มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
เผยท่าไม้ตาย ฟ้องผู้ประกอบการ อาหารไม่สะอาด มีสิ่งแปลกปลอม สิทธิที่ผู้บริโภคควรทำ นั่งกินข้าวอยู่ดีๆ เจอสิ่งแปลกปลอมในอาหาร จะหัวน็อต แมลงสาบ จิ้งจก หรือแม้แต่ของเสีย ของเน่า ผู้บริโภคควรทำอย่างไร วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะมาเผยท่าไม้ตายในการฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการละเลยของผู้ประกอบการ ซึ่งเป็นสิทธิที่ควรจะทำของผู้บริโภค หากดำเนินการทุกอย่างแล้ว ท่าไม้ตายสุดท้ายนี้ต้องมา เรื่องจริงของผู้ประกอบการ แน่นอนว่าไม่มีใครอยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นทั้งฝั่งของผู้บริโภค และฝั่งของผู้ประกอบการ บางอย่างอาจให้อภัยกันได้ แต่บางอย่างก็มากเกินกว่าการเปลี่ยนสินค้า จากข้อมูลของ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค รายงานว่า ปี พ.ศ. 2564-2565 มีผู้บริโภคที่ได้รับความช่วยเหลือ จาก มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค มากกว่า 1,000 กรณี และ กว่า 101 เรื่อง เป็นเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับอาหาร ไม่ว่าจะเป็น สิ่งแปลกปลอม หรือสิ่งปนเปื้อนในอาหาร อาหารเสื่อมสภาพก่อนวันหมดอายุ อาหารหมดอายุ ผลิตภัณฑ์ไม่มี อย. ฯลฯ โดยเรื่องที่ได้รับการร้องเรียนมากที่สุดอันดับ 1 นั่นคือ สิ่งปนเปื้อนในอาหาร แต่สิ่งสำคัญที่ยังทำให้เหตุการณ์แบบนี้ยังคงอยู่ เกิดจ
แคมเปญผู้บริโภคที่รัก “เปิดคะแนนซูเปอร์ฯ ไทย ปี 2021 ปลายภาคนี้ ใครคือตัวท็อป?” แคมเปญผู้บริโภคที่รัก โดยมูลนิธิชีววิถี มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และ Oxfam (ออกซ์แฟม) ประเทศไทย ชวนผู้บริโภคไทยร่วมงาน “เปิดคะแนนซูเปอร์ฯ ไทย ปี 2021 ปลายภาคนี้ ใครคือตัวท็อป?” นายภานุพันธุ์ สมพงษ์ ที่ปรึกษาโครงการผู้บริโภคที่รัก กล่าวว่า ซูเปอร์มาร์เก็ตถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในระบบนิเวศของอุตสาหกรรมอาหารไทย ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภคให้สามารถเข้าถึงสินค้าและบริการได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ดังนั้น ซูเปอร์มาร์เก็ตจึงจำเป็นต้องคำนึงถึงเรื่องความรับผิดชอบที่มีต่อผู้บริโภค สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก ด้วยเหตุนี้ แคมเปญผู้บริโภคที่รักจึงมีการจัดทำ “รายงานการประเมินนโยบาย และแนวทางปฏิบัติของห้างค้าปลีกที่เปิดเผยต่อสาธารณะ” ขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยในปี 2564 หลักเกณฑ์การประเมินหลักแบ่งออกเป็น 7 หัวข้อ ได้แก่ นโยบายด้านความโปร่งใสและความรับผิดชอบ นโยบายแรงงาน นโยบายด้านผู้ผลิตรายย่อย นโยบายด้านความเท่าเทียมทางเพศ นโยบายด้านสิ่งแวดล้อม นโยบายด้านความปลอดภัยทางอาหาร และนโยบายที่เกี่ยวข้องกับผู้บริ
มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ปักธงฟ้อง! กขค. กรณีอนุญาต CP ควบรวม Tesco Lotus วันที่ 24 ก.พ. 64 นางสาวกชนุช แสงแถลง ผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า “จากการที่คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) มีมติเสียงข้างมากอนุญาตให้เกิดการควบรวมบริษัท เทสโก้ สโตร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท ซี.พี. รีเทล ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด นั้น ผลของการควบรวมนี้ก่อให้เกิดการมีอำนาจเหนือตลาดของกลุ่มเครือบริษัทเจริญโภคภัณฑ์ ในธุรกิจค้าปลีกและค้าส่ง มากกว่า 83.97% ทั้งนี้ เนื่องจากกลุ่มเครือบริษัทเจริญโภคภัณฑ์ เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) ที่มีส่วนแบ่งในตลาดสูงสุด ดังนั้น จึงเป็นมติที่ขัดต่อเจตนารมณ์ของพ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 ที่กำหนดไม่ให้ภาคธุรกิจใดมีอำนาจเหนือตลาดเกินกว่า 50% ในกิจการที่มีมูลค่ามากกว่า 1,000 ล้านบาท และขัดต่อสิทธิผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้าและบริการ ตามพ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวเพิ่มว่า “สถานการณ์โรคระบาด โควิด-19 จะเห็นได้ว่าในหลายๆ พื้นที่ที่มีการระบาดรุนแรง จะมีการปิ
ร้องขอความเป็นธรรม กลุ่มผู้ซื้อรถ ‘เชฟโรเลต’ รวมตัวขอเงินคืน – ยกเลิกสัญญาซื้อขาย ความคืบหน้าล่าสุด จากกรณีที่ “เจนเนอรัล มอเตอร์ส” หรือ จีเอ็ม ประกาศปิดกิจการพร้อมยุติการจำหน่ายรถยนต์เชฟโรเลต ภายในปี 2563 และได้มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย โดยลดราคารถยนต์ 50 เปอร์ เซ็นต์ ในรถรุ่นที่คงค้างในคลังสินค้านั้น โดยเฉพาะ All New Chevrolet Captiva ซึ่งมีราคาจัดโปรโมชั่นพิเศษ ดังนี้ CAPTIVA รุ่น LS 5 ที่นั่ง 499,000 บาท / CAPTIVA รุ่น LS 7 ที่นั่ง 510,000 บาท / CAPTIVA รุ่น LT 605,000 บาท และ CAPTIVA Premier 671,000 บาท จากราคาเดิมที่เกือบแตะหลักล้านในบางรุ่น ล่าสุด เว็บไซต์มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค รายงานว่า จากการที่ บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประ กาศปิดกิจการและยุติการจำหน่ายรถยนต์ ภายในปี 2563 และได้มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย โดยลดรา คารถยนต์ 50 เปอร์เซ็นต์ ในรถรุ่นที่คงค้างในคลังสินค้านั้น วันนี้ (25 กุมภาพันธ์ 2563) เวลา 10.30 น. กลุ่มผู้ซื้อรถยนต์เชฟโรเลต รุ่น ออลนิวส์ แคปติวา กว่า 100 ราย และ ตัวแทนมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เข้าเรียกร้องการดำเนินก
ตรวจพบน้ำพริกหนุ่ม ของฝากภาคเหนือ สารกันบูดเกินมาตรฐาน สูงสุดถึง 11 เท่า เมื่อวานนี้ (1 ส.ค. 62) นิตยสารฉลาดซื้อ ตรวจซ้ำน้ำพริกหนุ่ม 17 ตัวอย่าง พบกว่าร้อยละ 63 ใช้สารกันบูดเกินมาตรฐาน และบางตัวอย่างเกินมาตรฐานถึง 11 เท่า แนะยกระดับมาตรฐานของฝากทั่วไทย สร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค ศูนย์ทดสอบฉลาดซื้อ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (มพบ.) ร่วมกับเครือข่ายองค์กรผู้บริโภคภาคเหนือ ภายใต้โครงการเฝ้าระวังสินค้าและบริการเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ สุ่มเก็บตัวอย่างน้ำพริกหนุ่มในพื้นที่ภาคเหนือจำนวน 17 ตัวอย่าง ส่งตรวจวิเคราะห์หาปริมาณวัตถุกันเสียประเภทกรดเบนโซอิก และกรดซอร์บิก เป็นครั้งที่ 2 หลังจากเคยสุ่มตรวจในครั้งแรกเมื่อเดือนมีนาคม 2561 โดยผลทดสอบ มีดังนี้ น้ำพริกหนุ่มที่ตรวจไม่พบสารกันบูด มี 2 ตัวอย่าง คือ น้ำพริกหนุ่มอุ้ยคำ (ตราขันโตก) จากตลาดวโรรส จ.เชียงใหม่ และน้ำพริกหนุ่มวรรณภา จากร้านวรรณภา จ.เชียงราย ส่วนน้ำพริกหนุ่มที่ตรวจพบสารกันบูดประเภทกรดเบนโซอิกและกรดซอร์บิก แต่ไม่เกินมาตรฐาน มี 8 ตัวอย่าง ได้แก่ -ยี่ห้อ นันทวัน (เจียงฮาย สูตรดั้งเดิม) จาก จ.เชียงราย พบปริมาณกรดเบนโซอิก 4
กินมากระวังเบาหวาน! เปิดผลสำรวจชานมไข่มุก อึ้ง! น้ำตาลสูงกว่าที่ WHO แนะนำ 18 ช้อน! ฉลาดซื้อเผย ผลตรวจวิเคราะห์สารกันบูด น้ำตาล และโลหะหนักในชานมไข่มุก 25 ยี่ห้อ พบตัวอย่างเม็ดไข่มุกมีสารกันบูด 100% แต่ไม่เกินมาตรฐาน มีเพียง 2 ยี่ห้อ ที่น้ำตาลน้อยกว่าปริมาณที่องค์การอนามัยโลกแนะนำ บางยี่ห้อสูงถึง 18 ช้อนชา ศูนย์ทดสอบฉลาดซื้อ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค โดยโครงการเฝ้าระวังสินค้าและบริการเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ สุ่มเก็บตัวอย่างชานมไข่มุกในเดือนพฤษภาคม 2562 จำนวน 25 ยี่ห้อ ขนาดแก้วปกติ แบบไม่ใส่น้ำแข็ง ที่มีราคาตั้งแต่แก้วละ 23-140 บาท ส่งตรวจวิเคราะห์คุณค่าทางโภชนาการ ได้แก่ ปริมาณพลังงาน น้ำตาล และไขมัน รวมถึงทดสอบหาโลหะหนักประเภทตะกั่ว และสารกันบูดในเม็ดไข่มุก จากผลทดสอบพบว่า ยี่ห้อที่มีปริมาณน้ำตาลต่อแก้วน้อยที่สุด ได้แก่ ยี่ห้อ KOI Thé โดยมีปริมาณน้ำตาลเท่ากับ 16 กรัม (4 ช้อนชา) และยี่ห้อที่มีปริมาณน้ำตาลต่อแก้วมากที่สุด ได้แก่ ยี่ห้อ CoCo Fresh Tea & Juice มีปริมาณน้ำตาล 74 กรัม (18.5 ช้อนชา) ขณะที่องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำปริมาณน้ำตาลที่ได้รับต่อวัน ไม่ควรเกิน 24 กรัม
สุ่มตรวจ “ขนมจีน” พบยี่ห้อหมื่นบูรพา-บ้านขนมจีนปทุม วัตถุกันเสียเกินมาตรฐาน สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จับมือ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค สุ่มตรวจขนมจีนและเส้นก๋วยเตี๋ยว โดยมีการสุ่มตรวจตัวอย่างขนมจีนทั้งหมด 31 ตัวอย่างจากตลาดสดและห้างสรรพสินค้าทั้งใน กทม. และปริมณฑล จากผลตรวจไม่พบสารกันบูดประเภทกรดซอร์บิก แต่พบสารกันบูดประเภทกรดเบนโซอิกในทุกตัวอย่าง โดยเส้นขนมจีนที่มีปริมาณสารกันบูดประเภทกรดเบนโซอิกเกินมาตรฐาน คือ เส้นขนมจีน ยี่ห้อ หมื่นบูรพา จากตลาดคลองเตย ตรวจพบปริมาณกรดเบนโซอิก 1066.79 มก./กก. และ เส้นขนมจีน ยี่ห้อ M&A บ้านขนมจีนปทุม จากตลาดสี่มุมเมือง ตรวจพบปริมาณกรดเบนโซอิก 1316.12 มก./กก. ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เลขที่ 389 พ.ศ. 2561 เรื่อง วัตถุเจือปนอาหาร (ฉบับที่ 5) อนุญาตให้ใช้วัตถุกันเสียประเภทกรดเบนโซอิก ปริมาณสูงสุดได้ไม่เกิน 1000 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักอาหาร 1 กิโลกรัม ในอาหารประเภทพาสต้า ก๋วยเตี๋ยว และผลิตภัณฑ์ทำนองเดียวกัน ที่ผ่านกระบวนการ ชนิดสด ชนิดแห้ง และชนิดกึ่งสำเร็จรูป กรณีพบการใช้วัตถุเจือปนอาหาร เช่น สารกันบูด เกินปริมาณที่กฎหมายกำหนด จัดเป็นอาหารผิดมาตรฐา
“อุบัติเหตุ-ทุกข์ภัย” เกิดขึ้นในห้างฯ ลูกค้า มีสิทธิได้รับการเยียวยาแค่ไหน!?! จากเหตุการณ์ตะขาบตัวยาว 6 นิ้ว กัดอาจารย์มหาวิทยาลัยที่ร้านกาแฟชื่อดัง ในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านเกษตรนวมินทร์ โดยเบื้องต้นทางร้านกาแฟออกมาขอโทษและยอมออกค่ารักษาพยาบาลให้ แต่ให้อาจารย์หนุ่มสำรองจ่ายไปก่อน ส่วนทางห้างสรรพสินค้าเจ้าของพื้นที่ ระบุ พร้อมช่วยเหลือเต็มที่ แต่ต้องเป็นไปตามขั้นตอน ส่วนเรื่องมาตรการความปลอดภัยนั้น ทางห้างฯ ไม่ได้ปล่อยปละละเลยแต่อย่างใด “ค่าเสียหายด้านจิตใจ ระบุไม่ได้ว่าต้องจ่ายเท่าไร ให้ผู้เกี่ยวข้องพิจารณาเอง แต่อยากให้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยดีกว่านี้ เพราะห้างดังกล่าวจัดงานแสดงสัตว์เลี้ยงบ่อย ๆ และยังเป็นที่ติวหนังสือของเด็ก ๆ ซึ่งหากตะขาบตัวนี้กัดเด็กอาจถึงตายได้ แต่ขณะนี้ยังไม่มีฝ่ายไหนออกมารับผิดชอบ โยนเรื่องกันไป-มาระหว่างร้านกาแฟและห้างสรรพสินค้า”อาจารย์หนุ่ม ผู้ประสบเหตุไม่คาดฝัน ให้ข้อมูลไว้อย่างนั้น ขณะเรื่องราว “ทุกข์ของลูกค้า” กรณีล่าสุดดังกล่าว ดูท่าจะยืดเยื้ออีกยาว “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ขอหยิบยกกรณีตัวอย่าง ข้อพิพาพทระหว่าง “ห้างสรรพสินค้า” กับ “ลูกค้า” มาให้ศึกษ
