มะม่วงหิมพานต์
เปิด 3 หลักสูตร อัปเกรดเกษตรกร สร้างห่วงโซ่คุณค่าใหม่ ให้ธุรกิจมะม่วงหิมพานต์ “มะม่วงหิมพานต์” เป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์ให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการ เป็นพืชที่ทนแล้ง ปลูกง่ายในสภาพอากาศชื้นและอบอุ่น น้ำไม่ท่วมขัง โดยจะให้ผลผลิตเพียงปีละครั้งในช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม ในส่วนของเมล็ดจำหน่ายได้ทั้งเมล็ดดิบทั้งเปลือกหรือผ่านกระบวนการผลิต และแปรรูปทั้งกะเทาะเปลือกหรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์แล้ว โดยสามารถจำหน่ายได้ตั้งแต่ราคา 20-50 บาทต่อกิโลกรัม ทั้งนี้ ขึ้นกับคุณภาพผลผลิตและราคาตลาด ในขั้นตอนของการผลิตเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ดิบ เพื่อให้ได้ผลผลิตและคุณภาพนั้น หากเกษตรกรดูแลและจัดการในแปลงปลูกดี ด้วยการใส่ปุ๋ย รดน้ำ ทำการตัดแต่งกิ่งตามระยะเวลาที่กำหนด ควบคู่ไปกับการจัดการในช่วงการเก็บเกี่ยว โดยการคัดแยกคุณภาพ หรือคัดขนาดเป็นเกรดตามที่ผู้รับซื้อกำหนด จะช่วยให้จำหน่ายผลผลิตได้ราคาเพิ่มขึ้น โดยทั่วไปผู้รับซื้อเมล็ดดิบจะรับซื้อผลผลิตโดยพิจารณาจากคุณภาพของเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ทั้งเปลือก (เมล็ดดิบ) ได้แก่ 1) เมล็ดที่ตากแล้วและได้ความชื้นตามที่กำหนด 2) จำนวนเมล็ด เมล็ดทั้งเปลือกต่อน้ำหนั
