ปลาหยก วากิวแห่งสายน้ำ” อุดมด้วยโอเมก้า 3 สัตว์น้ำเศรษฐกิจใหม่ของไทย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หรือ มก. ร่วมกับ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ หนุน “นวัตกรรมยกระดับการประมงและผลิตภัณฑ์ประมง” ชู “ปลาหยก วากิวแห่งสายน้ำ” โอเมก้า 3 สูง สัตว์น้ำเศรษฐกิจใหม่ของไทย ชวน ชม ช้อป ชิม ยกระดับอุตสาหกรรมสัตว์น้ำของไทยอย่างยั่งยืน ในงานเกษตรแฟร์ ปี 2566 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิคม แหลมสัก รองอธิการบดีฝ่ายนวัตกรรมและกิจการเพื่อสังคม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในฐานะประธานคณะทำงานนโยบายบูรณาการส่วนงานเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต มก. เป็นประธานแถลงข่าวการจัดกิจกรรม “นวัตกรรมยกระดับการประมงและผลิตภัณฑ์ประมง” พร้อมด้วยหน่วยงานภาคีเครือข่าย อาทิ กรมประมง ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และนวัตกรรมในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การแปรรูปผลิตภัณฑ์ รวมถึงมาตรฐานที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย เพื่อกระตุ้นให้ผู้ผลิตและผู้ประกอบการเกิดแนวคิดในการพัฒนาการเพาะเลี้ยงและการแปรรูปสัตว์น้ำ ตลอดจนถ่ายทอดประสบการณ์ความสำ
‘ม.เกษตรฯ’ เปิดหลักสูตร KU CARE ครั้งแรกของประเทศ อบรมผู้นำองค์กรรัฐ-เอกชน สู่ธุรกิจยั่งยืน ภายใต้แนวคิด BCG- SDGs เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2565 ที่ห้องประชุมชั้น 6 อาคาร 4 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผศ.ดร.กมลพรรณ แสงมหาชัย หัวหน้าศูนย์วิจัยเพื่อพัฒนาขีดความสามารถทางธุรกิจ ภาควิชาการจัดการเทคโนโลยีและการปฏิบัติการ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในฐานะผู้อำนวยการหลักสูตร ประกาศนียบัตรผู้นําระดับสูงด้านธุรกิจที่ยั่งยืน KU Change Agent Readiness Executive Program หรือ KU CARE ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รศ.ดร.ศศิวิมล มีอำพล คณบดีคณะบริหารธุรกิจ ดร.วิฑูรย์ สิมะโชคดี อดีตปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมและประธานที่ปรึกษาหลักสูตรฯ และผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมสีเขียวของกระทรวงอุตสาหกรรม และ คุณชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ นายกสมาคมศิษย์เก่าคณะบริหารธุรกิจ ในฐานะผู้ร่วมจัดหลักสูตรฯ ร่วมกันแถลงเปิดตัวโครงการหลักสูตรประกาศนียบัตรผู้นําระดับสูงด้านธุรกิจที่ยั่งยืน KU Change Agent Readiness Executive Program หรือ KU CARE โดยโครงการหลักสูตร KU CARE เปิดให้ผู้นำ
เคยกินกันไหม “ข้าวต้มมัดญวน” สูตรโบราณหลายไส้ ขายออนไลน์ หมดทุกรอบ ชาวบ้านจาก 8 หมู่บ้าน ในตำบลเชียงเครือ อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร หารายได้ผ่านการแปรรูปอาหารและทำตลาดออนไลน์ ภายใต้โครงการพัฒนาทักษะแรงงานสู่การเป็นผู้ประกอบการเกษตรข้าวรุ่นใหม่ในยุคดิจิตอล สนับสนุนโดยทุนพัฒนาอาชีพที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) “เพ็ญธิยา เดชภูมี” หนึ่งในผู้เข้าอบรมจากโครงการพัฒนาทักษะแรงงานฯ เล่าว่า ก่อนหน้านี้ช่วยสามีทำธุรกิจขายสินค้าให้กับโรงงานอุตสาหกรรม และแบ่งเวลามาทำเกษตร โดยปลูกในรูปแบบอินทรีย์ทั้ง ผักสลัด ใบแมงลัก โหระพา ต้นหอม รวมทั้งทำปศุสัตว์ ที่เน้นบริโภคในครัวเรือนก่อนนำไปขาย แต่ระยะหลังสภาพอากาศร้อนจัด เกิดความแห้งแล้ง พืชที่ปลูกแทบไม่พอบริโภค เมื่อเห็นว่ามีโครงการพัฒนาทักษะแรงงานนี้เข้ามา ซึ่งอบรมโดยกลุ่มคณาจารย์ที่คุ้นเคย จึงขอเข้าอบรมอย่างไม่ลังเล เริ่มจากการเรียนทำน้ำหมักชีวภาพ วิธีทำเชื้อไตรโคเดอร์มา จนถึงการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากข้าวในรูปแบบของ ข้าวต้มญวน ข้าวพอง และ ข้าวโป่ง “เพ็ญธิยา” เล่าว่า ข้าวต้มญวน เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำง่ายสุด วิธีการทำไม่ยาก ส่
“วิกฤตนี้เงินหายากมาก” เจ้าของคาเฟ่ เผย 3 สิ่งที่ได้เรียนรู้จากโควิด-19 เมื่อปลายปีที่แล้ว “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” เคยนำเสนอเรื่องราวของ คุณเอ้-ปิยนุช บุญโปร่ง วัย 49 ปี ถึงการเปิดคาเฟ่สไตล์ลอฟต์วินเทจ “KA-FA-NA HOUSE” (คาฟาน่า เฮ้าส์) ควบคู่ไปกับการทำหอพักย่านมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ธุรกิจดำเนินไปด้วยความราบรื่น ยอดขายโตขึ้นตามลำดับ และมีลูกค้าประจำเพิ่มขึ้น อ่านเพิ่มเติม เปลี่ยนลานจอดรถเก่า เป็นคาเฟ่สไตล์วินเทจ เสิร์ฟน้ำ-อาหารไทยฟิวชั่น ราคานักศึกษา มาวันนี้ที่สถานการณ์โควิด-19 แพร่ระบาด ซึ่งตอนนี้เริ่มคลี่คลายลงแล้ว แต่ธุรกิจของคุณเอ้ยังคงได้รับผลกระทบเฉกเช่นผู้ประกอบการรายอื่น เธอบอกว่า คาฟาน่า เฮ้าส์ เปิดให้บริการมาตั้งแต่เดือน มิ.ย. ปี 2562 ตั้งแต่ให้สัมภาษณ์กับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ยอดขายดีขึ้นเรื่อยๆ ร้านเป็นที่รู้จักในหมู่นักศึกษา น้องๆ หลายคนบอกต่อกันจนมีลูกค้าประจำเพิ่มขึ้น “ก่อนหน้านี้ เรามีรายได้จากค่าหอ ค่าทำร้านอาหารคาเฟ่ แต่ถึงเดือน มี.ค. โควิด-19 เข้ามา ยอดขายเริ่มตก แต่ร้านยังคงเปิดอยู่ เข้าปลายเดือน มี.ค. รัฐบาลมีนโยบายปิดสถา
นักวิจัย แจงข่าวปลอมเกลื่อน เกี่ยวกับพาราควอต ปัญหาใหญ่บนโลกออนไลน์ เต็มไปด้วย Fake News เตือนผู้บริโภคเสพสื่ออย่างมีสติ รู้เท่าทัน โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับสารเคมีกำจัดวัชพืช พาราควอต สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดย ศาสตราจารย์ รังสิต สุวรรณมรรคา ตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูล พาราควอต พร้อมเผยข้อเท็จจริงประเด็น สารทดแทนพาราควอตนั้น มีหรือไม่ ศาสตราจารย์ รังสิต สุวรรณมรรคา ผู้เชี่ยวชาญด้านวัชพืช และวิทยาศาสตร์เกษตร ที่ปรึกษาสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า กรณีที่มีข้อมูลว่ามีสารทดแทนพาราควอตได้ โดยเฉพาะผู้ให้ข้อมูลคือผู้ผลิต ผู้ขาย ที่เชื่อตามผู้ไม่มีความรู้ด้านเกษตร โดยประสบการณ์แล้ว หากมีสารที่สามารถทดแทนพาราควอตได้ทุกมิติ เกษตรกรคงเลิกใช้สารพาราควอตไปนานแล้ว จึงอยากให้มีการเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้อง ไม่เช่นนั้นหากมีการแนะนำให้ใช้สารอื่น หรือวิธีอื่น แล้วส่งผลเสียหายต่อผลผลิต จะเป็นการซ้ำเติมเกษตรกรในยุคที่ราคาผลผลิตตกต่ำ พืชผลเสียหายจากภัยแล้ง และน้ำท่วม ตนยังย้ำว่าปัจจุบัน ยังไม่มีสารชนิดใดที่มีคุณสมบัติทดแทนพาราควอตได้ นักวิทยาศาสตร์ด้านเกษตรทั่วโลกทรา
เกษตรกรหนุ่มมาดเข้มวัย 31 ปี อยู่ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี อดีตเคยเป็นพนักงานเช็กสต๊อกคลังสินค้า บริษัทเอกชน ผันตัวเป็นเกษตรกรปลูกมะเขือเทศเชอร์รี่ พืชเมืองหนาว จุดเด่น ผลเล็ก เนื้อแน่น รสชาติหวานกรอบ เม็ดน้อย ทานแล้วผิวดี วิตามินซีสูง คนรุ่นใหม่นิยมทานผลสด ปลูกบนพื้นที่ 600 ตารางเมตร ขายไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง รายได้ปีละ 360,000 บาท คุณปิยะ กิจประสงค์ เกษตรกรหนุ่ม เล่าว่า หลังจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน ภาควิชากีฏวิทยา ทำงานประจำอยู่คลังสินค้า บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งราว 6 ปี กระทั่งเริ่มรู้สึกอยากทำกิจการส่วนตัว จึงลาออกพร้อมกับนำเงินเก็บสะสมมาสร้างโรงเรือนกางมุ้งปลูกมะเขือเทศเชอร์รี่ หรือ มะเชือเทศราชินี 3 โรงเรือน พื้นที่ทั้งสิ้นราว 600 ตารางเมตร ผสมปุ๋ยสูตรตัวเอง เก็บมะเขือเทศเชอร์รี่ผลสดขายสัปดาห์ละ 100 กิโลกรัม ราคากิโลกรัมละ 100-150 บาท สำหรับมะเขือเทศเชอร์รี่ เป็นไม้เมืองหนาว มีหลายสายพันธุ์ แยกตามลักษณะของผลและสี เช่น สีเหลือง แดง ชมพู ม่วง น้ำตาล คนทั่วไปนิยมทานผลสด ซึ่งการปลูกมะเขือเทศเชอร์รี่ของไทย เริ่มจากภาคเหนือ เพราะมีอากาศเย็น ส่วนภาคกลางที่พบขณะนี้ มีที่
