มหาสารคาม
นางสาวทัศนีย์ เมืองแก้ว รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ เปิดเผยถึงแนวทางบริหารจัดการพื้นที่ตามแผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก ใน พื้นที่จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 4 (สศท.4) จังหวัดขอนแก่น ได้ทำ การศึกษาสินค้าเกษตรที่สำคัญ 4 ชนิด ของจังหวัด พบว่า ข้าวเหนียวนาปี, อ้อยโรงงาน, โคเนื้อ และกระบือ เป็น 4 สินค้าสำคัญที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงสุดของจังหวัด โดยทำการศึกษาเปรียบ เทียบระหว่างพื้นที่เหมาะสม (เอส1,เอส2) กับพื้นที่ไม่เหมาะสม (เอส3,เอ็น) เพื่อนำมา วิเคราะห์แนวทางการบริหารจัดการพื้นที่ และนำเสนอสินค้าเกษตรทางเลือกที่ให้ผลตอบแทนสูงให้แก่ เกษตรกร สำหรับใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการปรับเปลี่ยนการผลิตในพื้นที่ไม่เหมาะสม ของนาข้าวตามแผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก นางสาวทัศนีย์ กล่าวว่า จากการศึกษา พบว่า ปัจจุบัน จังหวัดมหาสารคาม มีพื้นที่เหมาะสม สำหรับ การปลูกข้าว จำนวน 1,380,100 ไร่ และพื้นที่ไม่เหมาะสม จำนวน 789,800 ไร่ ในขณะที่อ้อย โรงงาน มีพื้นที่เหมาะสม สำหรับการปลูกจำนวน 90,956 ไร่ และพื้นที่ไม่เหมาะสม จำนวน 8
ไอเดียเจ๋ง! หนุ่มสารคาม ผลิตรถกระป๋อง จากถังน้ำมันเก่า ขับได้จริง-จดสิทธิบัตรแล้ว นายวัชรพงษ์ พาพาน อายุ 30 ปี ชาวบ้านหนองจิก ต.พระธาตุ อ.นาดูน จ.มหาสารคาม เจ้าของไอเดียรถกระป๋องมินิคาร์รูปทรงคลาสสิก ได้ตัดต่อเศษเหล็กกับถังน้ำมัน เพื่อประดิษฐ์รถมินิคาร์ที่ลูกค้าสั่งทำ หลังจากประดิษฐ์คันแรกเพื่อมอบเป็นของขวัญวันเกิดให้แก่ลูกชาย ต่อมาได้โพสต์ภาพลงในโลกโซเชียล แล้วมีคนสนใจกดไลก์กดแชร์ กระทั่งมีผู้สนใจอยากซื้อให้ลูกหลาน และนำไปตกแต่งตามสถานที่ต่างๆ จนปัจจุบันมีออร์เดอร์ทั่วประเทศ นายวัชรพงษ์ เปิดเผยว่า ตนเป็นคนสู้ชีวิต เรียนจบมัธยมศึกษาปีที่ 3 และไปเรียนต่อจนจบมัธยมปลายจากการศึกษานอกโรงเรียนตอนที่เป็นทหารเกณฑ์ ก่อนไปทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ พอใกล้จะถึงวันเกิดลูกชาย จึงคิดอยากมีรถให้ลูกขับขี่เล่นสักคัน เพื่อเป็นของขวัญวันเกิด ตนทำงานรับจ้างเป็นช่างเชื่อมตั้งแต่อายุ 15 ปี ส่วนตัวชอบประกอบ ประดิษฐ์ของเล็กๆ น้อยๆ เป็นชีวิตจิตใจอยู่แล้ว และทำงานช่อมรถและต่อรถด้วย นายวัชรพงษ์ กล่าวต่อว่า ตนได้ไปเดินดูของที่ตลาดนัดคลองถม ไปเจอพวงมาลัยมือสอง ราคา 80 บาท และหาซื้อเศษเหล็กกับถังน้ำมันเก่า 200 ลิตร มาทดล
ชาวบ้านและนักเรียนในตำบลโนนแดง อ.บรบือ จ.มหาสารคาม ร่วมกันนำต้นกล้วยมาปลูกบนถนนเพื่อประชดหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังจากที่ถนนในหมู่บ้านมีสภาพเป็นหลุมเป็นบ่อขนาดใหญ่ อีกทั้งมีฝนตกลงมาทำให้มีน้ำขัง นักเรียนและชาวบ้านที่ใช้เส้นทางสัญจรเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งสาเหตุเกิดจากรถบรรทุกหนักขนสินค้าการเกษตรเข้ามาวิ่งในหมู่บ้านจนถนนพัง แต่เมื่อชาวบ้านไปร้องขอให้หน่วยงานในท้องที่เข้ามาแก้ไขก็ได้รับคำตอบว่าไม่ใช่ถนนในความรับผิดชอบ ให้ไปแจ้งกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่แท้จริง จนชาวบ้านท้อใจ วอนให้สื่อมวลชนสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้น นางวัชนี อินเอี่ยม ชาวบ้านหัวหนอง หมู่ 2 ต.โนนแดง อ.บรบือ จ.มหาสารคาม เปิดเผยว่า ถนนเส้นนี้เป็นถนนลูกรัง สร้างมานานกว่า 40 ปีแล้ว มีประชาชน 9 หมู่บ้านใช้ถนนสัญจรไปมาทั้งจากหมู่บ้านไปโรงพยาบาลและเข้าตัวอำเภอบรบือ รวมถึงชาวบ้านใช้เส้นทางบรรทุกผลผลิตทางการเกษตรของเกษตรกรไปจำหน่ายต่างอำเภอ และที่สำคัญคือ เป็นเส้นทางที่รถโดยสารต้องขับพานักเรียนหลายร้อยคนไปส่งยังโรงเรียนต่าง ๆ เช่น โรงเรียนบ้านโคกกุง โรงเรียนบ้านหนองทุ่ม และโรงเรียนบ้านป่ากุง ที่ผ่านมามีนายทุนใช้รถบรรทุกขนาดใหญ่เข้าม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณหนองแกดำ อ.แกดำ จ.มหาสารคาม นายสุชาติ สินรัตน์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน พร้อมด้วยนายโชคชัย เดชอมรธัญ ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม และหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น/ชุมชน ประชาชน และนักท่องเที่ยว ร่วมกิจกรรม เปิด “ตลาดต้องชม” แห่งแรกของจังหวัดมหาสารคาม ตามนโยบายรัฐบาล เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจท้องถิ่น ภายใต้โครงการตลาดชุมชนเพื่อธุรกิจท้องถิ่น ในชื่อ “ตลาดต้องชม” โดยปรับภูมิทัศน์บริเวณหนองแกดำ ที่มีสะพานไม้เก่าแก่เป็นเสน่ห์และแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง ให้เป็นสถานที่จำหน่ายสินค้าของเกษตรกรผู้ผลิตสินค้าเกษตร กลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่ผลิตสินค้า OTOP ตลอดจนประชาชนในชุมชนและพื้นที่ใกล้เคียง มีสถานที่จำหน่ายสินค้าโดยตรงแก่ผู้บริโภค และเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการสร้างรายได้เสริม สำหรับ “ตลาดต้องชม สะพานไม้แกดำ” ซึ่งใช้พื้นที่รอบหนองแกดำ ก็คลาคล่ำไปด้วยพ่อค้า แม่ค้า ประชาชนรวมถึงนักท่องเที่ยว ที่มาเดินชมพร้อมหาซื้อสินค้าพื้นบ้าน ผลผลิตจากเกษตรกร สินค้าชุมชน สินค้า OTOP ขายในราคาถูกกว่าตามตลาดทั่วไป รวมถึงของดี จ.มหาสารคาม เช่น ไก่งวง ข้าวหอมมะลิอันดับ 1 ผ้าไหม
