มาตรการเยียวยา
ครม. อนุมัติงบหมื่นล้าน มาตรการสินเชื่อสู้ภัยโควิด ให้ผู้มีรายได้ประจำ-อาชีพอิสระ-เกษตรกร เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า ครม. เห็นชอบมาตรการสินเชื่อสู้ภัยโควิด-19 โดยอนุมัติวงเงินรวม 10,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มสภาพคล่องชั่วคราวในการดำรงชีวิตให้แก่ ผู้มีรายได้ประจำ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ เกษตรกรรายย่อยหรือลูกจ้างภาคการเกษตร ที่ได้ผลกระทบจากโควิด-19 โดยต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย อายุครบ 20 ปีขึ้นไป และไม่เป็นผู้ที่มีรายได้จากภาครัฐ/รัฐวิสาหกิจ ตั้งแต่วันที่ ครม.มีมติเห็นชอบถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 ซึ่งคาดว่าจะช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเป้าหมายได้ประมาณ 1 ล้านคน ซึ่ง ธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส. สนับสนุนสินเชื่อวงเงิน แห่งละ 10,000 ล้านบาท รวม 20,000 ล้านบาท เพื่อให้วงเงินสินเชื่อไม่เกินรายละ 10,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ ไม่เกินร้อยละ 0.35 ต่อเดือน โดยไม่ต้องมีหลักประกัน พร้อมปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 6 งวดแรก ระยะเวลากู้ไม่เกิน 3 ปี ทั้งนี้ รัฐบาลจะใช้วงเงินงบประมาณเพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นจาก NPLs ร้อยละ 100 สำหรับ NPLs ที่ไม่เกินร้อยละ 50 ของสินเ
เปิดเงื่อนไข มาตรการ ลดค่าน้ำ-ค่าไฟฟ้า ช่วยประชาชน ใครได้สิทธิบ้าง เมื่อวันที่ 5 พ.ค.2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือประชาชนในระยะเร่งด่วน ลดค่าน้ำค่าไฟฟ้า หรือมาตรการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน โดยให้ความช่วยเหลือลดค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปา ตามมาตรการเดิมที่ได้ดำเนินการในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม 2564 โดยให้มีผลในรอบบิลเดือนพฤษภาคม และมิถุนายน 2564 สำหรับรายละเอียดของผู้ที่จะได้รับสิทธิในส่วนของค่าไฟฟ้านั้น เสนอให้สิทธิค่าไฟฟ้าสําหรับบ้านอยู่อาศัยและกิจการขนาดเล็ก มีรายละเอียดดังนี้ ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 150 หน่วยต่อเดือน ให้สิทธิใช้ไฟฟ้าฟรี 90 หน่วยแรก 2. ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าเกิน 150 หน่วยต่อเดือน ให้ส่วนลดค่าไฟฟ้า สำหรับหน่วยการใช้ไฟฟ้าน้อยกว่าหรือเท่ากับ ใบแจ้งค่าไฟฟ้าเดือนเมษายน 2564 ให้คิดค่าไฟฟ้าตามหน่วยการใช้ไฟฟ้าจริง กรณีหน่วยการใช้ไฟฟ้ามากกว่าใบแจ้งค่าไฟฟ้า เดือนเมษายน 2564 ให้คิดค่าไฟฟ้าตามหน่วยการใช้ ดังนี้ สําหรับผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 500 หน่วยต่อเดือน คิดค่าไฟฟ้าเ
เตรียมตัว! 20 ม.ค. นี้ เปิดลงทะเบียน คนละครึ่ง 1 ล้านสิทธิ์ เมื่อวันที่ 12 ม.ค. 64 ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ รายงานว่า นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังจะเสนอขอใช้เงินกู้ ตาม พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท เพื่ออนุมัติงบประมาณในการใช้จ่ายโครงการคนละครึ่ง ในวันที่ 19 มกราคม 2564 หากได้รับการอนุมัติจะเปิดให้ลงทะเบียนเพิ่มเติม ในวันที่ 20 มกราคม 2564 ซึ่งคาดว่าจะมีสิทธิ์คงเหลือมากกว่า 1 ล้านสิทธิ์ ซึ่งเป็นสิทธิ์ที่คงเหลือจากเฟสแรก จำนวน 5 แสนสิทธิ์ และเฟส 2 จำนวน 5 แสนสิทธิ์ ซึ่งมาจากที่ผู้ลงทะเบียนไม่ผ่านเกณฑ์ และผู้ที่ได้รับสิทธิ์ แต่ยังไม่มีการใช้จ่ายภายใน 14 วัน ซึ่งจะต้องรอสรุปตัวเลขอีกครั้ง “คลังต้องเสนอ ครม. เพื่อให้ผ่านขั้นตอนของ พ.ร.ก.กู้เงิน เพราะคนละครึ่งเฟสแรก ระยะเวลาของโครงการสิ้นสุดแล้ว จึงจะขอเพื่อมาใช้ในเฟสที่ 2 ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้ลงทะเบียนรอบเก็บตกได้ วันที่ 20 มกราคม 2564 และจะสามารถใช้จ่ายได้ทันวันที่ 25 มกราคม นี้”
กสอ.เร่งมาตรการฟื้นฟู หนุน 4 กลุ่มเป้าหมาย ครอบคลุม SMEs เกษตรอุตสาหกรรม-ชุมชน เตรียมปั้นสู่ผู้ประกอบการใหม่ สร้างอาชีพให้คนตกงานกว่า 2,500 คน นายณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า ตามที่ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้แสดงความห่วงใยถึงพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จึงได้มอบหมายทุกหน่วยงานของกระทรวงอุตสาหกรรม หาแนวทางการฟื้นฟูผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมและประชาชนให้ครอบคลุมทุกภาคส่วน ดังนั้น กสอ. จึงเร่งขับเคลื่อนมาตรการช่วยเหลือและฟื้นฟูภาคอุตสาหกรรมตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อช่วยเหลือ 4 กลุ่มเป้าหมาย ภายใต้แนวคิดของการส่งเสริมแบบ “ปรับตัวให้ถูกทางอย่างยั่งยืน” ด้วยการผันงบประมาณจากงบปกติกว่า 150 ล้านบาท เพื่อฟื้นฟูผู้ประกอบการ อย่างเร่งด่วนให้ดีพร้อม ภายในระเวลา 90 วัน ได้แก่ ผู้ประกอบการและบุคลากรภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย ทั้งในด้านการสร้างรายได้ประชาชาติ (GDP) การสร้างการจ้างงาน รวมถึงเป็นกลไกสำคัญของกระ
“เราไม่ทิ้งกัน” ผ่านเกณฑ์แล้ว 12.8 ล้านราย คลังเผย โอนเงินให้ผู้ได้รับสิทธิ 11 ล้านราย ใน 8 พ.ค.นี้ ส่วนที่เหลือ 1.8 ล้านราย จะดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในสัปดาห์หน้า เมื่อวันที่ 7 พ.ค. เพจ ไทยคู่ฟ้า เผยความคืบหน้ามาตรการเยียวยา 5,000 บาท “เราไม่ทิ้งกัน” โดยมีผู้ผ่านเกณฑ์แล้ว 12,800,000 ราย แบ่งเป็น กลุ่มผู้ที่ผ่านเกณฑ์การคัดกรองรอบแรกจำนวน 4,400,000 ราย กลุ่มที่ขอข้อมูลประกอบอาชีพเพิ่มเติมและผ่านเกณฑ์จำนวน 5,000,000 ราย กลุ่มที่ขอทบทวนสิทธิและผ่านเกณฑ์จำนวน 3,300,000 ราย โดยกระทรวงการคลังจะโอนเงินให้ผู้ได้รับสิทธิจำนวน 11,000,000 ราย ภายในวันที่ 8 พ.ค.นี้ ส่วนที่เหลือประมาณ 1,800,000 ราย จะดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในสัปดาห์หน้า ซึ่งการเปิดรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนพบว่ามี 2 กลุ่มหลักที่มีปัญหา คือ กลุ่มผู้ที่ลงทะเบียนไม่สำเร็จ เนื่องจากข้อมูลบัตรประชาชนไม่ถูกต้อง และกลุ่มที่ได้รับสิทธิ แต่ชื่อบัญชีไม่ตรงกับชื่อและนามสกุลที่ลงทะเบียนไว้ โดยสามารถเข้าไปแก้ไขข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com กดปุ่มสีเหลือง “เปลี่ยนแปลงข้อมูลการรับเงิน” สำหรับกลุ่มที่ขอข้อมูลการประกอบอ
กรุงไทยเอาด้วย! ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ประสบเหตุกราดยิงที่โคราช กรุงไทย – ที่เพจ Krungthai Care ได้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ประสบเหตุความรุนแรงที่โคราช โดยมีมาตรการดังนี้ 1. กรณีเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่และเป็นลูกค้าธนาคาร ธนาคารยกหนี้ให้ทั้งหมด และมอบเงินช่วยเหลือให้กับครอบครัว จำนวน 200,000 บาท 2. กรณีบาดเจ็บ 2.1 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารที่บาดเจ็บสาหัสและเป็นลูกค้าของธนาคาร ธนาคารมอบเงินช่วยเหลือ 50,000 บาท และลดอัตราดอกเบี้ยเหลือ 0.01% ต่อปี คงที่เป็นเวลา 5 ปี 2.2 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารที่บาดเจ็บทั่วไปและเป็นลูกค้าของธนาคาร ธนาคารมอบเงินช่วยเหลือ 20,000 บาท และลดอัตราดอกเบี้ยเหลือ 0.01% ต่อปี คงที่เป็นเวลา 5 ปี 3. สำหรับลูกค้าของธนาคารที่เป็นประชาชนทั่วไปเสียชีวิต ธนาคารลดอัตราดอกเบี้ยเหลือ 0.01% ต่อปี คงที่เป็นเวลา 5 ปี ธนาคารได้ประสานงานกับบริษัทประกันในเครือ เพื่อเร่งรัดการจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามเงื่อนไขของกรมธรรม์อย่างเร่งด่วน จากการตรวจสอบรายชื่อผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต พบว่า มีลูกค้าธนาคารประมาณ 48 ราย ธนาคารกรุงไทย ขอแสดงความเสียใจ
