มูซังคิง
ราว 3-4 ปีก่อน ทุเรียนมูซังคิง หรือ เหมาซานหวัง ขึ้นชื่อลือชาอย่างที่สุด เพราะความนิยมบริโภคของชาวเอเชีย ส่งผลให้ราคาทุเรียนสายพันธุ์นี้พุ่งขึ้นสูงไปถึง กิโลกรัมละ 500-1,000 บาท ด้วยตัวเลขราคาซื้อขายเช่นนี้ ทำให้ชาวไทยหลายคนที่มีพื้นที่ทำสวนและมีสภาพแวดล้อมใกล้เคียงสามารถปลูกทุเรียนได้ โค่นพืชบางชนิดที่ไม่ทำกำไร หันมาปลูกทุเรียนมูซังคิง หรือเริ่มต้นลงแปลงปลูกใหม่ โดยไม่คิดหน้าคิดหลัง คุณศักดิ์ศรี สง่าราศรี ถึงวันนี้ ผลผลิตออกสู่ตลาดในจำนวนที่มากขึ้น แต่ไม่ถึงกับล้นตลาด และไม่ทำให้ราคาทุเรียนมูซังคิงตกลงถึงขั้นน่าเป็นห่วง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเขา สภาพอากาศร้อนชื้น อุณหภูมิต่ำ มีความใกล้เคียงกับสภาพภูมิประเทศของมาเลเซีย ประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นต้นกำเนิดของทุเรียนราคาแพงอย่างมูซังคิง คุณศักดิ์ศรี สง่าราศรี เกษตรกรรุ่นใหม่ในเบตง ปรับเปลี่ยนพื้นที่จากการทำสวนยางพารามาปลูกไม้ผล เป็นทุเรียนหมอนทอง พวงมณี และก้านยาว มาตั้งแต่ 12 ปี ที่ผ่านมา และทำสวนส้มอีกจำนวนหนึ่ง แต่สวนส้มเกิดภาวะโรคระบาด ประกอบกับเพื่อนของคุณพ่อที่อยู่มาเลเซีย บอกว่า ทุเรียนพันธุ์มูซังคิง เป็นพันธุ์ท
“มูซังคิง” ทุเรียนแห่งอนาคต โดยมีราคาขายเฉลี่ย 450-750 บาทต่อกิโลกรัม เป็นที่ชื่นชอบของลูกค้าชาวจีนกระเป๋าหนัก เนื่องจากรสชาติหวาน เม็ดลีบ นิยมกินเมื่อแก่จัด สุกมาก ก้นผลทุเรียนเป็นแฉกคล้ายปลาดาว คุณอนวัช สะเดาทอง รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลด์เด้น คิงส์แพล้นท์ จำกัด เชี่ยวชาญการทำสวนทุเรียนสมัยใหม่ เผยว่า ปัจจุบันมีช็อปขาย มูซังคิงโดยเฉพาะมากมาย ที่เมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ราคาขายคิดเป็นเงินไทย 2000-4000 บาท/ กก. ทั้งนี้ คุณสัญชัย ปุรณะชัยคีรี อดีตนายกสมาคมผู้ค้าและผู้ส่งออกผลไม้ไทย ได้เคยเปิดเผยถึง ทุเรียนมูซังคิง มากับ ผู้สื่อข่าวของนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ว่า ของมาเลเซียว่าเป็นทุเรียนพื้นบ้านของมาเลเซีย จัดอยู่ในทุเรียนพันธุ์เบา ปัจจุบันทุเรียนพันธุ์นี้ได้รับความนิยมอย่างมากในมาเลเซียเอง รวมถึงประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่สำหรับส่งออกทุเรียน แม้ว่าทุเรียนมูซังคิงจะเป็นทุเรียนที่ได้รับความนิยมของมาเลเซีย แต่ปัจจุบันมีปลูกในประเทศไทย โดยเฉพาะในอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ซึ่งผลผลิตที่ได้ส่งออกไปยังประเทศจีนเกือบทั้งหมด โดยจีนเป็นประเทศที่บริโภคทุเรียนที่นำเข้าจากประเทศไทย
