มูลนิธิปิดทองหลังพระ
มูลนิธิปิดทองหลังพระ ผนึกกำลังกับเครือซีพี ดันมะพร้าวน้ำหอม บ้านทุ่งโป่ง สู่ธุรกิจชุมชนภายใต้โครงการเกษตรมูลค่าสูง ยกระดับสินค้าเกษตรและขยายตลาดสู่แม็คโคร หนึ่งในสินค้าเกษตรที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากแม้เผชิญสถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 และยังทำตลาดได้ดีอย่างต่อเนื่อง คือมะพร้าวน้ำหอม บ้านทุ่งโป่ง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น พืชที่สร้างความยั่งยืนให้ชุมชนในทุกมิติ ปัจจุบันตลาดมะพร้าวน้ำหอมในช่วงเวลานี้มีการสั่งซื้อเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากเนื่องจากเข้าสู่ช่วงฤดูร้อนจึงทำให้เป็นที่ต้องการของตลาด นายรังสรร พุทธวงค์ ผู้จัดการทั่วไป หน่วยงานพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐ สำนักบริหารความยั่งยืนธรรมาภิบาลและสื่อสารองค์กร บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด หรือ เครือซีพี กล่าวว่า ปัจจุบันนี้ มะพร้าวน้ำหอม บ้านทุ่งโป่ง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิปิดทองหลังพระ และเครือซีพี ทั้งด้านองค์ความรู้ การตลาดและช่องทางจัดจำหน่าย ล่าสุดได้นำผลิตภัณฑ์ขยายตลาดส่งจำหน่ายที่แม็คโคร ใน จ.ขอนแก่น โดยเกษตรกรเริ่มทยอยส่งผลผลิตที่มีความสมบูรณ์ กว่า 400 ลูก/ครั้ง และขยายโอกาสการจำหน่ายผลผลิตไปยังร้านอาหาร คา
หลังจากมูลนิธิปิดทองหลังพระฯ และเครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้เข้ามาร่วมส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพทุเรียนซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดยะลา นราธิวาส และปัตตานี ภายใต้โครงการเพิ่มประสิทธิภาพสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพตามศาสตร์พระราชา หรือโครงการทุเรียนคุณภาพ ต่อเนื่องสู่ปีที่ 3 ทำให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น นายการัณย์ ศุภกิจวิเลขการ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ กล่าวว่า จากการที่มูลนิธิปิดทองหลังพระฯ เปิดการรับซื้อผลผลิตในโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพตามศาสตร์พระราชา หรือโครงการทุเรียนคุณภาพ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยเน้นการพัฒนาคุณภาพของทุเรียน ซึ่งคาดว่าผลผลิตทุเรียนที่เข้าร่วมโครงการในปีนี้ จะมีปริมาณรวมทั้งสิ้น 1,655 ตัน หรือ 1,655,000 กิโลกรัม จากเกษตรกร 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เข้าร่วมโครงการ จำนวน 564 ราย และคาดว่าจะสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรประมาณ 160 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมามีผลผลิตรวม 1,687 ตัน สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรมากกว่า 141 ล้านบาท นายการัณย์ กล่าวว่า ในปีนี้ มูล
แปดองค์กรภาคี ร่วมทำโครงการ คิดใหม่ ไทยก้าวต่อ ระดมความคิดจากสถาบันวิชาการชั้นนำ ภาคธุรกิจ และประชาชนหาแนวทางนำประเทศไทยผ่านวิกฤตและพัฒนาอย่างยั่งยืน หม่อมราชวงศ์ดิศนัดดา ดิศกุล เลขาธิการมูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ เปิดเผยว่าในช่วงสองปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ประเทศไทยประสบกับอุปสรรครุนแรงจากทั้งภายนอกและภายใน ได้แก่ การเกิดสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา จนมีการปิดกั้นตลาดระหว่างกัน การเกิดภัยแล้งที่รุนแรงที่สุดในช่วง 40 ปี จนมาถึงการระบาดของโควิด-19 ซึ่งเรื่องต่างๆ ดังกล่าว ล้วนส่งผลกระทบกับไทยอย่างรุนแรง “แต่เมื่อมีการหารือกัน เกิดมุมมองว่าเหตุการณ์ทั้งสามอย่างเป็นเพียงปลายเหตุของวิกฤตในครั้งนี้ เพราะโดยความจริงประเทศของเราสะสมปัญหาไว้นานแล้ว เช่น เรื่องความเหลื่อมล้ำ การศึกษาที่ไม่ตอบโจทย์การพัฒนาชาติ ที่ล้วนแต่กระทบความสามารถทางการแข่งขันของไทยมาอย่างต่อเนื่อง” ดังนั้นจึงเป็นที่มาของแปดองค์กรที่จะช่วยกันมอง และหาทางในการนำประเทศผ่านวิกฤตในครั้งนี้ ประกอบด้วย ธนาคารแห่งประเทศไทย สถาบันนโยบายสาธารณะและการพัฒนา สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ ธนาคารเพื่อการเกษตรแ
ทุเรียนใต้ได้ฤกษ์บุกตลาดจีน ปิดทองหลังพระฯ ทำโครงการทุเรียนคุณภาพ ดันเกษตรกร 3 จว.ใต้ปลูกทุเรียนเกรดสูง ดึงซีพีช่วยหนุนส่งขายจีน สร้างรายได้กว่า 160 ล้าน นับว่าเป็นเรื่องโชคดีที่แม้ว่ายังอยู่ในช่วงการระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่ทุเรียนไทยก็ยังสามารถส่งออกไปขายยังต่างประเทศ โดยเฉพาะจีน ซึ่งเป็นผู้รับซื้อหลักได้ รวมถึงทุเรียนใน 3 จังหวัดภาคใต้ คือ ยะลา นราธิวาส และปัตตานี ซึ่งจะเริ่มมีผลผลิตออกสู่ตลาดในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ ทั้งนี้ สถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าการเกษตรให้มีคุณภาพตามศาสตร์พระราชาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือโครงการทุเรียนคุณภาพ โดยการให้ความรู้กับเกษตรกรตลอดกระบวนการ ตั้งแต่ดูแลต้นจนถึงการเก็บผลผลิตเพื่อจำหน่าย ให้ทุเรียนมีคุณภาพมาตรฐานส่งออกไปยังประเทศจีน สร้างรูปแบบการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ สามารถพึ่งพาตนเองได้ นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา กล่าวว่า จังหวัดได้ร่วมกับปิดทองหลังพระฯ ทำโครงการทุเรียนคุณภาพ มาตั้งแต่ปี 2561 โดยปีนี้มีเ
นายรังสรรค์ เนียมสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานประสานความร่วมมือพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) เปิดเผยว่า สถาบันยุทธศาสตร์และประสานความร่วมมือเพื่อพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มข.ร่วมกับมูลนิธิปิดทองหลังพระ และหน่วยงานทุกภาคส่วนใน จ.กาฬสินธุ์ ช่วยฟื้นฟูสินค้าทางการเกษตรของเกษตรกรจาก อ.เขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น โดยจัดพื้นที่จำหน่ายสินค้าแปรรูปทางการเกษตรบริเวณ ลานชั้น 1 ด้านหน้าที่กราบสักการะหลวงพ่อคูณคณะแพทยศาสตร์ มข.ทั้งนี้ สืบเนื่องจากปัญหาน้ำท่วมนาข้าว และสินค้าจากเกษตรกรโดยเฉพาะพริก ประสบกับปัญหาพริกล้นตลาด จึงแนะนำให้เกษตรกรแปรรูปโดยการตากแห้ง แต่เนื่องจากมีพริกแห้งนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านจำนวนมาก มูลนิธิปิดทองหลังพระจึงขอความร่วมมือ มข.เพื่อหาช่องทางจำหน่ายพริกโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง เพื่อให้เกษตรกรได้รับรายได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย เพื่อที่เกษตรกรจะได้มีกำลังใจในการประกอบอาชีพต่อไป นางสุวิมล จันทร์เพ็ง เกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการฯ กล่าวว่า นอกจากพริกที่นำมาแปรรูปขายแล้ว ยังขายสินค้าทางการเกษตรอื่นๆ ซึ่งขายดีมาก โดยส่วนตัวปลูกสินค้าทางการเกษตรเป็นรายได้หลัก แต่มักได้ผล
