มัลเบอร์รี่
ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ (berry) เป็นผลไม้ลูกเล็กๆ สีสันสดใส มีรสเปรี้ยวหรือหวาน เช่น สตรอว์เบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ ราสป์เบอร์รี่ ฯลฯ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ มีคุณค่ามากมาย ยังอุดมไปด้วยวิตามิน และสารต้านอนุมูลอิสระที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย จนหลายคนเชื่อว่า “ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่” เป็นยาอายุวัฒนะจากธรรมชาติกันเลยทีเดียว เมืองไทยก็มีผลไม้ตระกูลเบอร์รี่เช่นกัน โดยเบอร์รี่สายพันธุ์ไทยที่รู้จักกันดี ได้แก่ ลูกหว้า มะเกี๋ยง มะเม่า มะขามป้อม ลูกหม่อน มะยม เชอร์รี่ไทย โทงเทงฝรั่ง ตะขบ เป็นต้น ซึ่งแต่ละชนิดสามารถพบได้ในแต่ละภาคของประเทศ “ลูกหม่อน” หรือที่หลายคนรู้จักกันดีในชื่อ “มัลเบอร์รี่” เป็นหนึ่งในไม้ผลทางเลือกสำหรับผู้รักสุขภาพ เพราะ มัลเบอร์รี่ มีสารพฤกษเคมี ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ คุณจิรารัตน์ จัยวัฒน์ หรือ “คุณรัตน์” พนักงานการเกษตรชำนาญงาน โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาห้วยโมง จังหวัดหนองคาย เป็นหนึ่งในกลุ่มเกษตรกรที่เล็งเห็นคุณค่าและคุณประโยชน์ของไม้ผลชนิดนี้จากประสบการณ์ตรงของตัวเธอเอง ที่บริโภคมัลเบอร์รี่เป็นประจำ สามารถบำบัดอาการโรควัย
“หม่อน หรือ มัลเบอร์รี่เมืองไทย” สวนผลไม้ทำรายได้ดีที่แพร่ ผลหม่อน นอกจากกินสดแล้ว ยังนำไปแปรรูปได้อีก สวนหม่อนที่ผมจะนำมาเสนอท่านผู้อ่าน นอกจากผลิตหม่อนขายผลสดแล้ว ยังนำมาแปรรูปเป็นน้ำหม่อนพร้อมดื่ม แยมผลหม่อน โยเกิร์ต เยลลี่ เค้ก ใช้น้ำหม่อนเป็นส่วนผสมของขนมปังโฮลวีต ของใช้ในชีวิตประจำวัน ทั้งน้ำยาล้างจานจากหม่อน แชมพูสระผมจากหม่อน สบู่จากหม่อน ทั้งชนิดก้อนและเหลว เกษตรกรท่านนี้เป็นเกษตรกรผู้ประกอบกิจการผลิตผลสด แปรรูปเอง ทำการตลาดเพื่อขายเอง ต่อมาก็เปิดสวนหม่อนเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงการเกษตร (Mulberry farm) และให้บริการเป็นที่พักแบบฟาร์มสเตย์ (Farm stay) สำหรับนักท่องเที่ยวจากประเทศต่างๆ เจ้าของสวนหม่อนที่จะกล่าวในรายละเอียดต่อไปนี้คือ คุณจารุวรรณ เอกบัว ชื่อเล่นว่า คุณเล็ก อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 155 หมู่ที่ 6 ตำบลไทรย้อย อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ โทรศัพท์ (098) 446-6932 คุณเล็ก บอกเล่าถึงชีวิตก่อนหักเหมาเป็นเกษตรกรว่า เป็นคนจังหวัดขอนแก่น พ่อแม่มีอาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหม แต่ตนเองหันมาประกอบอาชีพรับจ้างเป็นมนุษย์เงินเดือน ทำงานกับห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ และได้ย้ายมาปฏิบัติหน้าที่ที่
สงขลาหนุนปลูก “มัลเบอร์รี่” พืชทางเลือกใหม่ มีตลาดรองรับสร้างรายได้งาม 4 หมื่นบาทต่อเดือน วันที่ 1 ก.ย. นายเสกสรร ชูเขียว ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปมัลเบอร์รี่ บ้านป่างาม ต.ตลิ่งชัน อ.จะนะ จ.สงขลาเปิดเผยว่าหลังจากยางราคา 3 กก.ต่อ 100 บาท ตนได้ตัดสินใจโค่นยางพาราทิ้ง หันมาปลูกมัลเบอร์รี่ ซึ่งเป็นพืชที่สามารถสร้างรายได้และมีตลาดรองรับ ตาที่เกษตร อ.จะนะชี้ทางให้ จนประสบความสำเร็จและทำเกษตรแบบผสมผสานตามรอยพ่อหลวง รัชกาลที่ 9 “มีผลผลิตส่งขายได้อย่างต่อเนื่องทุกวัน ในช่วงนี้ได้ทำการตอนกิ่ง มัลเบอร์รี่ส่งขายให้กับเกษตรกรที่สนใจปลูกมัลเบอร์รี่ ใน 3 ราคา คือ กิ่งขนาดเล็ก 100 บาท กิ่งขนาดกลาง 300 บาทและ กิ่งขนาดใหญ่ 500 บาท ซึ่งเป็นรายได้เสริมอย่างงามในแต่ละเดือนที่มีลูกค้าสั่งเข้ามาประมาณ 100 กิ่ง” นายเสกสรรเปิดเผยว่าเครือข่ายกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปมัลเบอร์รี่ ตลิ่งชันมี สมาชิก 11 คน มีพื้นที่ปลูกประมาณ 30 ไร่ ทุกวันสามารถเก็บมัลเบอร์รี่ขายได้วันละ 10-20 กก.ต่อคน หรือเฉลี่ยเดือนละประมาณ 200 กก. ราคา กก.ละ 200 บาท มีรายได้เฉลี่ย 4 หมื่นบาทต่อเดือน ยังแปรรูปเป็นน้ำมัลเบอร์รี่ขายด้วย “ผมปลูกม
จัดอยู่ในลำดับต้นๆ ของผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเยอะมาก สำหรับ “มัลเบอร์รี” หรือ “ลูกหม่อน” ผลไม้ชนิดหนึ่งที่เมื่อสุกผลแล้วจะเป็นสีดำ รสชาติเปรี้ยวอมหวาน เป็นไม้พุ่มขนาดกลาง ลักษณะลำต้นตั้งตรง ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ลักษณะของใบปลายใบแหลมยาว ซึ่ง “หม่อน” แต่เดิมเป็นพืชพื้นเมืองของประเทศจีนตอนใต้ แถบเทือกเขาหิมาลัย ต่อมามีการนำมาปลูกในอินโดจีน ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ แถบประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศไทยสามารถปลูกได้ในหลายพื้นที่เช่นกัน ที่ตำบลหลักสอง อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร มีสวนมัลเบอร์รี่ขนาดพื้นที่ 3 ไร่ เจ้าของ คือ คุณสุรวุฒิ เหลืองขมิ้น เกษตรกรชายวัย 56 ปี เนรมิตพื้นที่บริเวณนี้ให้กลายเป็นสวนมัลเบอร์รี่ ด้วยต้นหม่อนจำนวน 300 ต้น จำหน่ายทั้งผลสดและแปรรูป นอกจากนั้นยังเปิดเป็นศูนย์การเรียนรู้ รายได้แต่ละเดือนเกือบ 3 แสนบาทเลยทีเดียว คุณสุรวุฒิ เท้าความว่า เกิดมาในครอบครัวเกษตรกร ตอนเด็กๆ ปลูกสารพัดทั้งผักและผลไม้ อาทิ กล้วย ส้ม มะนาว มะพร้าว องุ่น ส่วนต้นหม่อนนั้นเริ่มปลูกเมื่อ 10 ปีที่แล้ว หรือราว พ.ศ.2550 โดยได้กิ่งพันธุ์หม่อน 1 ต้นมาจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเ
