มิชลิน บิบ กูร์มองด์
ริมถนนพรานนก มีร้านอาหารเล็กๆ ที่ทำกัน 2 คนแม่ลูกอยู่ในครัวหลังบ้าน แต่สามารถคว้ารางวัลระดับ มิชลิน บิบ กูร์มองด์ นั่นคือ LuckySeafood เฮ้ย! ถูกแล้ว ร้านสไตล์บ้านๆ ที่มีเพียง 7 โต๊ะ 30 ที่นั่ง และทุกเมนูจะทำการปรุงจานต่อจาน บรรยากาศร้านอยู่ในพื้นที่บริเวณบ้าน ไม่มีห้องแอร์ ไม่ได้มีพนักงานมากมาย มีเพียง คุณแนน-จรัสลักษณ์ จ่าเมือง และ คุณแม่ลักษมี สุวรรณผดุง ที่ตั้งใจทำร้านนี้ขึ้น เพื่อให้คนที่มาทานได้รับความอร่อยและความใส่ใจเหมือนทานอาหารที่บ้าน จุดเริ่มต้นร้านเล็กๆ 7 โต๊ะ 30 ที่นั่ง คุณแนน เล่าว่า ก่อนหน้านี้เธอเองก็เป็นมนุษย์เงินเดือน ทำงานมาหลายอย่างตั้งแต่อายุ 18 ปี แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งเธอก็ตัดสินใจลาออกจากงานประจำ เพื่อกลับมาเติมเต็มความฝันวัยเด็กที่อยากมีร้านอาหารเป็นของตัวเอง ซึ่ง ณ ตอนนั้นบริเวณถนนเส้นหลักแถวพรานนกที่ได้มีการทำใหม่เสร็จพอดี จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะเจาะเกิดเป็นร้านลัคกี้ ซีฟู้ด ขึ้นในบ้านหลังเล็กๆ “พอลาออกจากงานปุ๊บ เราก็ชวนแม่มาเปิดร้านอาหารเล็กๆ กัน โดยที่ตั้งใจจะทำกันในบ้าน มี 7 โต๊ะ ใช้พื้นที่จอดรถมาเป็นบริเวณที่ให้ลูกค้านั่ง เลยเกิดเป็นร้านนี้ขึ้น” ถึงแม
เก่งบวกเฮง แอน ท่าดินแดง เจ้าของมิชลิน บิบ กูร์มองด์ เปิดร้านวันแรกพระฉันเพลเสร็จลูกค้าลงต่อ “วาสนาอี๊แอนเขาเนอะมาเป็นดาราตอนแก่” พลางก็หัวเราะลั่นกันทั้งเจ้าของร้านและลูกน้องที่กำลังผัดอาหารอย่างมืดฟ้ามัวดิน จากเสียงใครสักคนที่ยืนพูดอยู่ตรงหน้า และในเวลาเดียวกันก็มีคนเข้าออกร้านไม่ขาดสายพร้อมๆ อวลไออบอุ่นตรงนั้น เราได้แต่สงสัยว่าอะไรกันที่ทำให้อดีตนักบัญชี หันหัวเรือมาสานต่อธุรกิจจากครอบครัว อะไรที่ทำให้อาหารรถเข็นธรรมดาๆ มาสู่ร้านกึ่งเหลาแบบนี้ และหนำซ้ำช่วงชีวิตหนึ่งก็ได้รางวัลใหญ่ โดยที่เธอเองก็เพิ่งรู้ 1 ชั่วโมงให้หลังว่าเธอนั้นได้รางวัลมิชลิน บิบ กูร์มองด์ ตอนที่เราโทรไปหาเธอ แอน-ศุภรดา ศรีดานนท์ หรือที่รู้จักในนาม “แอน ท่าดินแดง” ก่อนหน้านี้ทำอาชีพอะไรมาบ้าง ย้อนไปประมาณ 25 ปี สมัยก่อนที่บ้านขายอาหาร อาชีพเสริมของแอนหลังจากที่ทำบัญชีก็คือมาช่วยพ่อเก็บเงินตามโต๊ะ เราก็เลยขายทอดมันไปในตัว ตอนนั้นที่ขายทอดมันเป็นอะไรที่ยากมาก เพราะเหมือนเป็นเด็กเชียร์เบียร์ (หัวเราะ) ทุกวันนี้ยังมีลูกค้าแซวว่า กว่าอี๊แอนเขาจะมีวันนี้ เขาเป็นเด็กเชียร์ทอดมันมาก่อน เราต้องเดินตามโต๊ะ ‘พี่เอาทอดมัน
